วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 70 - หึงหวง!!!


ณ.นภายามราตรี จันทราฉายแสงบนท้องฟ้าที่แสนไกล มีชายหนุ่ม และ หญิงสาว คู่หนึ่ง



อยู่บนทางเดินที่เต็มไปด้วยความมืดที่เงียบสงัด ชูเฟิงและซูเหม่ยเดินหนุนไหล่กันไปตามหนทาง โดยยืมแสงของดวงจันทร์ในยามราตรี ชูเฟิงหันหน้ามาสบตากับซูเหม่ยเป็นครั้งคราว ต่างคนต่างแอบมองกันและกัน ชูเฟิงได้แต่ใจเต้นรัวและถอนหายใจ ในความงามของแม่นางคนนี้



คิ้วที่บางเข้มดูเข้ากับตาดวงโตของนาง จมูกที่โค้งช่างทำให้นางดูงดงาม ริมฝีปากชมพูอ่อนๆช่างสมบูรณ์แบบเหมาะกับใบน่าที่เรียวยาว มองลงมาที่หน้าอกที่กำลังได้ขนาดพอดีกับร่างกาย ซอกคอจนถึงไหปลาร้า แขน ขา ทุกสัดส่วนช่างขาวเหมือนดั่งหิมะในฤดูหนาว ทำให้จิตใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เหมือนกับได้พบกับเทพธิดาลงมาจากสวรรค์



ขณะที่เขาถูกดึงเข้าสู่ห้วงแห่งความหลงไหล ชูเฟิง ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขายกแขนกว้างออกไป จากนั้นก็เอามือที่ลามกไปกอดกับก้นของนาง ทันใดนั้น มีเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังออกมาอีกครั้ง



" อ๊า ~ ~ ~ ~ " ( ^^ )



" ให้ตายสิแม่นางน้อย ข้าแค่กอดเจ้าเฉยๆ ไม่เห็นต้องกัดข้า . . . . . ." ชูเฟิงมองแขนที่เต็มไปด้วยรอยฟันของนาง มันทำให้เขารู้สึกเจ็บอย่างมาก



โชคดีนะที่ข้า มีผิวหนังหนาและหยาบ เอ็นและกระดูกของข้าแข็งดั่งเหล็ก ไม่งั้นเนื้อของข้าคงหลุดไปแล้ว เจ้านี่ช่างดุร้ายจริงๆที่ทำกับข้าเยี่ยงนี้



" ใครใช้ให้เจ้ามาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ล่ะ ซูเหม่ยถลึงตาใส่ชูเฟิงพร้อมกับบ่น " ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ในหอคอยฝึกตนได้นานถึง 4 ชั่วยาม เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ? "



" ใช่ . . . . . . มันทำไมงั้นหรอ ? "



" เจ้านี่มันปีศาจชัดๆ เจ้าไม่รู้หรอว่า แม้แต่ศิษย์หลักยังอยู่ในหอคอยได้แค่ 3 ชั่วยามเท่านั้น ตอนนี้เจ้ากลายสัตว์ประหลาดของตำหนักฝ่ายในไปแล้ว "



" งั้นก็แปลว่า ศิษย์หลักพวกนั้นเป็นแค่ขยะ ? "



ชูเฟิงไม่พูดเป็นการโอ้โอดแต่อย่างใด เนื่องจากเค้าเข้าใจ ขั้นที่หนึ่ง ของทักษะ ท่องนภาได้ในเวลาสั้นๆเขาจึงออกมา หากเค้าจะอยู่ในหอคอยเพิ่มอีกสัก 1-2 ชั่วยามก็ไม่เป็นปัญหา



" พวกเขาไม่ใช่ขยะหรอก แต่เจ้ามันปีศาจต่างหาก " ซูเหม่ยขดริมฝีปากพูด พร้อมมองหน้าชูเฟิงขณะที่หัวเราะคิกคัก " ตอนนี้ เจ้ากำลังจะได้ไปพบสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรปีกฯ เจ้าตื่นเต้นไม๊ ? "



" ทำไมข้าต้องตื่นเต้น " ชูเฟิง ปฏิเสธที่จะตอบรับ



เขาคิดเสมอว่า ซูเหม่ย คอยให้สิ่งดีๆกับเขา ขณะที่เดินไปสถานที่นัดประชุมของพันธมิตรปีกฯ สำหรับเรื่องที่จะพูดกันก็คือ เรื่องการสอบ เป็นศิษย์หลักในวันพรุ่งนี้



หากรวมชูเฟิง และสมาชิกเข้าไปด้วย ก็เป็น 33 คน แต่ในการสอบศิษย์หลักในปีนี้ จะต้องมีอย่างน้อย 12 คน พวกเขาต้องหารือสมาชิกที่เป็นตัวแทนในการเข้าสอบ ทั้ง 12 คน



นั้นหมายความว่า พันธมิตรปีกฯที่อยู่ฝ่ายในจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแต่ต้องเลือกผู้นำคนใหม่ของพันธมิตร พวกเขายังต้องวางแผนสำหรับเรื่องสอบ



สำหรับการสอบศิษย์หลัก พันธมิตรปีกฯรอคอยวันนี้มาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีพันธมิตรดาบทมิฬและพันธมิตรโลกที่ตั้งตารอ การสอบนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านๆมา อาจจะเกิดการต่อสู้ระหว่าง พันธมิตรมหาอำนาจทั้ง 3



" ข้ารู้อยู่แล้วว่ายังไงเราก็ต้องเผชิญหน้า จะคิดมากเรื่องนี้ไปทำไม " ซูเหม่ยพูดพร้อมกับยิ้ม



ซูเหม่ยและชูเฟิง มาถึงตำหนักของพันธมิตรปีกฯ มันเป็นสถานที่รวมตัวของผู้ที่ตำแหน่งในพันธมิตรปีกฯ เขาทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าไปพบกับสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรปีกที่อยู่ในตำหนัก



ขณะที่ชูเฟิงเข้ามาในตำหนัก มีสายตานับไม่ถ้วนจ้องมาที่ชูเฟิง เมื่อชูเฟิงหันขึ้นไปมองดูพวกเขา เขารู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆ บางคนกำลังดูถูกและนินทาเขา ( บรรยากาศประมาณในสภา เป็นที่นั่งแบบไล่ระดับจากต่ำไประดับสูง)



นี้เป็นครั้งแรกที่ ชูเฟิง รู้สึกถึงออร่าที่แข็งแกร่งของคนเหล่านั้น สมแล้ว ที่พันธมิตรปีกฯ ถูกเรียกว่า พันธมิตรของเหล่าอัจฉริยะ ตอนนั้นสองพี่น้อง หลง - หู่ นั่งอยู่ด้านล่างภายในตำหนักพันธมิตรปีกฯ



ภายในกลุ่มคนทั้ง 31 คน ชูเฟิงได้พบกับคนที่คุ้นเคย ได้แก่ ไป๋ ตง /ไป๋ หลง / ไป๋ หู่ / เย้ เถาจือ จาง ถิงจือ และคนอื่นๆที่ไปสุสาน ชูเฟิงรู้จักกับคนเหล่านั้นเป็นอย่างดี



" เจ้าคือ ชูเฟิง ใช่ไม๊ ? ข้าเป็นอาวุโสของพันธมิตรปีกฯชื่อ  ซือ ตูยู " ชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้ามาหาชูเฟิง เขาเป็นผู้นำของสมาชิกพันธมิตรปีกฯ



อายุ ซิ่อ ตูยู ใกล้เคียงกับ เจี้ยนเฟิงอวี้ แม้ว่าการฝึกพลังวิญญาณของพวกเขาจะอยู่ในระดับ 9 ห้วงวิญญาณ เท่ากัน แต่ออร่าของ ซื่อ ตูยู หนาแน่นกว่าเจี้ยนเฟิงอวี้ ยังไงก็ตาม แม้ว่าภายนอกเขาจะ ดูเป็น สุภาพชน แต่ ชูเฟิง รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนกับที่ตาเห็น



" เอ้!!! ศิษย์พี่ข้าพูดกับเจ้าอยู่ เจ้าหูหนวกงั้นหรอ " ชูเฟิงทำตาล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย จากนั้นก็หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของ ซือ ตูยู 



อายุของชายหนุ่มคนนั้นไล่เลี่ยกับชูเฟิง . . . หากเขามีเวลาอีก 2 ปี การเข้าถึงระดับ 8 ห้วงวิญญาณก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ด้วยอายุแค่นี้



แต่ทัศนคติของเขาที่มีต่อชูเฟิงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาชี้นิ้วไปที่หน้าของชูเฟิงพร้อมตะโกนในขณะที่จ้องตาของเค้า ดูเหมือนว่าเขาต้องการเอาชนะ ชูเฟิง ให้ได้



ศิษย์น้อง " หลบไป "



ซื่อ ตูยู เห็นว่าท่าทางหนุ่มคนนั้นไม่ค่อยดีเขาจึงดึงกลับมา หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขอโทษชูเฟิง " นี่น้องชายของข้า ขอโทษที่เขาทำตัวเสียมารยาทกับท่าน ถึงแม้ว่าอารมณ์เขาจะร้อนไปบ้าง แต่ในใจเขาไม่ได้คิดร้ายอะไรต่อท่านหรอก หวังว่าท่านจะให้อภัย "



" ไม่ต้องกังวล ข้า ชูเฟิง มักจะไม่ถือสาคนพาล " ชูเฟิง สบัดแขนโดยไม่แยแส



" เจ้า . . . . . . " ชายหนุ่มคนนั้นกัดฟันแน่น จากการกระทำของ ชูเฟิง ที่เต็มไปด้วยการดูถูก ความโกรธถูกปล่อยออกมาจากลมหายใจ แต่ก่อนที่เข้าจะพุ่งเข้าใส่ชูเฟิง เขาก็ถูก ซื่อ ตูยู ขวางไว้



หลังจากนั้น ซื่อ ตูยู ก็แนะนำสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรปีกฯ ให้กับ ชูเฟิง แม้ว่าภายนอกเขาจะดูค่อนข้างที่จะสุภาพ แต่ชูเฟิงรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาเอาซะเลย "



คนส่วนมากที่ไม่ชอบ ชูเฟิง ส่วนใหญ่จะเป็น ชายหนุ่ม สำหรับเหตุผลว่าทำไม ก็เดาได้ไม่ยาก ต้องเป็นเพราะ ชูเฟิงนั้นสนิทสนมกับซูเหม่ย ทุกสายตาของชายหนุ่มต่างจ้องอาฆาตมาดร้ายมาที่ชูเฟิง พวกเขานั้นไม่อยากจะยอมรับ



นอกจากสมาชิกชาย สมาชิกหญิงนั้นค่อนข้างจะเป็นมิตรกับ ชูเฟิง ยังไงก็ตาม ชูเฟิง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรพวกเขาถึงดูเป็นมิตร อาจเป็นเพราะ ชูเฟิงมีชื่อเสียงอย่างมากในฝ่ายใน ผู้หญิงทั้งหมดต่างปลื้มผู้ชายที่เก่งและแข็งแกร่ง ในอนาคตชูเฟิงอาจจะได้เป็นคนที่ยิ่งใหญ่



" เนื่องจากสมาชิกของเราทั้งหมดได้มารวมกันที่นี่ครบแล้ว ทุกคนเชิญนั่ง " หลังจากที่สนทนาซุบซิบๆ ซื่อ ตูยู ก็พูดอย่างจริงจัง



ในเวลานั้น สมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรปีกฯมากันครบเนื่องจากการหยุดทำภารกิจ ขณะนั้น ชูเฟิงก็พบกับปัญหา ในจำนวนเก้าอี้มี 33 ที่นั่ง แต่คนกลับมีคนนั่งไปแล้ว 31 ที่ ว่างอีกเพียง 2 ที่  



เป็นที่นั่งด้านบนใกล้ๆกับ ซื่อ ตูยู ตอนนั้น ซูเหม่ยถูกดึงโดยน้องของซือ ตูยู ให้นั่งข้างๆเขาเพื่อเลี่ยงจากชูเฟิง



ที่สุดท้ายที่เหลือ มีเพียงที่เดียว มันไม่ได้สำคัญอะไรมากกับชูเฟิง กับอีแค่ที่นั่งไม่ใช่ท้องพระโลงของฮ่องเต้สักหน่อย



ชูเฟิง พบว่าตำแหน่งของที่นั่งนั้น สำหรับพวกเค้าแล้วมีความหมาย คนที่นั่งอยู่ด้านบนจะเป็นคนที่แข็งแกร่ง คนที่นั่งล่างจะเป็นคนที่แข็งแกร่งน้อยกว่า อย่างเช่น สองพี่น้อง หลง - หู่ ซึ่งแปลว่าสำหรับพันธมิตรปีกฯ เขาทั้งสองเป็นคนไร้ประโยชน์ฺ



" ชูเฟิง มานั่งตรงนี้สิ " ในตอนนั้น หญิงสาวที่นั่งเกือบชั้นล่างชวนเขา



ผู้หญิงคนนั้นน่าตาสะสวย ใบห้าสีขาวเนียน ดวงตาดั่งนางจิ้งจอก ผมยาวของเธอปกคุลมลงมาตามไหล่ของนางนับได้ว่านางเป็นหญิงงามคนหนึ่งทีเดียว ยิ่งขนาดหน้าอกของนางยิ่งน่าประทับใจ เสื้อคลุมสีม่วงบางๆที่ปกคลุมหน้าอกของนางปูดออกมา เหมือนกับจะทะลักใส่หน้าชูเฟิง



สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความงามของนางในแบบสาวใหญ่ ปัจจุบันนางขยิบตาให้ ชูเฟิง เห็นได้ชัดว่านางพยายามยั่วยวน 



พูดถึง ชูเฟิง ที่เป็นผู้ชายแล้ว แม้ว่าเขาจะซื่อสัตย์ก็ตาม แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องปฏิเสธการยั่วยวนของนาง ดังนั้น เขาจึงไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ ชูเฟิงยิ้มเบาๆแล้วเดินเข้าไปนั่ง



" ชูเฟิง ข้าได้ยินว่าเจ้านั้นช่างแข็งแกร่ง และรุนแรง ก่อนหน้านี้ก็เคยไป ทำลายพันธมิตรหลิว นี้ ชูเฟิง"(ลองจินตนาการ เสียงยั่วของผู้หญิง) หลังจากที่ชูเฟิงนั่ง สาวงามคนนั้นคว้าแขนของชูเฟิงโดยเอาสองเต้าแนบไว้ติดๆ ชูเฟิงรู้สึกได้ถึงความนุ่มของมันดวงตาชูเฟิงจดจ่องมันอย่างใจจดใจจ่อ หากไร้คนแล้วมีหรือเขาจะไม่อยากสัมผัส



" โอ้วว . . พระถังข้าจะตามท่านไปชมพูทวีป " นั้นคือ เสียงหัวใจของชูเฟิงในปัจจุบัน เขาถูกกดดันโดยความนุ่มนวลของหน้าอกขนาดใหญ่ ความรู้สึกของเขานั้น ผ่อนคลายอย่างมาก ความสบายทำให้ชูเฟิง เคลิบเคลิ้ม มันใหญ่จริงโว้ยย!!! บ่ไหวแล้ว!!! เห็นได้ชัดว่าน่าอกซูเหม่ยนั้นเทียบไม่ติด แต่เรื่องความงามนางอาจสู้ ซูเหม่ยไม่ได้



" ออกไป " ในตอนนั้น เสียงตวาดก็ดังขึ้นข้างๆเขา



เมื่อชูเฟิงเงยหน้าขึ้นมอง ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ แม้แต่ทุกคนในตำหนักก็ยังต้องตะลึง



พวกเขาเห็นซูเหม่ยยืนเอามือเท้าเอวบางๆของนางไว้ และมืออีกข้างก็ชี้ไปที่น่าอกขนาดใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆกับชูเฟิง ปากเล็กๆของนางเผยอขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วจ้องมองสาวใหญ่ ใบหน้าของซูเหม่ยเต็มไปด้วยความหึงหวง




///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป. . . . . . . .