วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 50 - โหยหา ทักษะลับ



" ชูเฟิง เจ้ามีอำนาจพลังวิญญาณ ? เจ้าไม่ควรล้อเล่นเช่นนี้ " ไป๋ ตงทำหน้าตาจริงจัง เสียงของเค้าก็เต็มไปด้วยความสงสัย



" เขาพูดความจริง เขาเป็นคนหนึ่งในหมื่นที่มีพลังนั้น " ซูเหม่ยพูดขึ้นมา



" ซูเหม่ย เรื่องจริงงั้นหรอ " เมื่อได้ยินคำพูดซูเหม่ย ทุกคนต่างอ้าปากค้าง



" นั้นคือเหตุผลว่าทำไมพี่สาวข้าถึงได้เชิญเค้าเข้าร่วมพันธมิตรปีกฯ ครั้งแล้วครั้งเล่า " ซูเหม่ยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ นางรู้ว่าหากเมื่อไหร่ที่ชูเฟิงเปิดเผยพลังนี้ ทุกคนจะมองเค้าใหม่



ในเวลานั้น ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจ พวกเขามองที่ ชูเฟิง พวกเค้าต่างมีท่าทีแสดงออกด้วยความนับถือ และชื่นชม



แม้แต่ เจีย หยุนเฟิง ที่ไม่ค่อยชอบหน้าชูเฟิง ก็ยังเปลี่ยนท่าทีการแสดงออก เห็นได้ชัดว่าเค้ารู้สึกเสียใจเรื่องก่อนหน้านี้



บุคคลที่มีอำนาจพลังวิญญาณอาจจะไม่ปรากฏหนึ่งในหมื่น แต่อาจจะเป็นหนึ่งในแสนคน



จนถึงทุกวันนี้ มีแค่ 2 คนเท่านั้น ที่มีอำนาจพลังวิญญาณในโรงเรียนมังกรฟ้า หากนับชูเฟิงเข้าไป เค้าจะเป็นคนที่ 3 ที่มีอำนาจพลังวิญญาณ



คนเหล่านี้จะมีพลังวิญญาณแบบพิเศษตามธรรมชาติพวกเค้าจะสามารถฝึก ทักษะต่างๆได้อย่างรวดเร็วและสัมผัสทั้ง 5 ของเค้าจะเฉียบคมกว่าคนอื่นๆ ถึงแม้พวกเค้าจะยังไม่ได้ฝึก การเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณก็ตาม แต่ในด้านการฝึกทักษะของพวกเค้ามีโอกาสที่จะสำเร็จสูงมาก



คนแบบพวกเค้าหากทำผิดใดๆก็จะได้รับการยกเว้น พวกเค้าเกิดมาโดยถูกกำหนดไว้เช่นนั้น เป็นธรรมดาที่ เจีย หยุนเฟิง จะรู้สึกกลัว ชูเฟิง



" ชูเฟิง ได้โปรดยกโทษด้วย กับการกระทำก่อนหน้านี้ของข้า "



" เพื่อเป็นการขอโทษ ข้าจะจ่ายส่วนของเจ้าในการซื้อแผนที่สุสาน " เจีย หยุนเฟิง ขอโทษและแสดงความจริงใจ ต่อชูเฟิง



ทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แต่พวกเขาก็เข้าใจหากเป็นพวกเค้าก็คงจะทำแบบเดียวกัน



" เห๋ ? งั้นก็ขอบใจ " ชูเฟิงยินดีที่จะรับน้ำใจ



หญ้าวิญญาณฯจำนวน 10 ต้นก็ถือว่าไม่มาก แต่หากมีคนเต็มใจจ่ายให้เค้า เป็นธรรมดาที่ชูเฟิงจะยอมรับด้วยความเต็มใจ



หลังจากสิ้นสุดการสนทนา พวกเค้าก็เข้าไปยังเมืองโบราณ ตอนนั้น ชูเฟิง สัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งของเมืองโบราณ



มีคนมากมายซ่อนอยู่ที่เมืองโบราณ ชูเฟิงเห็นคนจากโรงเรียนต่างๆส่วนใหญ่จะสวมชุดของโรงเรียน



เค้าเคยเห็นชุดของโรงเรียนพันลม ที่ชูซุนคนในตะกูลเป็นคนสวม



" ดูเหมือนว่าข่าวของสุสานแห่งนี้จะเป็นที่สนใจของคนจำนวนมาก " ชูเฟิงถอนหายใจและพูด



" แน่นอนสิ ข่าวเกี่ยวกับสุสานนี้รั่วไหลออกไปทั่วทุกที่ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคนเก่งๆมาที่นี่ ไม่ช้าก็เร็ว ต้องเกิดการปะทะขึ้น " ซูเหม่ยกระซิบบอกเบาๆ



" เจ้าจะบอกว่าโรงเรียนมังกรฟ้าก็ส่งคนมาที่นี่งั้นหรอ ? ชูเฟิงถามนางใกล้ๆ เพราะระยะห่างของทะเลทรายแห่งนี้กับโรงเรียนไม่ไกลกันเท่าไหร่



" แน่นอน โรงเรียนที่อยู่บริเวณรอบๆป่าทะเลทรายได้ยินข่าว โดยเฉพาะโรงเรียนพันลมและโรงเรียนมังกรฟ้า พวกเค้าต้องส่งคนออกมาอยู่แล้ว



" นอกจากนี้ พวกเค้าจำเป็นต้องใช้คนมีฝีมือ ดังนั้นโรงเรียนของเราจึงต้องส่ง ลูกศิษย์หลักและเหล่าอาวุโสออกมา บางทีตาแก่จูเกออาจจะมาด้วยตัวเอง " ซูเหม่ยกล่าว



" มันจะไม่กลายเป็นสงครามระหว่างโรงเรียนมังกรฟ้ากับโรงเรียนพันลมงั้นหรอ " ชูเฟิงถาม



" นั้นแหละคือเหตุผลที่เราถึงสวมชุดนอกและแกล้งทำตัวเป็นนักเดินทาง นี้คือวีธีที่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็น  เราจะใช้ประโยชน์จากการปะทะของพวกเค้า



" พวกเขาสามารถเปิดทางให้เรามีโอกาสเข้าไปแย่งสมบัติ อย่างน้อยพวกเราก็คงได้อะไรมาบ้าง " ใบหน้าที่งดงามของซูเหม่ย เต็มไปด้วยความชั่วร้าย นี้เป็นแผนที่นางเตรียมการไว้ทั้งหมด



หญิงสาวที่อายุแค่ 14 ปี กับวางแผนได้ขนาดนี้ ชูเฟิงหมดหนทางได้แต่ส่ายหน้า เค้าไม่อยากจะคิดหากนางโตขึ้น นางคงเป็นจอมวางแผนไม่แพ้ ซูรู่



เนื่องจากตำแหน่งของสุสานยังไม่เปิดเผย ชูเฟิงและคนอื่นๆ อาจจะต้องอาศัยอยู่เมืองโบราณชั่วคราวเพื่อรอข่าว



เมื่อพวกเค้าถึงโรงเตี๊ยม ชูเฟิงก็เข้าห้องพักของเค้าและปิดประตูทันที ชูเฟิงใจร้อนอย่างมากที่จะได้ฝึกวิชาลับ เค้าหยิบคัมภีร์ " วิชากำหนด ลมปราณ "ออกมา



ทักษะลับ แบ่งออกตามลำดับขั้น มีขั้นแรก ขั้นกลาง และขั้นสุดท้าย แม้ว่า วิชากำหนด ลมปราณจะเป็นทักษะลับขั้นแรก แต่มันก็คุ้มค่าที่จะฝึก



ไม่งั้น ซูเหม่ย นางคงไม่แข็งแกร่งขนาดนี้ทั้งๆที่อายุยังน้อย แม้แต่ ชูเฟิงก็ยังกลัวการพัฒนาของนาง



หลังจากที่ศึกษาคัมภีร์ ชูเฟิง ก็เริ่มเข้าใจ วิชากำหนด ลมปราณ เล็กน้อย ส่วนที่สำคัญของมันคือการควบคุมพลังวิญญาณขณะที่กำหนดลมหายใจ พลังจะถูกย้ายไปส่วนต่างๆของร่างกาย ขั้นสุดท้ายคือการกำหนดพลังไว้ที่จุดนั้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งที่มากเกินกว่าคนปกติ



แม้ว่าพูดจะง่ายก็กว่าลงมือ หากเป็นคนอื่นๆคงเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับ ชูเฟิง มันไม่ยากเท่าไหร่ เมื่อเค้าศึกษามันอีกครั้งก็เข้าใจความหมายซึ่งมันบอกไว้ตรงตัว


ชูเฟิง ไม่ได้มีความเข้าใจพลังวิญญาณมาตั้งแต่เกิด ชูเฟิงพึ่งจะมาเข้าใจมันก็ตอนที่ได้รับอำนาจพลังวิญญาณ สมองเค้าจึงทำงานได้อย่างรวดเร็ว



" ฟู่ว ฟู่ว ฟูว่ "



หลังจากที่เข้ายืนขึ้นเค้าก็เริ่มกำหนดลมหายใจ ชูเฟิงพยายามที่จะทดสอบวิชา กำหนด ลมปราณ



ขณะที่เค้าเริ่มกำหนดลมปราณ ชูเฟิง รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณในร่างกายของเค้าเป็นเหมือนกับมังกรที่พรุ่งพร่านร้องคำรามภายในร่างกาย พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของร่างเค้ามันเป็นพลังแบบพิเศษ ชูเฟิงสัมผัสถึงพลังที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า



" พลังนี้แข็งแกร่งจริงๆ!!! " เมื่อเค้ากำหมัดเค้ารู้สึกถึงพลังวิญญาณที่มากมาย ชูเฟิงมีความสุขเป็นอย่างมาก



เหตุผลที่ว่าทำไม ชูเฟิงถึงแข็งแกร่งกว่าคนปกติที่ฝึกวิชาเดียวกัน มันเป็นเพราะสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ในร่างกายของเค้า ซึงทำให้พลังของเค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าคนอื่นๆ



พลังของทักษะลับ อีกวิชาหนึ่งของเค้าก็เป็นแบบพิเศษที่เปลี่ยนพลังวิญญาณในร่างกายและทำให้แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป 



วันนี้ ชูเฟิง ครอบครองถึงสองทักษะ มันจึงทำให้พลังของเค้าไปไกลเกินกว่าคนปกติ ขณะนี้เค้าสามารถสู้กับ ซูเหม่ยได้ไม่ยาก



แต่ ซูเหม่ยนางอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณและยังฝึกทักษะลับมาก่อน แต่ชูเฟิงอยู่แค่ในระดับ 6 ห้วงวิญญาณ ด้วยระดับที่ห่างกัน เค้าจึงทำได้เพียงสูสี



" นี้ ข้าควรจะเข้าร่วมการทดสอบเป็นศิษย์หลักในปีนี้ดีไม๊ ? หลังจากประเมินความแข็งแกร่งของตัวเอง ชูเฟิง เริ่มที่จะตื่นเต้น



การสอบศิษย์หลักจะจัดขึ้นในโรงเรียนมังกรฟ้าทุกๆปี วันที่สอบก็ใกล้เข้ามาแล้ว



เทียบกับการสอบเข้าฝ่ายใน ศิษย์หลักจะมีข้าจำกัดของอายุ คนที่เข้าสอบอายุต้องไม่เกิน 18 ปี  ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรือมีความสามารถขนาดไหนก็ตาม หากอายุเกินที่จำกัด ก็จะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าสอบ



จากที่ ชูเฟิง ประเมินหากมีพลังถึงระดับ 8 ห้วงวิญญาณในการสอบศิษย์หลัก ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะผ่านการทดสอบมากขึ้น



ศิษย์หลักของโรงเรียนมังกรฟ้าจะเน้นพัฒนาความสามารถของพวกเค้าเป็นหลัก แม้แต่ตะกูลที่มีลูกหลานเป็นศิษย์หลักก็จะได้รับการปกป้องจากโรงเรียนมังกรฟ้า



ตราบใดที่ ชูเฟิง ได้กลายเป็นศิษย์หลัก ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสามารถของเค้า ยังช่วยเรื่องภายในตะกูลของเค้าได้อีกด้วย



เค้านึกไปถึงใบหน้าที่มีความสุข ของชูหยวนและตะกูลหากเค้ากลายเป็นศิษย์หลัก ชูเฟิงเค้ามักจะมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ



* ป๊อก ป๊อก ป๊อก!!! * ในตอนนั้นชูเฟิงก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู



หลังจากที่เค้าเปิดประตู ชูเฟิงก็พบใบหน้าที่อ่อนหวานและมีเสน่ห์ของซูเหม่ย  นางมองเค้าพร้อมกับรอยยิ้มขณะที่เอามือสองข้างไว้ข้างหลัง



/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



โปรดติดตามตอนต่อไป............