วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 71 - เงียบไปซะ



" ศิษย์น้องเหม่ย เจ้า . . . " สาวงาม อกใหญ่ ดูเหมือนนางจะกลัว ซูเหม่ย จนไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ



" ข้าบอกให้ท่านลุกขึ้นไง!!!" ซูเหม่ย ตะโกนเสียงดัง



เสียงนั้นทำให้ สาวอกใหญ่ รู้สึกกลัว ความงามบนใบหน้าน้อยๆของนางเริ่มซีดลง ทันใดนั้นนางก็ลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่กล้าพูดอะไร



" . หืมม. . "



ซูเหม่ยที่ดูเย็นรู้สึกโกรธชูเฟิงอย่างมาก ขณะที่เดินมานั่งที่แม่นางอกใหญ่ข้างๆชูเฟิง จากนั้นนางก็ชี้นิ้วไปที่ ที่อยู่ถัดจาก ซือตูยู และพูด " ไปนั่งตรงนั้น "



" อืม . . . . . . "



สาวงาม อกใหญ่ ไม่กล้าที่จะรอช้า นางก้มหน้าลงขณะที่รีบเดินไปที่นั่งข้างๆของ ซือตูยู๋ เมื่อนางเดินไปถึง นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นนางก็นั่งลง ( ทำให้ชูเฟิงอดดื่มนม )



ทุกคนในตอนนั้น ถึงกับตาเบิกกว้าง ขากรรไกรค้าง พวกเขาต่างอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในสายตาพวกเขาสามารถบอกได้เลยว่า ซูเหม่ย หึงหวง



ตอนนั้นใครๆก็ต่างอิจฉา ชูเฟิง!!! คนนับไม่ถ้วนที่มองซูเหม่ยแทบไม่อยากจะเชื่อ  เนื่องจากพวกเขาเคยจีบซูเหม่ย แต่ก็ไม่สำเร็จ หญิงงาม # 1 ของฝ่ายใน กลับมาหึงหวงชูเฟิง ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งนัก




หลังจากที่ค่อยๆทบทวนเรื่องราวต่างๆ พวกเขาทั้งสองเดินอยู่ด้วยกันอีกทั้งใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมากทั้งๆที่รู้จักกันมาได้ไม่นานแต่กับมีข่าวลือที่ว่า ซูเหม่ย แอบหลงรัก ชูเฟิง



แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่อยากจะยอมรับมัน แต่สำหรับพวก ไป๋ ตง และคนอื่นๆ ค่อนข้างที่จะรู้เรื่องนี้ดีพวกเขาจึงไม่ตกใจ เพราะพวกเขาเคยเห็นเหตุการณ์ที่ซูเหม่ยเคยกระทำไว้  ตอนที่ชูเฟิงหายตัวไปจากสุสาน



ยังไงก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบใบหน้าของไป๋ตงและพักพวก กับใบหน้าของ ซือตูยู แม้ว่าเขาจะพยายามปกปิดอารมณ์ของตัวเองไว้ แต่บอกได้เลยว่าเขาไม่พอใจ และอิจฉาชูเฟิง



" เจ้าอารมณ์รุนแรงจริงๆ เจ้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นกับนางเลยก็ได้ ? " ชูเฟิงหัวเราะและกล่าว



" ข้าจะทำในสิ่งที่ข้าพอใจและเจ้าจะทำไม!!! " ซูเหม่ย ถลึงตาใส่ ชูเฟิง ก่อนที่นางจะสบัดหน้าหนี เมินใส่ชูเฟิง



หลังจากเรื่องนั้นผ่านไป การประชุมก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ คนที่จะเข้าร่วมในการสอบเป็นศิษย์หลัก มี 12 ได้แก่ ชูเฟิง ซูเหม่ย และ ซื่อตูยู



และอีก 9 คนที่มีพลังวิญญาณในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ซึ่งก็ไม่ยากที่จะผ่านการสอบศิษย์หลักด้วยพลังวิญญาณระดับนี้ ดังนั้น ทุกคนเลยลงความเห็นให้ทั้ง 12 คน เป็นตัวแทนของพันธมิตรปีกฯในการเข้าสอบ



ยังไงก็ตาม การเผชิญหน้ากับสถาการณ์ขับขัน ซือตูยู ได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากน้องชายของเขาไม่ได้เข้าร่วมศิษย์หลักในปีนี้ ดังนั้น ซือตูเหลียง จึงต้องพาคนอื่นๆไปหลบในฝ่ายใน ซือตูยูถือว่าทำหน้าที่ได้สมกับเป็นผู้นำพันธมิตรปีกฯ



มีอีกเรื่องหนึ่งที่ ซือตูยู แนะนำ ว่าหลังจากที่สมาชิกได้เป็นศิษย์หลักแล้ว พันธมิตรปีกฯต้องซ่อนตัวเอาไว้ อย่าให้ใครเปิดเผยตัวเด็ดขาด



ซือตูยู หากสอบผ่านเราจะกลายเป็นอดีตสมาชิกพันธมิตรปีกฯ เพราะว่าศิษย์หลักนั้นไม่สามารถมีพันธมิตรได้ ต้องสร้างกลุ่มใหม่ขึ้นมาภายในศิษย์หลัก แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอม



ปัญหาใหญ่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา พวกเขาต้องการที่จะสร้างกลุ่มพันธมิตรปีกฯ ในดินแดนของศิษย์หลักด้วยจำนวนสมาชิกในปัจจุบัน กับการดำเนินเรื่องราวต่างๆของพันธมิตรปีกฯ จึงจำเป็นต้องเลือกผู้นำพันธมิตรที่ตั้งใหม่ในดินแดนหลัก นั้นคือหัวข้อการสนทนาขณะนี้




" พี่ ยู ทำไมต้องสนทนาเรื่องนี้ขึ้นมา ? หรือว่าท่านไม่เต็มที่จะนำพาเราอีกต่อไป ตำแหน่งผู้นำพันธมิตร เป็นที่นั่งของท่านอยู่แล้ว เหตุใดต้องเลือก "



" ใช่แล้ว ภายในพันธมิตรปีกฯ ของเรา ไม่มีใครเหมาะสมไปมากกว่าท่านอีกแล้ว? " สมาชิกต่างๆ เสนอให้ ซือตูยู นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำ



" อ๊ะ!!! ทุกคนในที่นี่เป็นเหมือนฝูงมังกรที่รวมตัวกัน และข้ามั่นใจว่าไม่มีใครด้อยไปกว่าใคร ดังนั้น มันจะดีกว่าถ้าหากเราเลือกอย่างยุติธรรม ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นหรือจะเสนอตำแหน่งให้ใครก็ได้เราจะยอมรับมันอย่างเต็มใจ



ซือตูยู แกล้งบ่ายเบี่ยงโดยใช้คำพูดหว่านล้อม ที่ฟังดูยุติธรรม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำมากที่สุด



เห็นท่าทางของ ซือตูยู ชูเฟิงจึงทนฟังไม่ไหว " เสแสร้ง "  ดังนั้นชูเฟิงจึงไม่สนใจสิ่งที่พวกเขากำลังคุยกัน จากนั้นเขาก็มุ่งความสนใจไปที่ ซูเหม่ย



นางไม่ได้คุยกับชูเฟิงมาสักพักใหญ่ๆแล้ว มือนางเท้าคางเอาไว้หัวของนางเอียงขึ้นนิดหน่อย เหมือนกับว่านางกำลังฟังอยู่ แต่จริงๆแล้วนางไม่ได้สนใจสิ่งที่ซือตูยูและคนอื่นๆกำลังพูดเลย



" นี่ เจ้าโกรธหรอ ? " ชูเฟิงถามไปหัวเราะไป



" ใครโกรธ โกรธใคร เจ้ามีค่าขนาดที่ทำให้ข้าต้องโกรธด้วยหรอ ? ซูเหม่ย พูดโดยไม่หันหน้ามามอง




" ถ้าเจ้าไม่ได้โกรธงั้นเจ้าเป็นอะไร? " ชูเฟิงถามอย่างสงสัย



" ข้ากำลังฟังซือตูยู " ซูเหม่ยกล่าว



" งั้นเจ้าบอกได้ไม๊ ว่าซือตูยูพูดอะไรอยู่ " ชูเฟิงหัวเราะนิดหน่อย



" เขาพูดว่า . . . . . . . ว่า " ซูเหม่ยพูดอะไรไม่ถูก เพราะจริงๆแล้วนางไม่ได้ฟังเลยสักนิด



นางจึงหันกลับมามองที่ชูเฟิง ใบหน้าของชูเฟิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เอาแต่ใจ นางจึงรู้ว่านางถูกชูเฟิงหลอกให้หันมา นางกัดริมฝีปากด้วยความโกรธ  เนื่องจากนางอยากจะเอาปากไปกัดชูเฟิง



" เอาล่ะ หายโกรธได้แล้ว ข้าจะเล่าเรื่องให้เจ้าฟัง ? " ชูเฟิงกล่าวอย่างสนุกสนาน



" เรื่องอะไร ? ถ้าเจ้าอยากเล่าก็เล่ามา" ซูเหม่ยขดริมฝีปากของนาง พร้อมกับมอง อย่างใจจดใจจ่อ



" กระต่ายขาวน้อยสามตัวกับเห็ด " .



" กระต่ายขาว2ตัวที่เป็นพี่ บอกให้น้องเล็กไปหาผักป่ามาให้กิน "



" กระต่ายขาวน้อยตัวนั้นกล่าวว่า " ข้าไม่ไป หากข้าไป เจ้าทั้งสองก็จะกินเห็ดของข้า "



" ทั้งสองตอบว่า เราไม่กินของเจ้าหรอก ไม่ต้องห่วง ดังนั้น กระต่ายขาวน้อย จึงออกไป ~ ~ ~ "



" แต่หลังจากผ่านไปสักพัก กระต่ายขาวน้อยก็ยังไม่กลับมา หลังจากที่กระต่าย 2 ตัวคุยกัน พวกเขาทั้งสองก็ตัดสินใจว่าจะไม่รอ  และจะกินเห็ด



" ในตอนนั้น กระต่ายขาวน้อยตัวนั้น ก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้บริเวณใกล้เคียงและกล่าวอย่างโมโห " ข้า เห็นนะว่าเจ้าสองตัวกำลังจะกินเห็ดของข้า "



" ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นก็แปลว่า เจ้ากระต่ายขาวน้อยไม่เคยออกไปหาอาหารสินะ "



" เจ้าคิดว่าไง ? "



" ฮ่าๆ ก็ดูน่ารักดีนะ ทั้งยังตลกอีกด้วย . . . ."



ซูเหม่ยหัวเราะชูเฟิงเสียงดัง ขณะที่นางหัวเราะชูเฟิงรู้สึกว่านางช่างงดงามยิ่งนัก ยามที่นางตั้งใจฟังก็ดูน่ารักดี ในเวลานั้นเสียงของเขาดังออกมาในเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะทำให้ดึงดูดความสนใจของทุกคน



" นี่ ข้าจะทำอะไรให้เจ้าดู " เห็นซูเหม่ยยิ้ม ชูเฟิง ก็กระตือรือร้น เค้าทำให้แขนของเค้าขยับได้ โดยการดึงแขนเสื้อของตัวเอง จากนั้นเค้ากำลังจะแสดงมายากลให้ซูเหม่ยดูอีกครั้ง



การกระทำของทั้งสองทำให้ ซือ ตูยู ไม่พอใจอย่างมาก เห็นคนที่เขาชอบ ไปหัวเราะกับชายคนอื่น โดยที่ไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดมันทำให้เขาค่อนข้างที่จะเจ็บปวด



* ปั้งงง* ในตอนนั้น ซือตูเหลียงเอามือกระแทกโต๊ะ ชี้หน้าของชูเฟิงและกล่าว



" พี่ชายข้ากำลังพูดอยู่ เจ้าควรเงียบไปซะ "



ได้ยินคำพูดพวกนั้น สีหน้าของชูเฟิงก็ยังคงปกติ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆจากนั้นเขาก็เดินไปหา ซือตูเหลียง



จู่ๆ ชูเฟิง ก็ยกฝ่ามือฝาดเข้าไปที่หน้า ของซือตูเหลียงอย่างรุนแรง



ด้วยพลังที่รุนแรงทำให้ซือตูเหลียงกระเด็นไปที่พื้น ปากของเขามีเลือดหยดลงมาพร้อมกับฟัน อีก 3 ซีก



เห็นเช่นนั้นทุกคนต่างหวาดกลัวชูเฟิง แต่ชายตรงหน้าที่เขาตบเป็นน้องชายของผู้นำพันธมิตรปีกฯ ในอนาคตจะกลายเป็นศิษย์หลัก ซูตูยู เหมือนว่าชูเฟิงมันจะไม่มีสมอง



ชูเฟิงไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ซือตูเหลียงเขากำลังลุกขึ้น ทุกคนก็ต้องตกใจ เมื่อชูเฟิงชี้หน้าของเขาและพูดว่า



" เจ้าควรเงียบไปซะในขณะที่ข้าพูด!!! .






/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป. . . . . . . .