วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 62 - ผู้ฉวยโอกาส



" เจ้าคิดว่าข้าโง่งั้นหรอ เจ้าใช่ไม๊ที่ปล่อยข่าวของสุสาน เพื่อหลอกข้ากับคนอื่นๆมาที่นี้เพื่อเปิดทางให้เจ้า "



" เจ้าก็เหมือนกัน เจ้าคิดจะเอา ทักษะ ท่องนภาไปเป็นของตัวเองใช่ไม๊ล่ะ ? ผู้นำโรงเรียนพันลมไม่เชื่อสิ่งที่ จูเก่อ กล่าวมาทั้งหมด



" อาวุโสทั้งสองอย่าได้ทะเลาะกัน ข้าจะเป็นคนไปเอาทักษะจักรพรรดิปราชญ์นภามาแทนพวกท่านเอง " ในตอนนั้นอยู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น



เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทั้งสองคนต่างตกใจ พวกเขาไม่เคยนึกมาก่อนว่า นอกจากพวกเขาแล้ว จะมีคนอื่นที่สามารถรอดมาถึงห้องนี้ได้



ภายใต้ของเงาแห่งความประหลาดใจ ชูเฟิงก็ค่อยๆเดินเข้ามาภายในห้อง เขายิ้มที่ขณะจ้องอาวุโสทั้ง 2 เมื่อ ชูเฟิง พบกับผู้เฒ่า จูเก่อ ดวงตาของเค้าได้แต่เบิกกว้าง



เห็นชุดคลุมยาวสีขาวเต็มไปด้วยสัญลักษณ์อักขระ ด้วยสัญชาตญาณชูเฟิงสัมผัสได้เลยว่าเค้าเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ



แต่เมื่อเทียบกับ ผู้นำของโรงเรียนพันลมชูเฟิงรู้สึกว่าเค้าตกใจมากกว่า จูเก่อ ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าคนที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ จะเป็นแค่เด็กหนุ่ม



* พรีบ * จู่ๆ ชูเฟิงก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน เค้าสัมผัสถึงแรงดันวิญญาณที่จู่โจมใส่ร่างกายของเขา



อำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งของเขา พวกมันทำการปกป้องชูเฟิงในทันที เค้ากังวลว่าพลังวิญญาณของเค้าจะผสานเข้าไปในหน้าอก จนทำให้สัญลักษณ์แผนที่ปรากฏออกมาด้านนอก



แต่โชคยังดีที่อำนาจพลังวิญญาณที่ผ่านไปที่หน้าอกไม่มีปฏิกิริยา ขณะนั้น เค้าผ่อนคลายลงอย่างมาก ชูเฟิง คิดถึงความเป็นไปได้



แผนที่บนหน้าอกของเขาอาจจะถูกซ่อนไว้จากอำนาจพลังวิญญาณของเค้าเอง ถ้ามันเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะก็ในวันข้างหน้า เค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความลับของเขาว่าจะถูกพบจากคนอื่นๆที่มีอำนาจพลังวิญญาณ



" ระดับ 6 ห้วงวิญญาณ ด้วยฝีมือเพียงแค่นี้ เจ้ายังสามารถรอดจนมาถึงสถานที่เช่นนี้ได้ มันต้องเป็นเพราะ เข็มทิศ โลกวิญญาณในมือนั้นใช่ไม๊ เจ้าหนุ่ม ? ผู้เฒ่าจูเก่อพูดกับชูเฟิง



" ระดับ 6 ห้วงวิญญาณ ? " ได้ยินคำพูดของจู่เก่อ ผู้นำของโรงเรียนพันลมก็ยิ่งตกใจ



เค้าที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ ผู้คนที่อยู่อาณาจักรห้วงวิญญาณสำหรับเค้าแล้วเหมือนกับขยะ แต่ผู้ที่เป็นขยะกับโผล่หน้ามาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ หากเขาจะตกใจก็คงไม่แปลก



" สายตาท่านไม่เลว " ชูเฟิง ยิ้มไปที่จูเก่อเบาๆ เค้าไม่ต้องการเสียเวลา ชูเฟิงเดินเข้าไปหา ทักษะ ท่องนภา และกำลังเอื้อมมือเข้าไปคว้า



" ตาย!!! " ผู้นำโรงเรียนพันลมเห็นเช่นนั้น เค้าจ้องด้วยความโกรธ แรงดันวิญญาณมหาศาลพุ่งเข้าโหมกระหน่ำใส่ชูเฟิง



" บ้าจริง!!! " ตอนนั้น ชูเฟิงรู้สึกกดดันอย่างมากเค้าถูกพลังวิญญาณมหาศาลซัดใส่รอบๆตัวของเค้า เหมือนกับว่ามันกำลังจะเจาะผ่านร่างกายและแทงเข้าไปในกระดูก มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก



แต่ก็เทียบกับความกดดันของขอทานบ้าที่เค้าเคยได้รับในตอนนั้นไม่ได้ อาจพูดได้ว่าแรงดันจากขอทานที่เค้าได้รับ ทำให้ชูเฟิง เกือบตาย ร่างกายของเค้าแทบจะแตกออกไปเสี่ยงๆ แต่ด้วยแรงดันวิญญาณเพียงแค่นี้คงไม่ยากที่เค้าจะทน



* ปึก. . . ปึก  . .  . ปึก * ในขณะที่เค้าอดทนต่อแรงดันวิญญาณร่างกายของเค้าก็ค่อยๆหนักขึ้น ในขณะที่เค้าก้าวออกไปแต่ละก้าว เค้าไม่คิดที่จะยอมแพ้แม้ว่ามันจะลำบากที่ต้องทนกับความเจ็บปวด เค้ายังคงก้าวเดินต่อไป



" ทำไมเค้าถึงทนได้ขนาดนั้น " เห็นฉากนั้น ผู้เฒ่า จูเก่อได้แต่อุทานออกมา



" ตาเฒ่า ทำไมท่านถึงไม่ช่วยข้าโจมตี อยากให้เจ้าเด็กนั้นฉวยโอกาส คว้าสมบัติไปงั้นหรอ " เค้าเห็นว่า จูเก่อ ได้แต่ยืนมองและไม่ให้ความร่วมมือ ผู้นำโรงเรียนพันลมโกรธอย่างมาก



" แหม๋ๆท่าน พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ตั้งแต่ที่เค้าเหยีบเข้ามาที่นี่ ด้วยพลังวิญญาณเพียงแค่นั้น มันก็บ่งบอกแล้วว่า เค้าไม่ใช่เด็กธรรมดา บางทีเค้าอาจจะเป็นทายาทของจักรพรรดิปราชญ์นภาก็ได้ ? " จูเก่อยิ้มเบาๆและกล่าวออกมาด้วยความองอาจ เค้าช่างสมกับเป็นผู้ใหญ่



" บัดซบ!!! ไว้ข้าจะฉีกร่างของเจ้าออกไปหมื่นๆชิ้น "



ผู้นำของโรงเรียนพันลม กัดฟันได้ความโกรธที่มีต่อ จูเก่อ แต่เมื่อเค้าเห็นว่า ชูเฟิง เค้าไปใกล้ ทักษะ ท่องนภา เขาไม่พูดจาใดๆต่อ ทันใดนั้น เขาส่งคลื่นพลังวิญญาณมหาศาลเข้าใส่ชูเฟิงอีกระลอก เพื่อที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเค้า



แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ด้วยพลังของร่างกายที่แข็งแกร่งของเค้า ภายใต้ความกดที่น่ากลัวที่ถูกปล่อยจากผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้ ไม่เพียงแต่เค้าจะทนได้ เค้ายังสามารถเดินต่อไปได้อีก ถึงแม้ว่าเค้าจะเจ็บปวด เค้าก็สามารถผ่านมันไปได้



" ให้มันแบบนี้สิ เค้าเป็นคนที่มีอำนาจพลังวิญญาณ หากเจ้าใช้แรงดันวิญญาณใส่เค้า เจ้าก็จะไม่สามารถขยับไปไหนได้ ตราบใดที่ร่างกายของเค้ายังทนไหว เจ้าก็ไม่สามารถหยุดความเคลื่อนไหวของเค้าได้หรอก " จูเก่อ เตือนเขาอีกเค้า สายตาเค้าจ้องมองไปที่เด็กหนุ่ม ดูการเคลื่อนไหวและการกระทำของชูเฟิง ทุกอริยาบท



หลังจากเดินมาอย่างยากลำบาก ในที่สุด ชูเฟิง ก็ยืนต่อหน้าศิลาหยก เค้านำมือไปคว้า ทักษะ ท่องนภา แม้ว่าหน้าของเค้าจะซีด ร่างกายจะอาบไปด้วยเหงื่อ แต่เค้าก็ยังรู้สึกตื่นเต้น



ขณะที่เค้าคว้า ทักษะ ท่องนภา มันส่องแสนประกายออกมาเหมือนหยก มันถูกสร้างจากอำนาจพลังวิญญาณที่เข้มข้น จากนั้นมันก็เข้าไปภายในหัวของชูเฟิง ใบหน้าของเค้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เค้ารู้สึกเจ็บปวดราวกับว่าเข็มกระจายอยู่ภายในหัว



" อ้าาา ~~~~~~~ "



ความเจ็บปวดมันช่างรุนแรงยิ่งนัก ยากมากที่ชูเฟิงจะสามารถทนกับมันไหว เค้ากอดหัวของเค้าด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกับกลิ้งลงไปกับพื้นขณะที่กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด



เห็นฉากนั้น จูเก่อ หัวเราะออกมาเสียงดังและกล่าว " ข้าลืมบอกเจ้าไป ว่าทักษะ ท่องนภา ถูกสร้างขึ้นจากความเข้มข้นของอำนาจพลังวิญญาณ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะฝึกฝนมัน "



" ถ้าหากเจ้าต้องการฝึกทักษะนี้จริงๆแล้วล่ะก็ เจ้าจำเป็นต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างมาก พลังวิญญาณก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้น หากเจ้าฝึกมันโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เจ้าจะไม่สามารถทนกับคลื่นพลังวิญญาณ "



" ถ้าหากเจ้ารับพลังของมันไม่ไหว มันก็จะกลืนกินพลังวิญญาณของเจ้าไปเลื่อยๆจนหมดหลังจากที่เจ้าตายแล้วมันก็จะค่อยๆลอยออกมาจากร่างกายของเจ้า เพื่อรอเจ้านายที่เหมา่ะสมของมัน "



" ช่างโชคร้ายยิ่งนัก!!! ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของเจ้าจะมีไม่เพียงพอกับพลังอำนาจของมัน "



หลังจากที่ผู้นำโรงเรียนพันลมได้ยินคำพูดของ จูเก่อ เค้ารู้สึกมีความสุขอย่างมาก " นึกอยู่แล้วว่าท่านคงไม่ปล่อยให้ ทักษะ ท่องนภา ตกเป็นของคนอื่นง่ายๆ " แต่นึกไม่ถึงว่าท่านจะใช้วิธีที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ "



" ฮ่าๆ ไม่งั้นข้าคงไม่เหมาะที่จะเป็น ผู้เชื่อมต่อกับโลกวิญญาณ " จูเก่อ ไม่ยอมรับว่าเค้าโหดเหี้ยม แต่ลึกๆแล้วเขาก็ภูมิใจ



ชูเฟิงได้ยินเสียงที่ จูเก่อกล่าว เค้ารู้สึกเพียงว่าอำนาจพลังวิญญาณของเค้าถูกล้างออกไปอย่างรวดเร็ว พลังในตันเถียนของเค้าเริ่มจะเหือดแห้ง ความเจ็บปวดภายในหัวของเค้ายิ่งเพิ่มมากขึ้นเลื่อยๆ หากยังเป็นแบบนี้เค้าอาจจะทนไม่ไหว เค้ารู้สึกเหมือนกับว่าเค้ากำลังจะตาย



" เฮ้ออ๊าา ~ " ในที่สุด ชูเฟิงก็ตะโกนออกมาครั้งสุดท้าย จากนั้นร่างของเค้าก็กองอยู่บนพื้นโดยไม่ขยับเขยื้อนและส่งเสียงใดๆ




" อะไรกัน เค้าตายแล้วหรอ ทำไม ทักษะ ท่องนภาถึงไม่ลอยออกมา " ผู้นำโรงเรียนพันลมรีบถาม



จูเก่อแผ่กระจายพลังวิญญาณของเค้าออกไปตรวจสอบชูเฟิงในตอนนั้น เมื่อเค้าปลดพลังวิญญาณออก จูเก่อก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า " คนๆนี้ ยังไม่ตาย "




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป