วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 57 - จักรพรรดิ์ปราชญ์นภา



ลานกว้างเต็มไปด้วยศพคนจำนวนมาก ดูจากชุดของพวกเขา คือคนที่เข้ามาในสุสานก่อนหน้าพวกชูเฟิง



รอบๆศพมี   อมนุษย์  เหตุผลที่พวกเขาเรียกมันว่าอมนุษย์เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายกับคนแต่ดูน่ารังเกียจ โลหิตของมันไหลออกตามผิวหนังพวกมันดูน่าเกียจน่ากลัวอย่างสุดๆ



ในร่างกายของพวกมันมี รังศี การฆ่าฟัน ตัวที่ปวกเปียกที่สุดอยู่ในระดับ 6 ห้วงวิญญาณ จนไปถึงตัวที่เก่งที่สุด  ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ



ในเวลานั้น เจ้าอมุษย์กำลังกลืนกินเนื้อหนังของศพที่พวกมันฆ่า พวกมันดูน่ากลัวและโหดเหี้ยมกว่าสัตว์อสูร



สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจำนวนของมัน พวกมันมีจำนวนหลายร้อยตัว พื้นที่ลานกว้างส่วนใหญ่มีพวกมันยืนอยู่ทุกจุด ถ้าหากพวกเค้าทั้งกลุ่มต้องการผ่านข้างหน้าไป พวกเค้าจะต้องอาศัยโชคล้วนๆ หรือว่าต้องมีผู้ใช้พลังวิญญาณระดับ 9 ห้วงวิญญาณ อยู่ด้วยหลายคน



" จำนวนศพเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นไปหมด เลือดนองท่วมพื้น นี่ . . . . นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้วนะ!!! "



ในตอนนั้น ซูเหม่ย เม้มปากของนาง ดวงตาคู่งามของนางเบิกกว้างออก พวกเค้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง



" ซูเหม่ย เจ้าสังเกตุหรือป่าว "



ชูเฟิงรู้สึกว่ามีบางอย่างรบกวนจิตใจเค้าอยู่ จากที่เค้าสังเกตุด้วยพลังวิญญาณ เค้าพบว่านอกจากมันไม่มีผิวหนัง ร่างกายของมันก็ไม่ได้ต่างจากร่างกายของมนุษย์ หรือว่า พวกอมนุษย์เหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์



" มันคือยาพิษที่เรียกว่า พิษโลหิต พิษโลหิตถูกสร้างจากพิษชนิดต่างๆจำนวนหลายพัน "



" ถ้าคนที่กินยาพิษนี้เข้าไปและไม่ได้รับการถอนพิษ ภายในครึ่งชั่วยาม พวกเขาจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ จากนั้นพวกเค้าจะยังไม่ตายหรือเน่าเปื่อย พวกเขาจะกลายเป็นผีดิบที่ไล่ฆ่าผู้คน เหมือนเป็นเครื่องจักรสังหาร หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงผิวหนังของมันจะลอกออกแต่ก้ามเนื้อกับเลือดยังคงอยู่ มันถูกเรียกว่า " ศพโลหิต "




" เพื่อป้องกันสุสานแห่งนี้จากการบุกรุก เค้าจึงใช้ยาพิษนี้ เพื่อสร้างศพโลหิต  จากนั้นก็เอาพวกมันขังไว้ในสุสาน ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ศพโลหิตจะมาอยู่ในที่แบบนี้ เจ้าของสุสานแห่งนี้ช่างเป็นคนที่โหดร้ายเกิน. . . . "



หลังจากที่ฟังรายละเอียดของซูเหม่ย ทุกคนเอาแต่ถอนหายใจไปในอากาศ การเปลี่ยนมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ให้เป็นเช่นนี้ การกระทำของเค้า ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ



" ซูเหม่ยแล้วเจ้ารู้จักวิธีกำจัดมันหรือป่าว "



ชูเฟิงและคนอื่นๆต่างยืนอยู่ด้านนอกลานกว้าง เห็นได้ชัดว่า ศพโลหิตเห็นพวกเขา แต่ไม่ได้เข้าโจมตี แสดงว่าคนที่เข้าไปจะถูกมันฆ่า เมื่อตายไปแล้วพวกมันก็จะหยุดโจมตี ดังนั้น ชูเฟิงรู้สึกว่าหากเขาเป็นเหมือนศพ อาจจะเป็นหนทางก็ได้



" ศพโลหิต ไม่มีตาหรือการได้ยิน พวกเขาแค่สังหารสิ่งที่มีชีวิตเท่านั้นโดยใช้ความรู้สึกจากกลิ่นเพื่อตรวจสอบว่าเป็นอาหารของพวกมัน ถ้าหากมันได้กลิ่นของเหยื่อละก็พวกมันจะสังหารไม่เว้น " ซูเหม่ยกล่าว



" เจ้าบอกว่ามันใช้กลิ่นเพื่อแยกแยะระหว่างเหยื่อกับพวกเดียวกันสินะ ? " ชูเฟิงถึงกับตาสว่าง


" ใช่ " ซูเหม่ยพยักหน้าตอบ


" ถ้าเป็นดังเจ้ากล่าว ข้ามีหนทางที่จะผ่านเข้าไป " ชูเฟิงยิ้มและกล่าว


" หนทางยังไง ? " ได้ยินชูเฟิงพูดเช่นนั้น ทุกคนต่างหันหน้าหันไปมอง เดิมทีพวกเค้าต่างถอดใจ ตอนนี้พวกเค้าเริ่มมีความหวังที่จะได้พบกับสมบัติมหาศาล


" ข้าไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ ข้าขอลองทดสอบดูก่อน พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ "



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็ก้าวเท้าเข้ามายังลานกว้าง เขาใช้ทักษะกำหนด ลมปราณ แล้ววิ่งตรงไปยังศพโลหิตระดับ 6 ห้วงวิญญาณ



* พั๊วววะ*



เมื่อชูเฟิงเข้าไปถึงระยะ 10 เมตร จากศพโลหิต ทันใดนั้นพวกมันก็ร้องควญคราง และอ้าปากพุ่งเข้าหาชูเฟิง ราวกับว่าชูเฟิงเป็นอาหารที่มันรอคอย


* ฟึ๊บบบ * ชูเฟิงฟันแขนออกไปอย่างรวดเร็ว ศพโลหิตถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เศษซากของมันกระจัดกระจาย แต่กลับไม่มีเลือดไหลออกมาสักหยด ทั้งๆที่มองเห็นว่ามันมีเลือด



" คนๆนี้น่ากลัวยิ่งนัก ดูบาดแผลของศพที่เค้าฆ่าไปสิ เค้ามองไปที่ ชูเฟิง ไป๋ตง และคนอื่นๆต่างถอนหายใจ



การฝึกของเค้าที่ทำให้ร่างกายแข็งดั่งโลหะอาวุธธรรมดาๆไม่มีทางที่จะทำอะไรเค้าได้ ทั้งยังสามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณให้คมเหมือนกับใบมีดนั้นอีก พวกเค้าต่างไม่เคยพบเจอมาก่อน พวกเราคงไม่มีทางทำเช่นนั้นได้



แต่การที่ชูเฟิงสามารถทำมันได้ ทุกคนต่างตกตะลึง หลังจากที่ ชูเฟิงฆ่าศพโลหิตเสร็จ เค้าก็ใช้เสื้อผ้าของคนที่ตาย  มัดศพโลหิตผูกไว้กับตัว



" เจ้าทำอะไรน่ะ ชูเฟิง ? เค้าใช้ศพโลหิตงั้นหรอ น่าขยะแขยง . . . . . " จาง ถิงจือ มุมมือทั้งสองข้างของนางมากุมปาก นางไม่สามารถทนดู



" หันหน้ามา เค้าต้องมีเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ซูเหม่ยพูดพร้อมกับจ้อง ชูเฟิง ดูว่าเค้าจะทำอะไรต่อไป



ในตอนนั้น ทุกคนต่างตกใจเมื่อ ชูเฟิงรีบวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เป้าหมายเค้าคือตรงกลางลานกว้างที่มีศพโลหิตอยู่จำนวนมาก



ซูเหม่ยและคนอื่นๆ ต่างกลัวศพโลหิต ยิ่งตรงกลางความแข่งแกร่งของศพเลือดจะอยู่ในระดับ 9 ห้วงวิญญาณ ถ้าพวกมันเข้าโจมตีพร้อมกัน ต่อให้เป็นชูเฟิงก็ยังยากที่จะรอด เค้าหาเรื่องตายงั้นหรอ



ช่วงวินาทีนั้นพวกเค้าก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อพวกเค้าพบสิ่งที่น่าประหลาดใจ เมื่อชูเฟิง เข้าไป พวกมันต่างไม่สนใจ ชูเฟิง เหมือนกับไม่ได้กลิ่นของเค้า



" ข้าเข้าใจและ เค้าใช้กลิ่นของศพโลหิต เพื่อพรางตัวไม่ให้มันรับรู้ " ซูเหม่ยพูดด้วยความตกใจ



" เป็นเช่นนี้เอง ช่างน่าประทับใจจริงๆที่เค้านึกได้ขนาดนี้ " คนอื่นๆเริ่มเข้าใจสิ่งที่ชูเฟิงทำพร้อมกับแสดงชื่นชม



หลังจากนั้น คนอื่นๆก็ทำแบบเดียวกับชูเฟิง จนพวกเค้าเดินมาถึงทางเข้าไปในส่วนลึกของสุสาน



ตามทางเดินยาวประมาณ 1 ลี้ ไม่ทันไรพวกเค้าก็มาปรากฏด้านหน้าประตูศิลา หลังจากที่พวกเค้าเปิดเข้าไป ชูเฟิงและคนอื่นๆ ต่างเต็มไปด้วยความสุข



ในขณะนั้น ถ้ำขนาดมหึมาปรากฏต่อหน้าพวกเขา ถ้ำกว้างมากกว่า 300 ฟุต ภายในนั้นดูเหมือนเป็นอาณาจักของศิลา ศิลาเหล่านั้นดูวิเศษมาก เนื่องจาก ว่ามีเปล่งเสียงสีเขียวออกมา มันช่างดูงดงามยิ่งนัก



แต่พวกเค้าทำได้แค่มองดูความสวยงามของมันเท่านั้น พวกเค้าไม่มีทางจะสัมผัสมันได้เลยเพราะว่าขณะนี้พวกเขาอยู่บนหน้าผาที่สูงชัน



บนจุดสูงสุดของหน้าผา ห่างจากศิลาประมาณ 10 เมตร ศิลาจารึกสร้างบน แผ่นศิลาก้อนนั้นมีอักขระขนาดใหญ่จารึกด้วยอักษรสลักเอาไว้



" ข้าเริ่มฝึกยุทธ ตั้งแต่ 10 ขวบ เข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณตอนอายุ 16  เข้าสู่อาณาจักแก่นแท้ตอนอายุ 25  แล้วข้าก็เข้าสู่ระดับ 9 แก่นแท้วิญญาณตอนอายุ 40 หลังจากที่ข้ามีอายุ 100 ปี ข้าไม่สามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน จนในที่สุดข้าก็ไม่สามารถที่จะก้าวเข้าสู่อาณาจักร วิญญาณสวรรค์ แต่ข้าอยากจะรู้ได้ว่าความรู้สึกของการเดินทางไปยังเส้นขอบฟ้าเป็นเช่นไร "



" ข้าจึงไม่เคยคิดที่ถอดใจและข้าก็ได้พยายามค้นคว้าศึกษาอยู่หลายสิบปี สุดท้าย ข้าก็สร้างวิชา ท่องนภา จนสำเร็จ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เข้าสู่อาณาจักร วิญญาณสวรรค์ ข้าก็ยังคงเดินบนท้องนภาได้ และความรู้สึกที่ได้แตะเมฆามันเป็นเช่นไร



" ทักษะ ท่องนภา เป็นดั่งเลือดเนื้อเชื่อไขของข้า คนที่ไม่มีสายเลือดของข้า พวกเขาจะถูกปฏิเสธ วันนี้ทักษะ ท่องนภา อยู่ในสุสานของข้าเพื่อรอใครบางคนที่นำมันไป แต่เลือดเนื้อของข้าจะไม่ใช่คนปกติ ถ้าเจ้าต้องการมัน ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเจ้าว่าแข็งแกร่งแค่ไหน



" นั้นมัน!!! " หลังจากอ่านจารึกจากแผ่นศิลา ซูเหม่ยตกใจอย่างมาก



" ซูเหม่ย เจ้ารู้จักเขาไม๊ ? " ชูเฟิงถามอย่างสงสัย



แต่ก่อนที่ซูเหม่ยจะตอบ ไป๋ตงพูดขึ้นมาก่อน " ถ้าข้าจำไม่ผิด คนๆนี้ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ # 1 ในเขตมังกรฟ้าที่มีอายุถึง 100 ปี จักรพรรดิ์ปราชญ์นภา "



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . .