วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 55 - เรียกข้าว่า ชูเฟิง



แต่ขณะที่เขากำลังจะยื่นมือเข้ามากอดซูเหม่ย   ชูเฟิงก็ปรากฏตัวข้างๆซูเหม่ย ทันใดนั้นเค้าก็โอบนางไว้ในอ้อมแขนเพื่อที่จะหลบจากมือสกปรกของศิษย์หลัก



การกระทำของชูเฟิงทำให้หน้าของศิษย์หลักเปลี่ยนไปทันที สายตาสองดวงจ้องมองชูเฟิงอย่างเย็นชา ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร มุ่งร้ายต่อ ชูเฟิง



แต่ ชูเฟิงไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อยอีกทั้งยังหัวเราะพร้อมกับมองหน้าซูเหม่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของเค้า " ที่รัก เจ้ารู้จักเขาด้วยหรอ ? "



ใบหน้าของ ซูเหม่ย เต็มไปด้วยรอยยิ้มและกล่าว " ข้าไม่รู้จัก "



" โอ้ ในวันหน้าเจ้าอย่าได้ไปคุยกับคนแปลกหน้านะ เป็นผู้หญิงต้องระวังตัวหน่อยสิ " ชูเฟิงพูดพร้อมกับลูบผมของซูเหม่ยโดยไม่สนใจความรู้สึกของศิษย์หลัก



" ข้าเข้าใจแล้ว " ซูเหม่ยตอบราวกับว่าพวกเค้าทั้งคู่เป็นคนรักกัน



" เจ้าหนุ่ม แกเป็นใคร ? " ใบหน้าของศิษย์หลักเปลี่ยนเป็นสีเขียว เค้าชี้หน้า ชูเฟิง พร้อมกับซักไซ้ เขาพยายามที่จะระงับความโกรธอย่างสุดๆ



เขามาที่นี่อย่างยากลำบาก และได้มาเจอสาวงามซูเหม่ยโดยบังเอิญ ตอนแรกเขาคิดจะหาประโยชน์ใส่ตัวเองเล็กๆน้อยๆเผื่อผ่อนคลาย แต่เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าอยู่ดีๆจะมีเด็กหนุมโผล่ออกมา มันทำให้เขาไม่พอใจยิ่งนัก



" เจ้าล่ะเป็นใคร ? " ชูเฟิงย้อนถาม โดยไม่ตอบ


" ข้าเป็นใคร ? ข้าเป็นศิษย์หลักของโรงเรียนมังกรฟ้า ชื่อ โจว จื่อหยวน "


" โอ้ ท่านคือโจว จื่อหยวน ? "


" ใช่ข้าเอง "


" ข้าไม่รู้จัก . . . "


" เจ้า . . . . . . . "



เวลานั้นไม่ต้องพูดถึงพวกศิษย์หลักของ โจว จื่อหยวน แม้แต่พันธมิตรปีกฯที่อยู่บริเวณรอบๆก็ยังตกใจ



ชูเฟิง มันยังมีสมองอยู่หรือป่าว ที่กล้าไปหักหน้าศิษย์หลักแบบนั้น พร้อมยังพูดเสียงดัง เพื่อให้เขาอับอาย อีกไม่นานภัยพิบัติคงมาเยือน



" เจ้าอยากตายใช่ไม๊!!! "



นั้นตอนนั้น โจว จื่อหยวน ก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ชูเฟิง เขาเหวี่ยงแขนออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเสียงปะทะกับลมพุ่งใส่ชูเฟิง



ในตอนนั้น ซูเหม่ยขมวดคิ้วเข้าหากัน นางปล่อยพลังวิญญาณของนางออกมาเพื่อเตรียมโต้ตอบเช่นกัน ทันใดนั้นนางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของชูเฟิงที่พลักนางออกจากการโจมตี



*ปั้งงง * 


.

หลังจากที่ผลักซูเหม่ยหลบออกไป ชูเฟิงหันตัวไปด้านข้างและหลบการโจมตีจากฝ่ามือของ โจว จื่อหยวน ในขณะเดียวกัน เค้าก็ก้าวไปด้านหน้า และซัดฝ่ามือออกไปที่หน้าอกของ โจว จื่อหยวน



" เจ้าหนุ่มคนนี้!!! "



เห็นได้ชัดว่าชูเฟิงไม่ใช่แค่หลบการโจมตีของโจว จื่อหยวนได้.  เค้ายังสามารถตอบโต้กลับไปได้อีก มันทำให้ โจว จื่อหยวน ค่อนข้างตกใจ เขารีบใช้เทคนิคลับและรีดเค้นพลังวิญญาณของเค้า จากนั้นเค้าก็ซัดหมัดไปปะทะกับฝ่ามือของชูเฟิง




* ปั้งงง* หมัดทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง จนทำให้พวกเค้าทั้งคู่ถอยออกไปสองถึงสามก้าว ใบหน้าของชูเฟิงยังคงสงบ แต่ใบหน้าของ โจว จื่อหยวนเปลี่ยนไปอย่างมาก



ระดับ 6 ห้วงวิญญาณ เด็กคนนี้อยู่แค่ระดับ 6 แต่เค้ายังไม่สามารถทำอะไรได้ มือของเค้ารู้สึกชาอย่างมาก เค้ารู้สึกว่าร่างกายของชูเฟิงมีบางอย่างไม่ปกติ มันเหมือนกับว่า เส้นเอ็นและกระดูกเค้าแข็งเหมือนกับโลหะ



" เจ้ามีวิชาที่ร้ายกาจดีหนิเจ้าหนุ่ม เจ้ากล้าประกาศนามของเจ้าไม๊!!! " หลังจากเค้ารู้ว่าชูเฟิงไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา โจว จื่อหยวน หยุดการโจมตี แล้วถามชื่อของเค้าแทน



" ยืนไม่เปลี่ยนชื่อ นั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ศิษย์ฝ่ายในโรงเรียนมังกรฟ้า เรียกข้าว่า ชูเฟิง !!! " ชูเฟิงยึดอกพร้อมกับเฉิดหัวขึ้น และประกาศนามอย่าง กังวาล



" ดีมาก ชูเฟิง ข้าจะจำเจ้าไว้ "



" ข้าเป็นถึงศิษย์หลัก แต่เจ้าเป็นแค่ศิษย์ฝ่ายใน เจ้าไม่เคารพข้าวันนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากเจ้ายังไม่เคารพข้าอีก  วันหน้าเจ้าจะต้องได้รับกับผลที่ตามมา "



หลังจากที่เค้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา โจว จื่อหยวน ถลึงตาใส่ชูเฟิง และรีบจากไป


" ชูเฟิง เจ้าทำให้ข้าประทับใจเป็นอย่างมาก แม้แต่โจว จื่อหยวน ที่เป็นศิษย์หลักทั้งยังฝึกทักษะลับ ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ แต่เจ้ากับปะทะกับเค้าโดยไม่มีบาดแผลใดๆ ข้า ไป๋ ตง ขอชื่นชมเจ้าจากใจจริง "



" ชูเฟิง บอกได้เลยว่าความแข็งแกร่งของท่านที่ข้าได้ประจักษ์เป็นหนึ่งใน 10 ของพันธมิตรปีก ฯ ข้า เย้ เถาจือ ขอชื่นชมท่านเช่นกัน



" ชูเฟิงมีอำนาจพลังวิญญาน ดังนั้นเค้าย่อมแข็งแกร่ง หากเจ้าพัฒนาขึ้นไปอีกในอนาคต อย่าลืมพวกเราสองพี่น้องล่ะ "



เมื่อ โจว จื่อหยวน ยังอยู่ทุกคนต่างไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ ไป๋ ตง ,เย้ เถาจือ และสองพี่น้องหลง - หู่ ต่างเข้ามาใกล้ๆชูเฟิง ใบหน้าพวกเค้าเต็มไปด้วยความชื่นชม




ในการต่อสู้ระหว่างพลังระดับ 6 ห้วงวิญญาณ กับพลังระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ที่สามารถสู้กันได้อย่างสูสี ความแข็งแกร่งขนาดนี้พวกเค้าไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน และก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถทำเช่นนี้ได้



แต่ที่น่าตกใจก็คือ พวกเค้าไม่เคยสังสัยพลังในร่างกายของชูเฟิงที่มีมากกว่าปกติ พวกเค้าคิดว่าอาจเป็นเพราะชูเฟิงมีอำนาจพลังวิญญาณอยู่ในร่างกาย



" รีบๆเข้าเถอะ ถ้าเรายังชักช้าสุสานผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้สมบัติคงถูกนำออกไปหมด แล้วเราก็จะไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง " ซูเหม่ยดูแผนที่และบอกให้ทุกคน เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังสุสาน



เมื่อพวกเค้าเรื่มเดินทางไปยังสุสาน ซูเหม่ยก็ค่อยๆเดินเข้ามาข้างๆ ชูเฟิง และพูดกับเค้าด้วยเสียงต่ำ " เจ้านี้มันน่ากลัวจริงๆ "



" กลัวอะไรงั้นหรอ ? " ชูเฟิงสับสนนิดหน่อย


" เจ้าใช้ทักษะ กำหนดลมปราณ หรือป่าว ถึงได้สามารถหลบและโต้ตอบการโจมตีของโจว จื่อหยวนได้ "


" ใช่ ข้าใช้ทักษะ กำหนดลมปราณ ทำไมงั้นหรอ ?


" เจ้ารู้ไม๊ว่าข้าใช้เวลาฝึกทักษะกำหนดลมปราณนานเท่าไหร่ ? "


" เท่าไหร่ ? "


" ข้าใช้เวลาทั้งปีถึงสามารถใช้ทักษะ กำหนดลมปราณได้ แต่เจ้ากับใช้มันได้หลังฝึกแค่ไม่กี่วัน  "


" อ๋อเจ้าจะชมว่าข้าฉลาดเกินไป หรือเจ้าอยากให้ข้าพูดว่า เจ้าโง่งั้นหรอ ? "


" ไอ้บ้า!!! "


" โอ๊ยย ~ ~ ~ "



เสียงกรีดร้องดังขึ้น แขนของชูเฟิงกลายเป็นสีเขียว ไป๋ตงและคนอื่นๆต่างสังเกตุพวกเค้าทั้งคู่



จริงๆแล้ว พวกเค้าสามารถบอกได้เลยว่า ซูเหม่ยกับชูเฟิง ความสัมพันธ์ของเค้าทั้งคู่ไม่ธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงเว้นระยะห่างออกมาเพื่อไม่เป็นการรบกวนพวกเค้า



เมื่อเห็นว่าชูเฟิงทำหน้าบู้บี้และถูแขนที่ถูกหยิกของเค้า ซูเหม่ย ยิ้มที่มุมปากและพูดเบาๆกับชูเฟิงว่า " ขอบใจ "



" ขอบใจเรื่องอะไร ? " ชูเฟิง รู้สึกสับสน เค้าไม่เข้าใจจิตใจของนางเลย



" เจ้าเป็นคนฉลาดหนิ ดังนั้นข้าแน่ใจว่าเจ้าต้องรู้ถึงผลที่ตามมา หากโจว จื่อหยวน ไม่พอใจเจ้าแล้วจะมีปัญหามากแค่ไหน แต่เจ้ายังเลือกที่จะช่วยข้า ข้า.... "



" เจ้าพูดเรื่องอะไร ? คิดว่าข้าจะกลัวพวกเค้างั้นหรอ จำไว้ว่า ข้าแค่ไม่พอใจเจ้าลูกศิษย์หลักนั้นที่มารังแกเจ้า อีกอย่างข้าก็ยืนอยู่ตรงนั้นจะให้ข้านิ่งเฉยงั้นหรอ ดังนั้นจึงใช้โอกาสสั่งสอนเค้าไปเลย "



" เพราะอะไร ? "



" เพราะเจ้าคือคนที่ข้าอยากจะปกป้องไง!!! " หลังจากที่พูดชูเฟิงก็เดินยิ้มเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ขณะนั้น ซูเหม่ยถึงกับหยุดอยู่กับที่ ดวงตาคู่งามของนางกระพริบไม่มีหยุด บนใบหน้าของนางเป็นสีแดงนางไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เป็นครั้งแรกที่มีชายหนุ่มที่นางพึ่งรู้จักอยากจะปกป้องนาง แล้วคำพูดของเค้าก็อาจจะเชื่อถือได้จริงๆ




" งั้นหรอ " จู่ๆ ซูเหม่ยก็ยิ้ม พร้อมกับเอามือเล็กๆของนางไขว้หลัง จากนั้นนางก็กระโดดตามชูเฟิงไป รอยยิ้มบนใบหน้านางในตอนนั้นช่างดูอ่อนหวาน ดูน่าทะนุถนอม เหมือนกับว่านางยิ้มออกมาจากใจ


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



โปรดติดตามตอนต่อไป..........