วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 31 - แขกที่ไม่ได้รับเชิญ


" สถานที่นี้ เต็มไปด้วยความครึกครื้น "



มีแต่สมาชิกในตะกูล ชู เท่านี้ที่กำลัง ทบสอบทักษะการต่อสู้ ขณะนั้นมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา อย่าง องอาจ



" นั้นมัน ตะกูล สู่ จากเมือง ต้นแพร์ หนิ "




" ตะกูลทั้งสองไม่ถูกกันไม่ใช่หรอ ? ทำไมพวกเขาถึงกล้ามาที่นี้ ในเวลาแบบนี้ล่ะ ? "



หลายคนรู้ว่า พวกเขามาจากไหน ทั้งหมดเป็นคนของ ตะกูล สู่!!!



ตะกูล สู่ เป็นผู้นำของเมืองบริเวณเมืองใกล้เคียง เพราะเค้าต่อสู้กันเพื่อแย่งแหล่งทรัพยากรกันอยู่ตลอดเวลา พวกเค้ากล้ามาถึงที่นี้ไม่ช้า ก็เร็ว คงมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ ของ สอง ตะกูลนี้เป็นแน่



ในเวลานี้ ตะกูล สู่นำคนมามาก ดังนั้น ความคิดของผู้คนจำนวนมาก รู้ว่า ตะกูล สู่ จะสร้างปัญหา ในการประลอง



" สู่ เจียง วันนี้เป็นวันรวมตัวของตะกูลข้า เจ้ามาทำอะไรที่นี่ " ลูกชายคนโต ของตะกูล พ่อของชูเว่ย  " ชู เร่นยี " นำคนจำนวนหนึ่ง เข้าไปเผชิญหน้า


.
" ชู เร่นยี ทำไมเจ้าถึงดูจิงจังหนัก แค่เห็นว่ามันน่าเบื่อข้าจึงมาสร้างสีสัน " สู่ เจียง มอง ชู เร้นยี ด้วยสายตาดูถูก และไม่เห็น ชู เร้นยี อยู่ในสายตา 



สู่ เจียง เป็นบุตรชายคนโต ของตะกูล สู่ เค้าแตกต่างจากชูเร้นยี เพราะเค้าถูกเลือกให้เป็นผู้นำคนต่อไปของตะกูล เค้ามีพลังวิญญาณ อยู่ในระดับ 9 ห้วงวิญญาณ



ดังนั้น ในสายตาของเขา ชู เร้นยี ไม่คู่ควร คนเดียวที่สามารถ ตีตัวเทียบเค้าได้ก็คือ ผู่นำคนปัจจุบัน 
"ชูหยวนบ้า" 



" สู่ เจียง ตะกูล ชูเราไม่ได้ต้อนพวกเจ้า " นั้นตอนนั้น ชูหยวนก็เดินเข้ามา



" อะไรนะ ไม่มียินเลยใครพูดอะไร ? เจ้าคิดจะเมินที่ข้าพูดงั้นหรอ " ทันใดนั้นหน้า สู่ เจียงก็เปลี่ยน ความดดันของพลัง ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ ชู เร้นยี่ละคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง



ชู เร่นยี่ ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขามีพลังวิญญาณ ในระดับ 8 จึงไม่สามารถทนความกดดันได้ ในตอนนั้นชูหยวนก็เดินตรงเข้าไป หา สู่ เจียงและกล่าวว่า " ข้าชูหยวน ก็เพียงพอสำหรับคนอย่างเจ้า "



ในเวลาเดียวกัน ชูหยวน ก็ส่งแรงกดดันใส่ร่างกายของ สู่ เจียง แรงกดดันไม่เพียงแต่ สู่ เจียง จะได้รับ คนของตะกูล สู่  ก็โดนไปด้วย



เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จน สู่เจียงไม่ทันได้ตอบโต้ ผู้คนที่ยืนข้างหลังเขา ต่างกระเด็นออกไปด้วยแรงกดของ ชู หยวน ทันใดนั้น สู่ เจียง ก็หยุดแรงกดดันไว้ได้



" ระดับ 9 ห้วงวิญญาณงั้นหรอ ? " สู่ เจียงทำหน้าตื่นตระหนก เค้าไม่คิดเคยเลยว่า ชู หยวน จะไปสู่ระดับ 9 ห้วงวิญญาณทั้งแรงกดดันที่เค้าส่งมา ก็ไม่ใช่ธรรมดา 



" บุตรชายคนที่ 5 ของตะกูลชู พลังวิญญาณ ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ "



" ช่างน่าประทับใจ ด้วยอายุเพียงเท่านี้ กลับไปถึงระดับ 9 ห้วงวิญญาณ ดูเหมือนว่า ตำแหน่งผู้นำ จะไม่ใช่ใครนอกจากเขา " ความกดดันที่ ชูหยวนปล่อยออกมา ทำให้คนข้างนอกที่กำลังทดสอบทักษะการต่อสู้ ประหลาดใจ



แม้แต่ใบหน้าของ ชู หยวนบ้า ที่นั่งอยู่ก็ยังแปลกใจ เค้าปรากฏให้เห็นความสุขภายในดวงตาของเขา



" น้องห้า เจ้าก้าวหน้าถึงขั้นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ชู เร้นยี่ ถามด้วยความหงุดหงิด



" ท่านพี่ ข้าผ่านระดับนี้ ไม่กี่วันก่อน " ชูหยวนยิ้มเบาพร้อมกับตอบ ชูหยวนให้ความเคารพต่อพี่ชาย



" ดีแล้วดีแล้ว เจ้าทำได้ดีมาก ดูเหมือนว่าตำแหน่ง ผู้นำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้า " ชู เร้นยี่ยิ้มพร้อมกับตบไหล่ของ ชูหยวน



" โดยทั่วไปแล้ว บุตรคนโตจะได้รับตำแหน่ง ผู้นำ ตะกูล แต่ตะกูลชูไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขาสนใจเพียงความแข็งแกร่งของ ผู้นำ



" พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าท่านจะรีบตัดสินใจไปหน่อยนะ " จู่ๆก็มีแรงกดดัน ระดับ 9 ห้วงวิญญาณเข้าใส่ 
ชู เร้นยี่



ชูหยวน กับ ชู เร้นยี ต่างยืนนิ่งมองหน้ากัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง



เบื้องหลังพวกเขา เค้าเจอกับชายวัยกลางคน ชุดขาว ค่อยๆเดินเข้ามา ชายคนนั้นคือ ลูกชายคนที่ 6 ของตะกูล ชู หนานชาน พ่อของ ชู หงเฟย



" น้อง 6 เจ้าก็ไปถึงระดับ 9 งั้นหรอ ชู เร้นยี่ ยิ้มอย่างมีความสุข



" พี่ใหญ่ มันก็แค่ ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ เหตุใดจึงได้ใส่ใจ เป้าหมายของข้า คือ "กำเนิดวิญญาณ" ชูหนานชาน ยิ้มตอบด้วยความ มั่นใจ ความทะนงออกมาจากท่าทางของเค้า



" บุตรชายคนที่ 6 ก็อยู่ ระดับ 9 แสดงว่าตำแหน่ง  ผู้นำ จะยังไม่แน่นอนสินะ "



" ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่า วันนี้เราจะได้ดูการต่อสู้ที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว "


คนที่อยู่บริเวณนั้นตะโกนด้วยความตื่นเต้น แต่คนบริเวณใกล้เคียงกับน่าตาบิดเบี้ยว หมายความว่า มีคนที่มีความสามารถของตะกูล ชู มีถึง 2 คน ที่ถึงไปสู่ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ




แม้แต่ความจองหองของ สู่เจียง ก็หายไป เค้าขมวดคิ้ว มุมปากเค้าก็เริ่มกระตุก นั้นมันไม่ใช่สิ่งดีต่อ 
ตะกูล สู่ เลย



" ชู เร้นยี่ เชิญแขก จากตะกูล สู่มานั่งตรงนี้ ตอนนั้น มีเสียงดังชัดเจนสั่ง ชู เร้นยี่ นั้นคือ ชู หยวนบ้า"



ตอนนั้น หน้าตา ของ ชู หยวนบ้า เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะเค้ามีบุตร 2 คน ไปถึงระดับ 9 ห้วงวิญญาณ จะก้าวไปสู่ ขั้น ก่อเกิดวิญญาณเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลา



ซึ่งหมายความว่า ตะกูลมีผู้ที่เหมาะสมตั้ง 2 คน เนื่องจากเค้ามีความสุข จึงไม่ได้สนใจการมาของ สู่ เจียง แต่กลับเชิญพวกเค้ามานั่ง



" ทุกคนจากตะกูล สู่ ขอเชิญ ทางนี้ เมื่อเค้าได้ยินคำสั่งของพ่อ ชู เร้นยี่จึงไม่ได้พูดอะไร และนำทาง 
ตะกูล สู่  มายังที่นั่ง



ขณะที่ ชูหยวนจะกลับไป ตอนนั้น ชูหนานชาน ก็ถามเขาด้วยเสียงต่ำ " พี่ 5 ท่านคิดว่า ท่านพ่อจะเลือกใคร ระหว่างข้ากับท่าน ? "



" เจ้าก็ไปถามเค้าเอง " ชูหยวนตอบแล้วเดินกลับมาทันที "


ถึงแม้ว่า พวกเค้าจะเป็นพี่น้องกัน ชูหยวนนั้นไม่ค่อยชอบ ชู หนานชาน เพราะ นิสัยเอาแต่ใจของเขา
เขาจึงไม่อยากให้ ชูหนานชานได้รับ ตำแหน่ง ผู้นำ



" อืม . . ." หลังจากที่ชูหยวน เดินไป ชู หนานชาน แอบยิ้มบนใบหน้าของเค้า และจ้อง ชูหยวนด้วยสายตาเย็นชา



แต่ถ้าเทียบกับ คนที่เหลือ อีก 3 คน ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะโอกาสได้รับตำแหน่ง ผู้นำ ของพวกเค้าหายไปแล้ว ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกขื่นขม แต่ที่ต้องผิดหวังมากที่สุดก็ คือ บุตร คนที่ 4 ของตะกูล



บุตรคนที่ 4 มีพลังในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ถ้าไม่ใช่ลูกของเค้า" ชูซุน "ที่ทำ ลูกแก้ววิญญาณที่เค้าใช้เงินจำนวนมากซื้อมา หายไป ปัจจุบันเค้าคงไปสู่ ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ เช่นคนอื่นๆ



เมื่อยิ่งคิด เค้าก็ยิ่งโมโห เขากัดฟันอย่างแรง ควันแทบออกจากหู หลังจากสิ้นการประชุม เขาจะกลับไปสั่งสอนไอ้ลูกชายของเค้า เพื่อระบายความโกรธแค้นในใจ



" มันคงจะสายไปแล้วท่านพ่อ เมื่อเค้ารู้ว่าจะถูกฆ่า หลังจากจบการประชุม ข้าต้องรีบกลับไปโรงเรียนพันลมให้ไวที่สุด ท่านจะไม่มีวันที่จะจับข้า ได้แม้แต่เงา



ในมุมของด้านทักษะการต่อสู้ที่เค้าฝึกอยู่ ชูซุนแอบสังเกตสีหน้าของบิดา เขารู้ว่าจะถูกลงโทษยังไงเค้าไม่สามารถหยุดคิดได้เลย เขาสัมผัสได้ถึงดวงตาของบิดาที่โกรธ จนลูกตาแทบจะทะลัก ทันใดนั้น เค้ารู้สึกเจ็บใจอย่างมากเค้ากัดฟันแน่น " ชูเฟิง ข้าจะให้เจ้าต้องขดใช้ "



" ชูซุนเจ้าไม่เป็นไรนะ ? เกิดอะไรขึ้นกับหน้าของเจ้า ใครทำให้เจ้าเป็นแบบนี้ ? ในตอนนั้นเค้าก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย




เมื่อเค้าเงยหน้าขึ้นไปมองบริเวณใกล้เคียง หน้าของ ชูซุน เปลี่ยนไปอย่างมาก คนที่ทำให้บิดาต้องมาลงโทษเค้า มองมาที่เค้า บนใบหน้ามีรอยยิ้มเหมือนกับกำลังสะใจในความโชคร้ายของเค้า "ชูเฟิง"


//////// . . . . . . . . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป