วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 10 - ไร้ศักดิ์ศรี


ตอนนั้น ทั้งห้องก็เงียบในทันที ทุกคนต่างหันไปจ้อง ชูเยว่



" นี่ ชูเยว่ รู้ไม๊เจ้าพูดอะไร? พยานงั้นหรอ ไร้สาระ


ชูเว่ย ส่งสายตาไปที่ ชูเยว่ จ้องเหมือนเป็นการขู่อะไรสักอย่าง แน่นอนเขาย่อมรู้ว่า ชูเยว่พูดความจริง


" ข้าไม่ได้พูดอะไรไร้สาระ ในวันที่ชูเซิน เดิมพัน กับ ชูเฟิง ชูเซินเป็นคนให้ข้าเป็นพยาน


ชูเยว่ไม่ได้กลัวการขู่ของ ชูเว่ยแม้แต่น้อย ในขณะทุกคนต่างสงสัย


สีหน้าของชูเซิน ชูเฉิง ชูเว่ย และคนอื่นๆในตะกูลก็เริ่มถอดสี


พวกเขาไม่เคยคิด ว่า ชูเยว่ จะทำเพื่อ ชูเฟิง ขนาดนี้ ต่อให้ทุกคนในตะกูลเกลียดเธอ เธอก็เต็มใจ


แม้แต่ ชูเฟิง ก็ยังรู้สึกประหลาดใจ เพราะว่าการทำแบบนี้ ชูเยว่จะต้องผิดใจกับคนมากมาย ชูเฟิง ซาบซึ้งใจเธอเป็นอย่างมาก


        " ชู เซิน เจ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่ ? ชู เฟิงยังคงกดทันเขาอย่างหนัก ต่อหน้าชูเยว่ที่เป็นพยาน  เขาไม่เชื่อว่า ชูเซินจะปฏิเสธ


       " ข้า . . . . . ข้า " หน้าของเซิน ถึงกะบิดเบี้ยว เขาไม่รุ้ว่าจะตอบยังไง


ในทุกๆ ปี ตะกูลจะส่งหญ้าวิญญาณฯ ให้ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหาหญ้าได้จากที่อื่น เหตุผลที่พนันก็เพื่อ ยา ดีๆเช่นนี้


ชูเซินนั้นต้องการเพิ่มระดับพลังวิญญาณ เพื่อทะลวงไปยัง ระดับ 4 ห้วงวิญญาณ  แล้วเขาจะกล้าเอามันให้งั้นหรอ?


         " อืม  ต่อให้มันเป็นเรื่องจริงแล้วเจ้าจะทำไม? "


        " เจ้าเข้ามาโรงเรียนมังกรฟ้าพร้อมกับชูเซิน แต่ชูเซินเข้ามาเป็นศิษย์ภายในเมื่อสองปีก่อน


        " เทียบกับเจ้าที่ใช้เวลานานกว่าจนจะเข้ามาฝ่ายใน แต่เจ้ากับทำท่าทียโส ? เจ้าคิดจะขู่ชูเซินงั้นหรอ? " ชูเฉิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เห็นได้ชัดว่าเค้าไม่ต้องการให้หญ้ากับชูเฟิง


       " หากเจ้ายังต้องการ เจ้าก็น่าจะรู้นะ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"


       " หากเจ้าไม่ต้องการให้ของกับข้า เจ้าก็ยอมรับมาซะว่าเจ้าแพ้ แล้วข้าจะลืมมันไป กับคำพูดที่เหมือนผายลมของเจ้าข้าก็คิดไว้แล้ว" ชูเฟิง ไม่คิดปล่อยเขาไปง่ายๆ


       " เจ้าาา . . . . ." เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ชูเซินกัดฟันของเค้าด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะเค้าท้าชูเฟิงเดิมพัน


       " ฮ่าๆ ๆ ช่างหน้าขำ ! ข้าไม่มีศักดิ์ศรีงั้นหรอ ? น้องข้าเคยไปเดิมพันกับเจ้าตอนไหนข้าพูดไปเมื่อไหร่ "


       " คนอย่างเจ้าคงไม่มีปัญญาหาหญ้าวิญญาณ จึงกุเรื่องขึ้นมาสินะเจ้าคนหน้าด้าน คนโง่ที่ใช้เวลา 5 ปี เข้ามาฝ่ายในอย่างเจ้าก็เป็นได้แค่ ขยะไร้ค่า เท่านั้น "


      " ทุกคน ข้าพูดถูกไม๊ ? " ชูเฉิงตะโกนสังดัง


      " ใช่แล้ว ชูเฉิง!!!



      " หากเจ้ายังต้องการหญ้าวิญญาณฯ เจ้าจะต้องยอมรับว่าเจ้ามันเป็น ขยะ หากเจ้ายอมรับ ข้าจะมอบให้ถือว่าทำบุญ ให้กับขอทาน " ชูเฉิง ยกมือ ตะโกน ทุกคนต้องตะโกนตอบ


ในตะกูล ยกเว้น ชูหยวน ชู กู่ยู และ ชูเยว่ ทุกคนต่างเกลียด ชูเฟิง ทุกคนต่องการให้ชูเฟิงออกจากตะกูล



ดังนั้นไม่ว่าจะใช้วิธีใดก้ตาม หากเกี่ยวข้องกับ ชูเฟิง พวกเขาจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ ชูเฟิง ออกไป



       " ชูเฉิง เจ้าทำเกินไปแล้วนะ เจ้าไม่มีเหตุผล นี้เป็นเรื่องระหว่าง ชูเฟิง และ ชูเซิน นะ พวกเจ้าทุกคนไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง" ชูเยว่โกรธอย่างมาก



       " ข้าไม่มีสิทธิ์งั้นหรอ แล้วเจ้าล่ะ ? ข้าเป็นพี่ชาย ชูเซิน ดังนั้นข้าจึงมีสิทธิ์ เจ้าต่างหากที่ช่วยคนนอก หากเจ้าจากยังเป็นคนในตะกูล ชู ก็อย่าเข้ามายุ่ง"  



ข้าไม่ได้ช่วยคนนอก ข้าแค่พูดตามเหตุผล และอีกอย่างชูเฟิงก็มิใช่คนนอก เขาเป็นส่วนหนึ่งของตะกูล ชู

.
     " เจ้ารู้ได้ยังว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของตะกูล ชู แต่ข้านั้นเป็น พี่น้องกับชู เซิน ข้าเข้าข้างเขาแล้วผิดตรงไหน"


      " เจ้ามันไม่มีเหตุผล " ชูเยว่ โกรธจนตัวสั่น แทบอยากจะฉีก ชูเฉิง


ตอนนั่น ชูเฟิง จับไหล่ของชูเยว่ แล้วดังไปข้างหลังเขา


ชูเฟิงยังคงแสดงรอยยิ้มบนใบหน้า สายตาที่มั่นคง และ กล่าวอย่างใจเย็น




       " ข้าจะถามเจ้าอีกแค่ครั้งเดียว เจ้าจะให้หญ้าวิญญาณฯกับข้าหรือไม่?


       " โอ้วว . . . . . พี่ ชูเฟิง อย่าพูดเช่นนั้นสิ เราคงทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะใช้หญ้าวิญญาณ!!! "


       " ดี  ถ้างั้น.......ข้าาจะให้โอกาสกับเจ้า มาดวลกับข้า ชูเซินกล่าว ข้าจะแสดงให้เห็นว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติใช้หญ้าวิญญาณนี้ "


       " ชูเยว่อย่าได้ห้ามข้า ข้านั้นพูดด้วยให้เหตุผลแล้ว ข้าคงต้องสู้แล้วล่ะ



       " ในขณะที่ชูเฟิงพูด ชูเซินก็หยิบหญ้าวิญญาณในกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ "



ในเวลานั้น ชูเฉิงก็พูดอะไรบางอย่างกับ ชูเซิน ชูเซินพยักน่า 



       " ชูเซิน เจ้าเข้ามาฝ่ายในตั้ง สองปี แถมยังฝึกทักษะระดับสอง ไม่ต้องกลัว"


      " เจ้าทุกคน ช่างน่าไม่อาย ชูเฟิงพึ่งเข้ามาฝ่ายใน เจ้ายังจะท้าเค้าสู้ มันจะไม่ยุติธรรม กับชูเฟิงไปหน่อยหรอ "


      " หุบปากไปซะ อย่ามายุ่ง" ชูเฉิง ตะโกน เสียงแหลมบาดหู ใส่ชูเยว่ แล้วหันกลับไปจ้องน่า ชูเฟิง


      " หากเจ้าแพ้ ข้าจะนำหญ้าทั้งหมดของเจ้าไปด้วย เจ้ากล้า?


ตอนนั้น สายตาทุกคนจ้องไปยัง ชูเฟิง พวกเขากำลังรอคำตอบของชูเฟิง


หาก ชูเฟิง ปฏิเสธ เขาก็จะขายหน้า และถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด
ถ้า ชู ฟงตกลง ชูเซินก็จะอัด ชูเฟิง เพื่อเป็นการสั่งสอน


ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ชูเฟิงก็เสีย้เปรียบอยู่ดี พวกเขาทุกอยาก อยากจะเห็น ชูเฟิงต้องอับอาย


       " ทำไมข้าจะไม่กล้า " ชู ฟงยิ้มและตอบตกลง


       " ดี นับว่าเจ้ามีความกล่าหาญ แต่ข้าจะบอกเจ้าไว้ก่อน ว่ามือเท้ามันไม่มีตา หากเจ้าบาดเจ็บอย่าได้โทษข้า '' รอยยิ้มของ ชูเซิงปรากฏบนใบหน้าที่สุดแสนจะชั่วร้าย


       " เจ้านั้นแหละ ที่จะต้องเจ็บตัว " ชูเฟิงวางหญ้าวิญญาณของตัวเองไปบนโต๊ะ แล้วเดินมายังกลางห้องโถง



       " ชู เฟิง ............." ชูเยว่ดึงแขนชูเฟิง กระพริบตาเหมือนจะบอกว่าอย่าไปดวลกับชูเซินน


แต่ ชู เฟิงผลักมือชูเยว่ ออก เขาแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าและกล่าว "เชื่อใจข้าเถอะ"


เห็นได้ขัดเจนว่า ชูเยว่ไม่สามารถทำอะไรได้ ในหัวของเธอว่างเปล่า ด้วยเหตุผลบสงอย่าง เธอมีความรู้สึกว่า ชูเฟิง ต้องชนะในการต่อสู้


ชูเฟิง และ ชูเซินเดินไปกลางห้องโถง ทุกๆคนร้อมรอบพวกเขา เหตุที่พวกเขาล้อมก็เพราะอยากเห็น ความอัปยศอดสูของ ชูเฟิง



        " ชู เฟิงดูเหมือนว่าเจ้าจะห่วงของ มากกว่าชีวิตสินะ"



ชูเซินที่ เงียบอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็แสดงรอยยิ้มที่แฝงความดุร้ายไว้บนใบหน้า



สถานการณ์ที่สามารถทำให้ ชูเฟิง อับอายได้เช่นนี้ เหตุใดเขาจึงไม่มีความสุข เขาต้องการสั่งสอนให้ชูเฟิง บาดเจ็บ "นี้เจ้าอย่าได้คิดว่าข้าจะยั้งมือ "



       " โห ห" ชูเฟิงยิ้มเบาๆและกล่าวว่า " ต้องให้ข้าพูดคำนั้นกับเจ้ามากกว่า"



       " อย่างเจ้านะหรอ วันนี้ข้าจะแสดงให้เห็นว่าเจ้ามันอ่อนแอแค่ไหน... "



จู่ๆ ชูเซินก็ก้าวเท้าซ้ายออกมา ได้ยินเสียง บู้ม ม ก่อนที่ร่างกายของเขาจะพุ่งไปออย่างรวดเร็ว



แขนทั้งสองย้ายมาข้างหน้า หมัดของเขาปล่อยไปทั่วทุกทาง รังสีที่มีพลังออกมาจากร่างกาย ชูเซินเหมือนสัตว์ป่าที่ล่าเหยือ เขามุ่งหน้าโจมตีใส่ ชูเฟิง



โปรดติดตามตอนต่อไป