วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 65 - ยอมจ่ายราคาสูง



" เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา ? ทำไมถึงมาช้า . . . . . ." ซูเหม่ยยกหัวของนางขึ้นมอง ริมฝีปากพูดพร้อมกับโวยวาย



" อ่า ข้าเจอปัญหานิดหน่อย. . . " เห็นน้ำตาของซูเหม่ย ชูเฟิงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นภายในจิตใจ เข้าไม่สามารถหยุดตัวเอง ได้แต่กระจายแขนไปหาซูเหม่ย พร้อมกับรวบเอวของนางไว้แน่น เป็นการหาความสุขเล็กๆน้อยๆ



" ไอบ้า!!! " ชูเฟิง รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มภายในมือ เมื่อมองไป๋ตง และคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังของนาง ซูเหม่ยรู้สึกว่ามือของชูเฟิงเริ่มลามกนิดหน่อย ดังนั้น นางจึงหันหน้าไปมองชูเฟิง ด้วยใบหน้าสีแดงเป็นลูกแอปเปิ้ล



" เอ๋ๆ " เห็นหน้าแดงๆของซูเหม่ย ชูเฟิงจึงเลียริมฝีปากขณะขบคิด ว่าความรู้สึกของนางคงจะโอเค



ซูเหม่ยและคนอื่นๆไม่ได้ถามอะไรชูเฟิงเพิ่มเติม โดยปกติ ชูเฟิงก็คงไม่บอกเกี่ยวกับเรื่องที่เค้าได้ ทักษะ ท่องนภา มา และถูกผู้นำโรงเรียนพันลมไล่ฆ่า เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับตัว เค้าจึงหาทางอื่นออกมาจึงใช้เวลา 3 วัน เพื่อกลับมายังเมืองโบราณ



เมื่อมาถึง ชูเฟิง ก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องทะเลเพลิงอย่างกะทันหัน อีกทั้งยังมีคนจำนวนมากจากโรงเรียนพันลมมาดักรอ เมื่อนึกไปถึงสภาพของผู้นำโรงเรียนพันลม ชูเฟิง ก็ยังไม่หายตกใจ



มันเป็นเรื่องที่แปลกมาก มหาสมุทรแห่งเปลวเพลิงมีรัศมีขนาด 10 ลี้ ปรากฏขึ้นกลางทะเลทรายอีกทั้งบังเอิญเป็นที่ตรงกับบริเวณสุสานอีก เมื่อทะเลเพลิงมอดดับ มันยังคงมีอุณหภูมิสูงมากอยู่รอบๆพื้นที่ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้ยังไม่สามารถก้าวออกมาได้ มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก



บางคนก็บอกว่ามันเป็นกับดักผู้รับใช้ของจักรพรรดิปราชญ์นภา เพื่อให้ไม่มีคนกล้าไปยังสุสาน หากผู้ใดฝ่าฝืนก้าวเข้ามารบกวนเขาพวกเค้าจะถูกฝังไปพร้อมกับเขาด้วย



แต่บางคนรู้สึกว่าหากเป็นจักรพรรดิปราชญ์นภา คงไม่อาจทำเช่นนั้น แต่ขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาได้สร้างกลไกกับดักขึ้นมาก่อนที่เขาจะตาย ? บางคนก็กล่าวไปเป็นเรื่องต่างๆนาๆ บางคนก็รู้สึกว่าเป็นหายนะ จากสวรรค์



แต่ไม่มีใครรู้เหตุการณ์จริงๆ คงมีแต่ชูเฟิงที่รู้ว่า ผู้นำโรงเรียนพันลมหายตัวไปแบบไหนพวกเค้าทุกคนต่างถูกเปลวเพลิงฝังไว้ในนั้น ตอนนี้คนจากโรงเรียนพันลมลดจำนวนลงไปถึง 3 ส่วน จนไม่สามารถต่อกรกับโรงเรียนมังกรฟ้าได้ในตอนนี้



ในวันนั้น ชูเฟิง และคนอื่นๆ รีบมุ่งหน้ากลับไปยังโรงเรียนมังกรฟ้า ไม่กี่วันต่อมา ก็เป็นการสอบเข้า ศิษย์หลัก เดิมที ไป๋ตงและซูเหม่ยต้องไปเข้าร่วมการสอบ แต่ในเวลานี้ พวกเขารู้ว่าจะมีคนที่พิเศษจากพันธมิตรปีกฯเข้าร่วมการสอบด้วย เค้าก็คือ ชูเฟิง



" โอสถจิตวิญญาณ 600 เม็ด ข้าสังสัยว่าข้าจะสามารถทะลวงระดับพลังวิญญาณ "



หลังจากที่เค้ามาถึงโรงมังกรฟ้า ชูเฟิงรีบร้อนหยิบถุงจักรวาลและนำเอา ลูกแก้ววิญญาณ 600 เม็ดออกมา เมื่อเค้ามองดูมันเค้ารู้สึกค่อนข้างที่จะพอใจ



ลูกแก้ววิญญาณ 600 เม็ด ปัจจุบันเค้านับว่าเป็นคนที่รวยมากคนหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับทรัพย์สินของ ตะกูล ชู ตะกูลชูมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมาย ถือว่าเป็นแหล่งทำเงินให้ตะกูลเป็นอย่างดี



* อึก *



ชูเฟิง คว้าลูกแก้ววิญญาณโยนเข้าไปในปากของเค้า โดยที่ไม่ต้องห่วงว่า สายฟ้าศักดิ์สิทธ์ในร่างกายจะปรับปรุงพลังวิญญาณไม่ไหว แต่ที่เค้ากังวลคือ ลูกแก้ววิญญาณอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการของมัน



ตามที่เค้าคาดการณ์เมื่อลูกแก้ววิญญาณเข้าไปในร่างกาย พวกมันถูกดูดกลืนและปรับปรุงพลังวิญญาณจากสายฟ้าศักดิ์สิทธ์  พลังวิญญาณมหาศาลเข้าไปในตันเถียนอย่างรวดเร็ว เข้ารู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่ถูกเติมเต็ม เพียงในเวลาสั้นๆ โอสถหายไปในพริบตา แน่นอนว่ามันเป็นเพราะสายฟ้าศักดิ์สิทธ์เปลี่ยนมันเป็นพลังวิญญาณ




ในมือของเค้ากำลูกแก้ววิญญาณไว้ 50 เม็ด ด้วยจำนวนของมันสามารถทำให้เค้าทะลวงพลังวิญญาณให้เข้าสู่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณได้ไม่ยาก เมื่อก่อนการทะลวงสู่ระดับ 5 ไประดับ 6 เค้าใช้แค่ ลูกแก้ววิญญาณเพียง 4 เม็ด เนื่องจากความกระหายของสายฟ้าศักดิ์สิทธ์



หลังจากที่ลูกแก้ววิญญาณ 50 เม็ดเข้าไปในร่างกาย พลังวิญญาณในตันเถียนของชูเฟิงเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าแต่มันไม่มีความรู้สึกว่าจะทะลวงผ่านได้เลย



" ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะไม่สามารถทำให้เจ้าพอใจ " ชูเฟิง คว้าลูกแก้ววิญญาณออกมาอีก 50 เม็ดพอดีโดยบังเอิญ จากนั้นเค้าก็โยนมันเข้าไปในปาก หลังจากที่รอคอยมานานสุดท้ายก็มาถึง พลังในตันเถียนของเค้าก็ถูกเติมเต็ม



สายฟ้าศักดิ์สิทธ์ 9 สี ร้องคำราม แม้ว่าเสียงมันจะไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอกแต่เค้าก็ได้ยินมันคำรามอยู่ในหูของเค้า ความรู้สึกที่ได้รับจากสายฟ้า ศักดิ์สิทธ์ 9 สี เหมือนกับสัตว์ที่มีความผูกพันกับเจ้านาย พวกเค้าค่อยๆรวมกันเป็นหนึ่งเดียว



หลังจากลำบากมานาน ในที่สุดเค้าก็ผ่านสู่อาณาจักรห้วงวิญญาณ ระดับ 7 ออร่ารอบๆตัวเค้าเปลี่ยนพลังจากธรรมชาติเป็นพลังวิญญาณ การเข้าสู่ระดับ 7 ถึงกับยอมจ่ายลูกแก้ววิญญาณถึง 100 เม็ด หากเป็นคนอื่นคงไม่ต้องใช้ขนาดนี้



ลูกแก้ววิญญาณ เป็นโอสถวิญญาณที่ดีที่สุด  หลายคนหากใช้จำนวนเหมือนกับเค้าคงสามารถเข้าสู่ระดับ 9 ห้วงวิญญาณได้ไม่ยาก  โอสถเหล่านี้ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณ และทะลวงเข้าสู่อาณาจักรวิญญาณ




ชูเฟิงที่อยู่ระดับ 6 ห้วงวิญญาณ เพื่อเข้าสู่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณ เขาใช้โอสถ ถึง 100 เม็ด หากมันรั่วไหลออกไป อาจทำให้มีคนตาย หากพวกเค้าใช้โอสถ 100 เม็ด เพียงรวดเดียว ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่ร่างกายคนธรรมดารับไหว



แน่นอนว่า ระดับ 7 ห้วงวิญญาณของคนทั่วไปเทียบเท่ากับระดับ 7 ห้วงวิญญาณ ของชูเฟิงไม่ได้ หลังจากที่เค้าได้ ทักษะลับ ต่างๆมาครอบครอง ต่อให้เผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 ห้วงวิญญาณ เค้าก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา



นอกจากจะมีพลังแบบชูเฟิง ถึงมีทางที่จะพอเอาชนะ ในตอนนี้อาณาจักรห้วงวิญญาณทั้งหมดไม่มีใครสามารถเอาชนะเค้าได้ คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับเค้าตอนนี้คือคนที่อยู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณ ซึ่งเป็นพลังที่น่าตกใจ



" สุดยอด ถ้าเป็นเช่นนี้ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี " รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของ ชูเฟิง พร้อมกับมองดู ลูกแก้ววิญญาณ อีก 500 เม็ด เค้ายังไม่คิดที่จะใช้มันในตอนนี้ จากนั้นเค้าจึงเก็บมันไปในถุงจักรวาล



เขารู้ว่าความต้องการของสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ที่เค้าได้รับมันช่างน่ากลัวยิ่งนัก บางทีถ้าหากเค้าใช้ลูกแก้ววิญญาณ 500 เม็ด ตันเถียนของเค้าอาจถูกเติมเต็มเพียงครึ่งเดียว ยังไม่พอที่จะสามารถทะลวงระดับวิญญาณ



ในเมื่อเป็นแบบนั้น เค้าก็ยังไม่จำเป็นต้องปรับปรุงมัน ดังนั้นจึงเก็บมันไว้ใช้ในอนาคต หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาเค้าไม่ต้องการที่จะยืมเงินจากคนอื่นอีกเมื่อเค้าจะซื้ออะไร ดังนั้นเงินจึงเป็นสิ่งที่เค้าจำเป็นต้องมี "



" ก๊อก!!! ก๊อก!!! ชูเฟิง . . . . . . เจ้าทำอะไรอยู่ ? ในตอนนั้น จู่ๆก็มีเสียงของ ชูเยว่ เคาะประตูดังมาจากหน้าห้องของเขา



เมื่อได้ยินเสียง ชูเฟิง รีบวิ่งมาเปิดประตู ทันที ที่เค้าเปิดประตู ก็พบกับชูเยว่ ด้านหลังของนางมี ชูซุย ยืนอยู่



" ชูเฟิง ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ห้ามโกหกข้าเจ้าไปที่ไหนมาถึงหายไปหลายวัน ? " นางเห็น ชูเฟิงกลับมา ชูเยว่ ถามด้วยความเป็นห่วงอีกทั้งยังมีความสุข



" ข้าไม่ได้ไปไหน ข้าแค่ไปทำภารกิจมา " ชูเฟิงยิ้มและและกล่าว



" ภารกิจ ? แค่ภารกิจงั้นหรอ ? ข้าได้ยินว่าเจ้าออกไปกับสาวงาม # 1 ในตำหนักฝ่ายใน ซูเหม่ย " ชูเยว่พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก



" หาา. . . . . . . " เมื่อได้ยินชูเยว่พูด ชูเฟิงถึงกับเถียงไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายยังไงในตอนนั้น



" ฮ่าๆ ช่างเถอะๆ ข้าไม่แหย่เจ้าล่ะ จริงๆแล้วเราแค่ผ่านมาน่ะ ไหนๆก็มาแล้วเลยแวะมาชวนเจ้าไปในเมืองหาอะไรทำสนุกๆ



" สนุก ? เมืองอะไร ? "



" ชูเฟิง เจ้าเคยได้ยินเรื่องหอฝึกฝน ? "




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . .