วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 48 - ปล้น สุสาน



" มา มา มา มา!!! ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่คือสมาชิกใหม่ของพันธมิตร ปีกฯ ชื่อ ชูเฟิง เค้าอาจจะดูเหมือนเด็ก แต่เค้าไม่ใช่เด็กธรรมดา " ซูเหม่ยยิ้มและแนะนำให้คนอื่นๆรู้จักชูเฟิง



" ยังมีเด็กกว่าเจ้าอยู่งั้นหรอซูเหม่ย ? " ชายสวมชุดขาว เดินเข้ามาคารวะด้วยความสุภาพกับ ชูเฟิง " ข้าชื่อ ไป๋ ตง ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานานแล้ว วันนี้ก็มีโอกาสได้พบเจ้าซะที เจ้าดูไม่ธรรมดาจริงๆ



" ขอบใจ " ชูเฟิงกล่าวพร้อมกับยกมือคารวะตอบ คนที่ปฏิบัติต่อเค้าด้วยความสุภาพ เค้าต้องแสดงความสุภาพกลับเพื่อเป็นมารยาท



ชายหนุ่มชุดชมพูบนหัวมีดอกไม้ ก็เดินเข้ามาทำน่าตาเคร่งครึมและกล่าวว่า " ข้าชื่อ เย้ เถาจือ เป็นภรรยาในอนาคตของ จาง ถิงจือ


[  หมายเหตุกรุงศรี : เถา 桃  > " ลูกพีช "  ถิง 婷 - > " อรชร " ]



ชูเฟิงยิ้มและยกมือขึ้นคารวะพวกเขาทั้งสอง แต่ในใจเค้าคิด " เหอะๆ เย้ เถาจือ , จาง ถิงจือพวกเค้าทั้งสองช่างมีชื่อที่เหมาะสมกันจริงๆ



" ชูเฟิง เราขอต้อนรับสู่ครอบครัวใหญ่ของพันธมิตร ปีกฯ เราหวังว่าเจ้าจะไม่ใส่ใจเรื่องของสองคนนี้ . . . . . . " สองพี่น้อง หลง - หู่ เดินมาทางซูเหม่ย เหมือนจะถามอะไรสักอย่าง



" แค่ม แค่ก "  เมื่อเห็นพวกเค้าซูเหม่ยรีบกระแอมสองทีและจ้องพวกเขาทั้งสองอย่างหฤโหด ทันทีที่พวกเค้ากำลังจะพูด ก็ต้องหยุดเพราะความกลัว



ชูเฟิงนั้นมีสัมผัสที่แข็งแกร่งอยู่แล้วเมื่อเห็นอาการของพวกเขา เค้าเดาได้เลยว่าต้องเป็น ฝีมือ ซูเหม่ยแน่ๆที่บังคับสองพี่น้อง หลง - หู่ ให้ทำอะไรบางอย่างกับเค้า



" ชูเฟิง เจ้าเนี่ย ท่าทางประสาทจะไม่ค่อยดี พันธมิตรปีกฯ เชิญเจ้าตั้งหลายครั้งแต่เจ้ากลับปฏิเสธ เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งกาจมาจากไหน ? ในตอนนั้น ชายหนุ่มชุดสีฟ้าก็พูดขึ้นมา



" เจีย หยุนเฟิง หุบปาก!!! " เมื่อ ซูเหม่ยได้ยิน นางโมโหอย่างมาก



" เอาน่า ซูเหม่ย ปล่อยเค้าไปเถอะ ชูเฟิง ดึงซูเหม่ยไว้หลังเค้าและยิ้ม พร้อมกับจ้อง เจีย หยุนเฟิง และกล่าว " เจ้าอยากจะพูดอะไร เจ้าก็พูดมันออกมา!!! "



" ข้าว่า เจ้าไม่สมควรที่จะอยู่พันธมิตรปีก ฯ " เจี่ย หยุนเฟิง จ้องพร้อมกับตะโกน



* เปรี้ยงงง * ชูเฟิงทำหน้าตาเคร้งครึม และย้ายฝ่ามือของเค้าออกไป และปล่อยวิชา ฝ่ามือ ลวงตา ไปที่หน้าอกของ เจีย หยุนเฟิง



ในตอนนั้นทุกคนต่างตกใจ ไม่มีใครคิดว่าชูเฟิงอยู่ๆก็จะโจมตีออกไปโดยไม่พูดไม่จาใดๆ



" ฝ่ามือ ลวงตา "



เป็นธรรมดาที่ เจีย หยุนเฟิง เค้าจะรู้จักวิชาที่ ชูเฟิง ใช้ ทันใดนั้นเค้าก็ปล่อยพลังวิญญาณ ระดับ 7 ห้วงวิญญาณออกมารอบๆตัว เขายกหมัดของเค้าขึ้นมาและต่อยออกไป พลังของมันร้ายกาจอย่างมาก วิชาที่เค้าใช้คือ ทักษะระดับ 4



แม้ว่า ชูเฟิง จะแปลกใจ แต่เค้าไม่ได้กลัวเลยสักนิด เค้าเปลี่ยนทักษะเป็นวิชา สายฟ้า สามผสาน รูปแบบที่หนึ่ง ด้วยความเร็วของวิชานี้ ทำให้เค้ามาอยู่ด้านหลังของ เจีย หยุนเฟิง ภายในพริบตาและเค้าก็ปล่อยฝ่ามือลวงตา ไปที่ด้านหลังของ เจีย หยุนเฟิง


* ปั้งงง *


ฝ่ามือที่โจมตีมาอย่างรวดเร็ว เจีย หยุนเฟิง ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ทัน เค้าจึงเอามือปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้กระแทกกับพื้น หลังจากนั้นเค้าก็กระเด็นคว่ำหน้าออกไป  สองถึงสามเมตรก่อนที่จะหยุด



" ช่างเป็นวิธีโจมตีที่สุดยอดจริงๆ "



ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ นอกจาก ซูเหม่ย ทุกคนต่างตกใจถึงกับตาสว่าง โดยเฉพาะสองพี่น้อง หลง - หู่ พวกเค้าตกใจขนาดอ้าปากค้าง



ชูเฟิงที่พวกเค้ารู้จักเมื่อก่อนนั้นอ่อนแออย่างมาก อย่างน้อยก็ไม่เก่งเท่ากับพวกเค้าสองคน



แต่ตอนนี้พวกเค้ารู้แล้วว่าพวกเค้าคิดผิด ถ้าไม่เห็น ชูเฟิง สู้กับ เจีย หยุนเฟิง สองพี่น้องคงจะคิดว่าพวกเค้าเก่งกว่า ชูเฟิง



นี้หมายความว่า ที่ผ่านมา ชูเฟิง ปิดบังความแข็งแกร่งไว้งั้นหรอ สองพี่น้องต่างคิดไปต่างๆนาๆ



ในตอนนั้น พวกเขาทั้งสองรู้แล้วว่าทำไม ซู่รู่ และ ผู้เฒ่า โอวหยาง ถึงอยากได้ตัว ชูเฟิง หนักหนาเพราะว่าความสามารถของเค้านั้นเอง



" รู้หรือยังว่าข้าสมควรที่จะอยู่ไม๊ " ชูเฟิง พูดพร้อมกับยิ้มอย่างเย็นชาขณะที่มอง เจีย หยุนเฟิง ที่กำลังจะลุกจากพื้น



" บัดซบ!!! " ในตอนนั้น เจีย หยุนเฟิง ตะโกนด้วยความโกรธพร้อมกับพุ่งเข้าหา ชูเฟิง อีกครั้ง



* พรึบบบ ในตอนนั้นร่างของ ไป๋ ตง ที่ปกคลุมด้วยแสงสีทองปรากฏขวางอยู่ด้านหน้า เจีย หยุนเฟิง และเค้ากล่าวเสียงดังว่า



" ตอนนี้ เจ้าก็เห็นฝีมือเค้าแล้ว เจ้าอย่าทำเรื่องให้มันยุ่งยากอีกเลย "



เห็นได้ชัดว่า เจีย หยุนเฟิงนั้นกลัว ไป๋ ตง หลังจากที่เค้าหยุดการโจมตีของทั้งคู่ ชูเฟิง สัมผัสได้ถึงพลังของเค้า



" ระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ? ! "



ชูเฟิง กล่าวพร้อมกับถอนหายใจด้วยความประหลาด เค้ารู้สึกถึงพลังวิญญาณของ ไป๋ ตง ที่เหมือนกับ ซูเหม่ย ระดับ 8 ห้วงวิญญาณ




" ไม่มีอะไรแล้ว " นี้สินะที่เรียกว่า จะไม่รู้จักซึ่งกันและกันหากปราศจากการต่อสู้ " รีบไปกันเถอะ เวลาเหลือน้อยแล้ว ตอนนั้น เย้ เถาจือ พูด



หลังจากที่พวกเค้าพูดคุยกันเสร็จหลายคนเริ่มเดินออกจาก วิหาร ซูเหม่ยเดินยิ้มมาข้างๆชูเฟิงพร้อมกับกล่าวว่า



" เจ้านี้ค่อนข้างยโสทีเดียว พวกเค้าพูดอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็พุ่งใส่เขาและ "



" ก็เค้าเป็นคนอยากรู้ฝีมือข้า " ชูเฟิง พูดพร้อมเม้มปาก



" ก็ใช่อยู่ จริงๆแล้วข้าก็ชอบนะที่เจ้าเป็นคนแบบนี้ " ซูเหม่ยยิ้มพร้อมกับดึงคัมภีร์ออกจากกระเป๋าข้างเอวให้ยื่นให้ ชูเฟิง



" นี้คืออะไร ? ชูเฟิงหยิบมันขึ้นมาพบว่าม้วนคัมภีร์ค่อนข้างเก่าและโทรมเหมือนพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ



แต่เมื่อ ชูเฟิง เปิดดูเนื้อหาข้างในคัมภีร์ ตาของเค้าก็สว่างขึ้นมาทันที " วิชาลับ ขั้นแรก วิชา กำหนดลมปราณ "



" มันเป็นวิชาลับใช่ไม๊ . . . . . . . "



" ชูว่วว " เมื่อได้ยินเค้าพูด ซูเหม่ยรีบใช้มือของนางปิดปาก ชูเฟิง ทันที นางมีท่าทีลุกลี้ลุกลนมองซ้ายมองขวารอบๆวิหาร นางกลัวว่าจะมีใครได้ยินชูเฟิงพูด



" ซูเหม่ย เจ้า . . . "



" ไม่มีอะไรมาก ข้าเคยสัญญาไว้กับเจ้าไงถ้าหากเจ้าเข้าร่วมกับพันธมิตร ปีกฯ ข้าจะให้ทักษะลับกลับเจ้าไปฝึก ข้าก็แค่ทำตามสัญญา " ซูเหม่ยกล่าวเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา



กับคำพูดพวกนั้น มันทำให้ ชูเฟิง รู้สึกอึดอัดอย่างมาก เมื่อวานเค้าพึ่งให้พี่สาวนางมาช่วยก็เป็นหนี้พวกนางมากมายจนชดใช้แทบจะไม่หมด แล้วยังมอบวิชาลับที่เค้าแสนจะโหยหามาให้อีก แล้วเค้าจะตอบแทนพวกนางยังไง



ซูเหม่ยนางไม่ได้คิดมากกับเรื่องเหล่านั้น มันจึงทำให้เค้ารู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก ชูเฟิงกล่าวเบาๆว่า " ขอทีหนึ่ง " เฮ้ย ขอบคุน "



" ขอบคุณอะไรกัน รีบๆเก็บมันไปเถอะ อย่าให้พวกเขาเห็น "



" นี้เจ้าอยากให้คนอื่นเอาไปงั้นหรอ รีบๆเก็บไปซะไม่งั้นข้าจะชกเจ้า !!! " ซูเหม่ยยกหมัดขึ้นมาด้านหน้าชูเฟิง และเก็บหมัดลงไป นางรีบวิ่งไปด้านนอก ด้วยความเขิลอาย



เห็นความน่ารักของนาง มันทำให้ ชูเฟิง รู้สึกประทับใจ ซูเหม่ย มากกว่าเก่า



ชูเฟิงและคนในกลุ่มมุ่งหน้าไปทิศตะวันตก หลังจากผ่านมาสองคืน พวกเขาก็ออกมาจากอาณาเขตของโรงเรียนมังกรฟ้าพวกเค้าไม่ได้มาทำภารกิจของโรงเรียนแต่อย่างใด



" ซูเหม่ย แล้วเรามาทำอะไรที่นี้ เราจะไม่เสียเวลาเปล่างั้นหรอเดินมาตั้งไกล " ชูเฟิงถามเบาๆ เขารู้สึกว่าภารกิจมันจะคุ้มค่ากลับที่เดินทางมาตั้งไกลหรือป่าว



" ข้าจะบอกความลับให้เจ้าฟัง พวกเรากำลังจะไป ปล้น สุสาน " ซูเหม่ยยิ้มอย่างมีความสุข และกล่าว



" ปล้นสุสาน ? เรื่องจริงหรอ ? มันผิดจริยธรรมนะ!!! " หน้าของชูเฟิงแสดงความดูถูก



" เจ้ารู้อะไรบ้างหรือป่าว ? นี้เป็นสุสานของผู้มีพลังวิญญาณ ระดับ แก่นแท้วิญญาณ ไม่เพียงแต่ยาระดับธรรมดาทั่วๆไปที่มีอยู่เต็มไปหมด แม้กระทั้งยาที่ระดับ แก่นแท้ เอาไว้ใช้ก็ยังมี



" นอกจากนั้น ยังมีทักษะลับ วิชาลับ ต่างๆอยู่ในนั้นอีกมากมาย มันเหมือนกับถ้ำที่ไว้เก็บสมบัติดีๆนี้เอง ถ้าเจ้ารู้สึกว่ามันผิดจริยธรรมแล้วล่ะก็ เจ้าจะกลับไปก็ได้นะ " ซูเหม่ยอธิบายพร้อมพูดกับชูเฟิง




" สุสานของผู้ใช้พลังวิญญาณระดับ แก่นแท้วิญญาณ ? ยาจำนวนมากมาย ? ยาแก่นแท้ที่หาได้ยาก ? วิชาลับอีกเพียบ? "



ชูเฟิงรู้สึกประหลาดใจ ในระดับพลังวิญญาณช่วงอาณาจักรวิญญาณ คนที่ก้าวสู่ระดับ แก่นแท้วิญญาณหากฝึกจนพัฒนาก็จะเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณ ระดับ วิญญาณสวรรค์



แต่คนที่สามารถไปถึงระดับแก่นแท้วิญญาณได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จะต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และต้องเป็นอัจฉริยะตั้งแต่กำเนิดเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ระดับนี้ได้



แต่เท่าที่เค้ารู้ ปัจจุบัน ผู้นำของโรงเรียนมังกรฟ้าก็อยู่ในระดับ แก่นแท้วิญญาณ เป็นระดับอาณาจักรวิญญาณที่สูงที่สุดในดินแดน ที่จะเอิ้อมไปถึง



สำหรับอาณาจักร วิญญาณสวรรค์ คนที่ก้าวไปถึงจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ สามารถเดินทางหมื่นลี้ได้เพียงวันเดียว สามารถแบ่งนภาแยกปฐพี ซึ่งก้าวเกินขีดจำกัดของมนุษย์ และถูกจารึกไว้เป็นตำนาน



ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับ วิญญาณสวรรค์ยังไม่เคยมีปรากฏในเขตมังกรฟ้ามาก่อนเลย ยังไงก็ตาม ชูเฟิงเคยได้ยินว่า ประมุขของดินแดน ผู้นำของทั้ง 9 เขต ภายในราชวงค์ เจียง เป็นคนที่เข้าสู่ระดับ วิญญาณสวรรค์ได้




โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . .