วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 60 - รูปแบบ3 (สายฟ้า สามผสาน)



" ตาย ! "



เมื่อ ชูเฟิง เห็นฉากนั้นใบหน้าเหมือนกับคนสิ้นหวัง เยือกเย็นและว่างเปล่า เค้าจ้องมองคนพวกนั้นและตะโกน ทันใดนั้นสายฟ้าพวยพุ่งออกมาจากร่างกาย



สายฟ้าที่เหมือนกับมังกรที่ทยานอยู่รอบๆตัวของเค้า เหมือนว่ามันมีชีวิต ชูเฟิงกับสายฟ้าเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน จากนั้นมันก็ปรากฏเป็นมังกรทั้งห้า  กระโจนพร้อมกับร้องคำรามเข้าใส่ ศิษย์หลักทั้ง 5



ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนกับสายฟ้าฟาดลงมา แม้แต่ซูเหม่ยก็ไม่สามารถตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้น  เธอรู้สึกเพียงว่า ตรงหน้าของเธอถูกโอบล้อมไปด้วยกลุ่มพลังงานมหาศาลจนการการสั่นไหวตรงพื้นดิน



เมื่อนางยกหัวขึ้นมาและมองสิ่งที่อยู่รอบๆตัว นางได้แต่ตกตะลึงเพราะสิ่งที่อยู่ด้านหน้า นางพบกับศิษย์หลักทั้ง 5 ที่พุ่งเข้ามาโจมตี  นอนกองอยู่ที่พื้น



เสื้อคลุมสีฟ้าของพวกเขาถูกไหม้จนแทบไม่เหลือ ร่างกายถูกเผาดำสนิท พวกเค้าทั้งหมดต่างสิ้นลมหายใจ ร่างกายพวกเค้าส่งกลิ่นไหม้ลอยออกมาช่างเป็นการตายที่น่ากลัวจริงๆ



" นี่เจ้า . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . "



ในตอนนั้น ใบหน้าของโจว จื่อหยวน ซีดเป็นไก่ต้ม ปากของเค้าไม่สามารถหยุดสั่นได้เลย ดวงตาของเค้าเบิกกว้างแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงงที่สั่นเครือ



" หรือว่า ทะ...ทะททักษะในตำนาน รูปแบบ3 สายฟ้า สามผสาน



" อะไร ? รูปแบบ 3 สายฟ้า สามผสาน ไม่ใช่รูปแบบที่ใช้ได้เฉพาะผู้ก่อตั้งเท่านั้นหรอ ? หมายความ . . . . . ชูเฟิงก็ . . . . . . ! "



คำพูดของ โจว จื่อหยวน เข้าหู ซูเหม่ย นางได้แต่เม้มปากดวงตากระพริบไม่หยุด บ่งบอกว่าหน้านางในตอนนั้นช็อคอย่างมาก



สำหรับไป๋ตง สองพี่น้องหลง - หู่ เย้ เถาจือ จาง ถิงจือและคนอื่นๆ พวกเขาอ้าปากค้างเพราะความประหลาดใจ ชูเฟิง สามารถใช้รูปแบบในตำนานนั้นได้นอกจากผู้ก่อตั้งก็ไม่มีใครที่ใช้มันได้ เป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ!!!



ในตอนนั้น พวกเขาต่างรู้สึกว่าพวกเค้าคิดผิด ที่คิดว่าชูเฟิงจะแพ้ ด้วยความแข็งแกร่ง ชูเฟิงในตอนนี้คนอื่นๆไม่สามารถหยุดชื่นชมได้เลยครั้งแล้วครั้งเล่าชูเฟิงมักทำให้พวกเค้าประหลาาดใจอยู่เสมอ



แต่ในเวลาเช่นนี้ พวกเขานั้นและที่เป็นฝ่ายประมาทชูเฟิง ที่ไม่ยอมตั้งใจฝึกฝน ชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าพวกเขาแต่กลับมีความสามารถที่เกินกว่าจะจินตนาการ เค้าแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ มันทำให้พวกเค้ารู้สึกเจ็บปวดหัวใจกันอย่างมากได้แต่ต้องยอมรับและชื่นชม



สีหน้าของ ชูเฟิง ไม่เปลี่ยนไปเลย ถึงแม้ว่าเค้าจะฆ่าศิษย์หลักไปถึง 5 คน แต่ก็ยังเหลืออีก 1 คน เค้ารู้อยู่แล้วว่ารูปแบบที่ 3 ต้องใช้อารมณ์ในการปลดผนึก เหมือนกับที่เค้าคาดหวังไว้ รูปแบบที่ 3 สายฟ้า สามผสาน เป็นทักษะระดับ 5 จริงๆ



* พรีบ * หลังจากที่รอดพ้นอันตราย ซูเหม่ยจึงลุกขึ้นและหันไปรอบๆแล้วพบกับ ชูเฟิงที่กำลังเดินเข้าไปหาโจว จือหยวน ในเวลานั้น



" เจ้า , , , , เจ้ากล้าฆ่าศิษย์หลัก เจ้า . . . . . เจ้าตายแน่!!! " ชูเฟิงในตอนนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร โจว จื่อหยวน รู้ว่าเค้าคงไม่รอดพ้นจากหายนะที่กำลังมาเยือนดั่งนั้นเค้าจึงไม่คิดร้องขอชีวิตแต่อย่างใด



* ปึกก * จู่ๆชูเฟิงก็ใช้ฝ่ามือรวบรวมพลังสายฟ้าออกมารอบๆฝ่ามือจากนั้นก็ฟาดไปที่ขาซ้ายของ โจว จื่อหยวน



" อ้าาาา. . . . " ความรู้สึกที่ถูกแผดเผาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดความร้อนความแสบความทรมาน โจว จื่อหยวน ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย เขามองดูขาซ้ายของเขาที่ถูกไหม้เกรียมจนไม่สามารถใช้งานได้อีก



" ไอ้ลูก . . . ห , อ้าาาาา. . . . . . " ตอนแรกที่เขาคิดจะด่า แต่ก็ต้องหยุดเมื่อสายฟ้าฟาดลงไปที่ขาขวา เขาร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็ใช้ สายฟ้า สามผสาน อีก 2 ครั้งใส่ แขน ขวา ซ้าย ของโจว จื่อหยวน ใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมาณ จมูกและตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำเหนียวๆ



" ชูเฟิง ถ้าเจ้ามีสมองก็รีบๆฆ่าข้า ต่อให้ฆ่าเป็นผีข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้า " ชูเฟิงก้มลงไปมองหน้าของโจว จื่อหยวน ที่เต็มไปด้วยความโกรธ



" โอ้ว เจ้าคิดว่าข้าจะฆ๋าเจ้า เพราะเจ้าสั่งงั้นหรอ " ชูเฟิง หัวเราะออกมา เสียงดัง ไม่มีใครรู้ว่าเค้ากำลังหัวเราะเรื่องอะไร แต่มันทำให้ภายในใจ โจว จื่อหยวน รู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก



" จำไว้ผู้อ่อนแอ่ ไม่มีสิทธิที่จะร้องหาความตาย!!! "



* เปรี้ยงง * ทันใดนั้น สายฟ้าที่พุ่งออกไปจากนิ้วชูเฟิง เข้าไปที่ปากของ โจว จื่อหยวน ลิ้นของเขาถูกไหม้เกรียมเป็นลิ้นหมูย่าง เค้ากรี๊ดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด จนเขาไม่สามารถทนต่อไปได้ในที่สุดเค้าก็หมดสติ


" โฮ ~ ~ ~ "



เห็นฉากนั้น ไป๋ตง และคนอื่นๆ ต่างจ้องกันไม่กระพริบตา พวกเค้าต่างกลืนน้ำลาย แล้วเอาแขนเช็ดเหงื่อที่ไหลอยู่เต็มหน้าผากของพวกเค้า



วิธีการทรมานของชูเฟิง นี้ร้ายกาจ ยิ่งนัก มันทำให้พวกเค้าสาบานภายในใจเลยว่าพวกเค้าจะไม่ยอมเป็นศัตรูกับชูเฟิงเด็ดขาดต่อให้ใครมาบังคับ  ชูเฟิงช่างน่ากลัวจริงๆ



เมื่อทุกคนต่างเช็ดเหงือของพวกเค้าเสร็จ อยู่ดีๆ ชูเฟิง ก็หันหัวของเขามามองคนอื่นๆพร้อมกับทำสีหน้าที่แสนจะเบิกบาน เหมือนกับ ดวงตะวันกำลังยิ้ม (อารมณ์ไหนของเค้ากันแน่)



" ข้ารู้ว่าในร่างกายของพวกเค้ามีลูกแก้ววิญญาณเก็บไว้อยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรวบรวมกันได้เยอะทีเดียว น่าจะประมาณ 1200 เม็ดได้มั้ง ทุกคนแยกย้ายกันไปหาตามตัวพวกเขา "



เมือได้ยินว่า ลูกแก้ววิญญาณเท่านั้น ซูเหม่ยกับคนอื่นๆ รีบเข้าไปหาทันทีแทบจะไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำ



หลังจากที่ชูเฟิงพูด พวกเค้าก็เข้าไปค้นตามศพ ในที่สุดพวกก็เจอลูกแก้ววิญญาณ แต่ถุงจักรวาลมันถูกไหม้เกือบหมดแล้ว จำนวนของมันน่าจะประมาณ 1200 เหมือนที่ชูเฟิงกล่าว



ชูเฟิง เรารวบรวมได้ทั้งหมด 1380 ลูกแก้ววิญญาณ เราสามารถได้มามากมายขนาดนี้ เป็นเพราะท่าน ดังนั้นเราทุกคนจะนำไปเพียงคนละ 100 เม็ด ที่เหลือ 680 ทั้งหมดเป็นของท่าน" เย้ เถาจือ ยื่นลูกแก้วไปให้แก่ชูเฟิง



ชูเฟิง นำถุงจักรวาลออกมาแล้วเก็บลงไปในถุงจักรวาลไป 600 เม็ด ส่วนที่เหลืออีก 80 เม็ด เค้ามอบให้กับซูเหม่ย



" เจ้าจะทำอะไร ? " ซูเหม่ยไม่เข้าใจ



" นี้เป็นหนี้ที่ข้าเคยติดค้างเจ้า ไม่ว่าจะเป็นลูกแก้ววิญญาณที่ข้ายืมหรือว่า ถุงจักรวาล ที่เจ้ามอบให้ข้า ข้าเอามาเฉยๆไมได้หรอก "



" เจ้าคิดว่าเจ้าติดค้างข้างั้นหรอ " ซูเหม่ยพูดอย่างไม่พอใจ



" ไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงต้องการอยากมอบให้เจ้า หากเจ้าไม่รับมันไปล่ะก็ ข้าคงจะรู้สึกไม่สบายใจก็แค่นั้น " ชูเฟิงยัดเยียดลูกแก้ววิญญาณใส่มือของซูเหม่ย



มองชูเฟิงที่ทำเช่นนั้น ซูเหม่ยได่แต่ยืนมองอย่างว่างเปล่าไม่สามารถปฏิเสธ สุดท้ายนางก็โค้งรืมฝีปากขึ้นแล้วนำลูกแก้ววิญญาณ 80 เม็ดเก็บเข้าไปในถุงจักรวาล



การพบของล้ำค่ามากมายเช่นนี้มันเกินกว่าที่เค้านึกภาพไว้ ตอนแรกพวกเค้าคิดว่าคงได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้ ลูกแก้ววิญญาณมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่มี ชูเฟิง มาด้วย อย่าว่าแต่ได้ของล้ำค่า แม้แต่ชีวิตก็ไม่สามารถหอบกลับไปได้



ขณะที่พวกเค้าในกลุ่มกำลังเดินออกมาพวกเค้าสนทนากันอย่างตื่นเต้นและยินดี หลังจากพวกเค้าออกไปแล้ว ชูเฟิงก็ปิดประตูศิลา ขณะที่เค้ายืนอยู่ด้านข้างของขอบหน้าผา



" ชูเฟิง เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ ? นี่เจ้าบ้าไปแล้วงั้นหรอ ? " ซูเหม่ยถึงกับตกตะลึงเมื่อนางเห็นชูเฟิงปิดประตู นางพยายามวิ่งกลับไปหาชูเฟิง แต่ว่ามันสายไปแล้ว



" ไปรอข้าที่เมืองโบราณ ข้าจะไปพบเจ้าที่นั้น "



ชูเฟิงยิ้มเบาๆ ขณะที่ประศิลาค่อยๆปิดสนิท แม้ว่าซูเหม่ยจะพยายามเปิดมันสุดท้ายนางก็เปิดมันไม่ออก




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป.....