วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 73 - คำขู่



" ได้หากเจ้าต้องการ!!! "



หลังจากที่ตะโกน ซือตู่ยู๋ไม่พูดพล่ำทำเพลง ภายในตำหนักพันธมิตรฯ เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ออร่ามหาศาลทะลักออกจากร่างกายของเขา ทันใดนั้นร่างกายของเค้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง



แขนและขา ขยายใหญ่ขึ้นสองเท่าจนทำให้เสื้อคลุมสีม่วงบนร่างกายของเขาเกือบขาด เผยให้เห็นรูปร่างกล้ามเนื้องที่ทรงพลังของเขาได้อย่างชัดเจน



ผิวกายของซือตู่ยู๋แปล่งสีสองประกายออกมา แม้แต่เส้นผมยังเปลี่ยนเป็นสีทอง ดวงตาเค้าของเขาแดงก่ำเหมือนทับทิม ลมหายใจที่พ่นออกมาเต็มไปด้วยพลัง



ซือตู่ยู๋ในปัจจุบันไม่เหมือนคนที่เคยดูสุขุมหรือสุภาพชน ผู้นำพันธมิตรปีกฯ ณ.ตอนนี้ เป็นเพียงแค่สัตว์สีทอง โดยเฉพาะ ออร่าที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์ป่าที่ดุร้าย



" การเสริมทักษะ!!! ทักษะระดับ 4  วิชา ราชสีห์ทองคำ "



" ข้าไม่เคยนึกเลยว่าผู้นำพันธมิตรปีกฯของเราจะมีร่างเป็นสิงโตสีทองเช่นนี้ ดูเหมือนว่า ชูเฟิง คงต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย



" ถูกต้อง การเปลี่ยนเป็นราชสีห์ทองคำ เป็น ทักษะระดับ 4 ประเภทการเสริมทักษะ หลังจากที่ฝึกมันสำเร็จ ตอนนั้นผู้นำพันธมิตรปีกฯจะมีร่างกายเหมือนกับเป็นอมตะ ด้วยคมดาบคมหอกหรือคมอาวุธใดๆก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้ ไม่ว่าจะเขาจะบุกน้ำลุยไฟทะลายภูผา เขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นไม่สำคัญแล้วว่า ชูเฟิง แข็งแกร่งแค่ไหน หากโจมตีผู้นำไปก็ไร้ผลเปล่าๆ เขาคงทำได้แค่ถูกซ้อมจนตาย



เห็นการเปลี่ยนแปลงของซือตู่ยู๋ ทำให้เหล่าสมาชิกชายพันธมิตรปีกฯเชื่อมั่นว่า ชูเฟิง ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน พวกเขาปลื้มปิติกันเป็นอย่างมากที่จะได้เห็น คนที่ยโสโอหังเช่นชูเฟิง ถูกสั่งสอน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขา ทนไม่ได้ที่เห็น ซูเหม่ย จี๋จ๋า กับ ชูเฟิง หากมีใครล้างแค้นพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะเชียร์อย่างสุดใจ



สมาชิกหญิง พวกเขารู้สึกถึงความห้าวหาญของ ชูเฟิง พวกเขาได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความชื่นชมในความสามารถของเขา แต่หลังจากที่ ซือตู่ยู๋ แสดงทักษะของเขา พวกนางต่องกังวลว่า ชูเฟิง จะสามารถเอาชนะได้หรือป่าว



มีแต่ ซูเหม่ย ไป๋ตง สองพี่น้องหลง- หู๋ และเพื่อนๆของชูเฟิง ที่ยังคงสงบ พวกเขารู้ดีว่า ความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง มีมากมายขนาดไหน



" ชูเฟิง ข้าจะปล่อยเจ้าไป หากเจ้าก้มหัวยอมรับความพ่ายแพ้ในตอนนี้ ไม่งั้น หากข้าลงมือ ข้าจะไม่รับประกันชีวิตของเจ้า "



น้ำเสียงซือตู่ยู๋ในตอนนั้น ทรงพลังยิ่งนัก เหมือนกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดุร้าย ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ ทำให้มันฟังดู น่าเกรงขาม



" ในเมื่อท่านมั่นใจมากขนาดนั้น ก็รีบๆเข้ามาเถอะ ข้าจะดูสิว่าท่านจะทำอะไรข้าได้ "ชูเฟิงยิ้มพร้อมกับพูดโดยไม่แยแสคำขู่



" หากเจ้าต้องการเจ็บตัวขนาดนั้น ข้าก็จะสนองความต้องการของเจ้า แล้วเจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังเอาซะล่ะ "



ซือตู่ยู๋ ก้าวเท้าพุ่งออกไปเหมือนกับสิงโตกำลังล่าเหยื่อ พื้นที่เขาเหยียบลงไปเกิดรอยแตกร้าว ขณะที่เขาวิ่งและกระโจน ภายในตำหนักทั้งหมดเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง



ซือตู่ยู๋ ค่อยๆเข้ามาใกล้ๆ ชูเฟิงในตอนนั้นมีรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นเขาใช้ทักษะ สายฟ้า สามผสาน รูปแบบที่ 1 วิ่งออกไปนอกตำหนัก



" หืม เห็นเจ้าต้องการสู้หนักหนา ที่แท้ก็กลัวงั้นหรอ ? "



เห็นชูเฟิง วิ่งหนี ซือตู่ยู๋ คิดว่าเค้ากลัว จากนั้นเขาก็ส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับวิ่งไล่ตามชูเฟิง สำหรับซูเหม่ยและคนอื่นๆ ต่างวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้คาดสายตา



แต่ทันทีที่ก้าวออกมาด้านนอก ทุกคนไม่สามารถหยุดความตกใจได้ ชูเฟิงไม่ได้หนีแต่อย่างใด เขายืนอยู่บริเวณลานกว้างนอกตำหนัก  เขายื่นแขน2ข้างกวักมือท้า ซือตู่ยู๋ อย่างเหยียดหยาม



" อยากตายมากใช่มั๊ย " ซือตู่ยู่ตะโกนด้วยพลังระดับ 9 ของสัตว์ร้าย ทำให้ร่างของเขาปล่อยออร่าที่น่ากลัวออกมา จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าใส่ ชูเฟิง อีกครั้ง




* เปรี้ยงงง ↯ เปรี๊ยะ ↯ *



ณ ตอนนั้น  ชูเฟิงรู้สึกถึงภายในดวงตาที่ปรากฏร่องรอยของสายฟ้า ทำให้ได้ยินเสียง " เปรี้ยง ปร้าง " จากนั้นพลังสายฟ้ามหาศาลก็เริ่มระเบิดกระจายออกมาจากร่างกายของเขา ในตอนนั้นร่างของเค้าถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าบริสุทธิ์ เหมือนกับว่าเขาเป็น เทพสายฟ้า ลงมาจุติ



* เปรี้ยง ↯ เปรี้ยง ↯  *



ชูเฟิง ยกแขนขึ้นมาจากนั้นสายฟ้ารอบๆตัวเขาก็พุ่งลงไปทุกทิศทาง พลังการทำลายของมันแม้แต่พสุธาใต้ฝ่าเท้าของเขายังต้องเป็นผุยผง หลุมขนาดใหญ่ปรากฏรอบตัวของ ชูเฟิง



" นี่. . . . . นี่มันพลังอะไร ? มีทักษะการต่อสู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ อยู่ด้วยหรอ ? "



ตอนนั้นทุกคนต้องส่งเสียงด้วยความประหลาดใจ เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นทักษะที่น่ากลัวเช่นนี้ มันทรงมากกว่าการเปลี่ยนร่างของซือตู่ยู๋ที่เป็นราชสีห์ทองคำซะอีก



* ฟิ้วว * ในตอนนั้น ชูเฟิง ชี้นิ้วของเขาออกไป แสงสายฟ้าจากปลายนิ้วระเบิดออกมาภายในพริบตาความเร็วของมันแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อทุกคนสังเกตุ สายฟ้าก็ถึงหน้าอกของซือตู่ยู๋



* ปั้งงงง *



" อ้า ~ ~ ~ ~ ~ "



เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังออกมา ร่างของซือตู่ยู๋กระเด็นไปหลายสิบเมตร ร่างกายของเค้ายังคงดูปกติขณะหยุดอยู่ที่พื้น แต่ใบหน้าเขานั้นแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เขาได้รับ



ในเวลาเดียวกัน สายฟ้าบนร่างของชูเฟิง ก็หายไปทันที นอกจากหลุมขนาดใหญ่ที่พื้น ก็ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของมันอยู่เลย เหมือนกับว่าสายฟ้าที่อยู่บนร่างของชูเฟิงไม่เคยปรากฏมาก่อน



" ไอบ้าชูเฟิง เจ้าจะฆ่าเขางั้นหรอ เจ้าถึงใช้ทักษะที่รุนแรงขนาดนั้นโจมตีพี่ชายข้า !!!"



ตอนนั้น ซือตูเหลียงโกรธอย่างมาก เขาได้แต่ตะโกนสาปแช่ง จากนั้นเขาก็วิ่งไปหาซือตูยู๋ด้วยคราบน้ำตา



พลังที่ชูเฟิงระเบิดออกไปใส่ซือตูยู๋ก่อนหน้านี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก  อย่างน้อยในอาณาจักรแห่งนี้ เขาก็ไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้ มาก่อน การโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วขนาดนั้น เขากังวลว่าซือตูยู๋ จะถูกฆ่าด้วยน้ำมือของ ชูเฟิง



" น้องเหลียง ข้าไม่เป็นไร "



ในตอนนั้น ซือตู่ยู๋ก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน เขามองไปที่หน้าอก และรู้สึกว่าหมดหนทางที่จะเอาชนะชูเฟิง เขาถอนหายใจออกมาเสียงดังจากนั้นเขากุมมือขึ้นขณะพูดด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้า



" ชูเฟิง ขอบคุณที่ไว้ชีวิต ทักษะของข้าเทียบเจ้าไม่ได้เลย ข้าแพ้แล้ว!!!"



" ฮูว~ "




คำพูด ซือตู่ยู๋ ทุกคนต่างต้องยอมรับ บรรยากาศแสนจะเงียบ พวกเขาสามา่รถเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำพูดของเขา มันชัดเจนแล้วว่า ซือตูยู๋ ยอมรับความพ่ายแพ้ ความแข็งแกร่งชูเฟิงมีมากกว่าเขา



" ไม่ต้องสุภาพหรอก ข้าไว้ชีวิตน้อยๆของเจ้าเพราะขี้เกียจมีปัญหากับซูเหม่ย!!! "



" ศิษย์น้องเหม่ยไปเถอะ เราจะพาเจ้ากลับ " ชูเฟิง โบกมือให้ ซูเหม่ย จากนั้นเขาก็วิ่งไปคว้าแขนของนางหายไปอย่างรวดเร็ว พันธมิตรปีกฯทั้งหมดถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง . . . . .



มองด้านหลังของเค้าทั้งสอง ใบหน้าของสมาชิกพันธมิตรปีกฯเต็มไปด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน อารมณ์ของพวกเขานั้นบอกไม่ถูก แต่ในวันนี้ ชูเฟิง ได้ทิ้งความประทับใจไว้ในส่วนลึกของทุกคน



ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าทำไม อาวุโส ซูรู่ และ ผู้จัดการ โอวหยาง ถึงได้ชักชวนชูเฟิงให้เข้ามาเป็นสมาชิกพันธมิตรปีกฯ และฝากฝังไว้กับวกเขา ในที่สุดเขาก็รู้ว่าทำไม ชูเฟิง ถึงมีท่าทางหยิ่งยโส มันคงเป็นเพราะว่า ความสามารถของเขา ที่เรียกว่า ปีศาจ วันนี้พวกเขาได้ประจักษ์กับสายตาบอกได้เลยว่ามันมากกว่าข่าวลือที่พวกเขาเคยได้ยินมาเสียอีก




ก่อนหน้านี่พวกเขารู้สึกว่าตัวเองนั้นนับเป็นอัจฉริยะ แต่หลังจากวันนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าของ ชูเฟิง พวกเขาไม่สมควรที่จะถูกเรียกเช่นนั้น



" ชูเฟิง เจ้าทำเช่นนั้นไม่ได้นะ " นอกที่พักอาศัยของซูเหม่ย นางกล่าวอย่างจริงจัง



" ทำไมงั้นหรอ ? " ชู ฟงสับสนนิดหน่อย

( เสร็จโจร )




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .