วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 77 - อ้อนวอนไปก็ไร้ประโยชน์



ในตอนนั้น ชูเฟิง ก็ค่อยๆเดินไปหาเจี้ยนเฟิงอวี้ เสื้อคลุมของเขานั้นขยับไปมา ทั้งๆที่ไม่มีลม สายตาที่เย็นชาจ้องไปที่เจี้ยนเฟิงอวี้ เขารู้สึกเหมือนว่าถูกคุกคาม ความหวาดกลัวส่งไปถึงกระดูก จิตสังหาร ที่รุนแรงของชูเฟิงเหมือนกับ เทพสังหาร


จิตสังหารของเค้านั้น ทำให้สมาชิกบางส่วนของพันธมิตรดาบฯและพันธมิตรโลกวิ่งหนีไปด้วยความกลัว บางคนถึงสะดุดล้มลงกับพื้น บางคนก็คลานไปกับพื้น เพื่อพยายามหลบหนี



มีแต่ เจี้ยนเฟิงอวี้ที่ไม่ขยับไปไหน ต่อหน้าสมาชิกที่เหลือ หากเค้าหนีไปก็จะถูกตราหน้าว่าขี้ขลาดอีกทั้งยังได้รับความอับอาย ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำของพันธมิตรดาบฯ 



ต่อหน้าพลังที่แข็งแกร่งของชูเฟิง มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะตอนที่เขาได้เห็น หลาววู่ ถูกตีอย่างอนาถ เขารู้ว่าไม่ใช่โชคช่วยแน่ๆ



" ชูเฟิง เจ้าจะทำอะไร ? " เจี้ยนเฟิงอวี้ถามด้วยความตกใจ " จัดการมัน " คำพูดของซูเหม่ยก่อนหน้านี้ดังขึ้นมาในหัว มันทำให้เขาตัวสั่น



" เจี้ยนเฟิงอวี้ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าหากข้าเจอเจ้าใน สวนพฤกษามังกรฟ้า ไม่งั้นข้าจะจัดการเจ้าจนแม่เจ้าไม่สามารถจำหน้าได้อีกเลย "



ใบหน้าของชูเฟิงในตอนนั้น มีรอยยิ้มที่มุมปากขณะที่ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เจี้ยนเฟิงอวี้ แต่มุมมองของเจี้ยนเฟิงอวี้นั้น เห็นรอยยิ้มของชูเฟิงเหมือนกับปีศาจเลือดเย็น



" ถ้าเจ้าอยากจัดการกับข้าล่ะก็ ต้องมาดูกันว่าเจ้ามีปัญญาแค่ไหน "



เมื่อเห็นว่ายังไงก็หนีไม่รอด เจี้ยนเฟิงอวี้ตะโกนท้าทายด้วยความโกรธ ขณะนั้นเค้า่ไม่คิดที่จะหันหลังกลับ จากนั้นเข้าก็พุ่งเข้าไปโจมตี



เขาดึงดาบทมิฬด้านหลังของเค้า แสงของดาบฟาดออกมาใส่ ชูเฟิง จากนั้นเค้าก็ระดมแทงดาบใส่ กลุ่มพลังงานนั้นทำให้เขาถอยออกมา ดาบที่ฟาดฟันใส่อากาศเหมือนกับแสงดาวตกจนทำให้เกิดเสียงดัง การโจมตีของเขาปิดเส้นทางการเคลื่อนไหวของ ชูเฟิง ได้อย่างสมบูรณ์
  


นั้นมันไม่ใช่วิชาดาบทั่วๆไป มันเป็นทักษะระดับ 4 เพราะคนที่ใช้คือ เจี้ยนเฟิงอวี้ ที่เกิดมาในตะกูลของผู้ใช้ดาบ ความสามารถในการใช้ดาบจึงมีประสิทธิภาพสูง



" ผู้นำพันธมิตรเท่านั้นที่สามารถใช้ ทักษะ กระบี่ดาวตก ได้ถึงระดับนี้ "



ดาบของเขาฟาดผ่านอากาศ เหมือนกับดาวหาง สมาชิกของพันธมิตรดาบฯเหล่านั้นปราบปลื้มกันอย่างมาก ตอนแรกๆก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถ้าหากเป็นตอนนี้พวกเขารู้สึกเริ่มมีความหวัง เขารู้สึกได้ว่าบางทีผู้นำพันธมิตร อาจจะเอาชนะ ชูเฟิงที่เหมือนกับเทพสังหารคนนั้นได้



" . .หืม. . "



เมื่อฝุ่นเริ่มลอยฟุ้งดาบก็พุ่งมาด้านหน้า ชูเฟิง ในตอนนั้น ร่างกายของชูเฟิงก็ถูกปกคลุมไปด้วยสายฟ้า จากนั้นเค้าก็แตะสายฟ้าขึ้นไปกลางอากาศ  ดาบของเจี้ยนเฟิงอวี้ก็เหมือนชนกับผนังโลหะ พลังที่ปะทะกันแหวกอากาศกระจายไปรอบๆ



" นี่ . . . . . . .มัน "



ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าของคนอื่นๆ แม้แต่เจี้ยนเฟิงอวี้ก็ยังตกใจ เขาสามารถใช้ทักษะ กระบี่ ระดับเดียวกับผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรกำเนิดวิญญาณ ด้วยทักษะของเขาหากโจมตีถูกใคร คนผู้นั้นก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ต่อหน้า ชูเฟิง มันกับไร้ประโยชน์ เขาไม่เชื่อว่าชูเฟิงจะสามารถหยุดมันได้



" ข้าไม่เชื่อ "



เจี้ยนเฟิงอวี้นั้นเป็นคนหัวดื้อ เขาหันปลายดาบไปที่ชูเฟิงและพุ่งเข้าไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้เล็งไปที่ชูเฟิง แต่เขาเล็งไปที่ ซูเหม่ย ที่อยู่ด้านหลังของชูเฟิง



" อยากตายนักใช่มั้ย!!! "



เห็นแบบนั้น ชูเฟิง ขมวดคิ้วขึ้น จากนั้นคลื่นพลังวิญญาณมหาศาลก็ไหลออกมาจากมือของเขา พร้อมกับยิงสายฟ้าออกไป มันเหมือนกับแส้สายฟ้าเข้าไปพันดาบของเจี้ยนเฟิงอวี้ไว้ จากนั้นชูเฟิงก็กระชากสายฟ้ากลับมา ทันใดนั้นเค้าก็ฟาดไปที่เจี้ยนเฟิงอวี้อย่างแรง



" พลังนั้นมัน ? เด็กหนุ่มคนั้นสามารถใช้ทักษะระดับ 5 ได้ด้วยหรอ "



เจี้ยนเฟิงอวี้ตกใจอย่างมาก ทักษะการต่อสู้ส่วนใหญ่สามารถส่งพลังวิญญาณใส่กับวัตถุชนิดใดชิดหนึ่ง แต่การเปลี่ยนพลังงานเป็น ธาตุต่างๆหรือรูปร่าง เช่น สายฟ้า เหมือนที่ชูเฟิงใช้เมื่อกี้  จะเป็นลักษณะของทักษะระดับ 5 เท่านั้น ถึงจะทำได้



" บัดซบ!!! คนๆนี้เป็นใครกันแน่ ? "



ในที่สุดเขาก็รู้ถึง ความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง แต่เมื่อหันไปสายฟ้าก็ฟาดเข้ามา วิธีที่จะหลบมันได้นั้นไม่มี เขาจึงรีบยกดาบของเขาขึ้นมา เพื่อใช้มันป้องกันการโจมตีของชูเฟิง



* เปรี้ยง เปรี้ยง~ * . . . .



เมื่อแส้สายฟ้าฟาดเข้าไปที่ดาบ มันก็เกิดประกายไฟสว่างจ้า เห็นได้ชัดว่าดาบเหล็กในมือของเจี้ยนเฟิงอวี้ถูกตัดออกเป็นสองท่อน หลังจากนั้นแส้ก็ผ่านดาบไปยังร่างกายของเจี้ยนเฟิงอวี้อย่างรุนแรง



" อ่า ~ "



เจี้ยนเฟิงอวี้ถึงกับกระเด็นไปหลายสิบเมตร ทุกคนต่างเห็นได้ชัดว่าเอวของเขามีเลือดไหล อีกทั้งบาดแผลขนาดใหญ่ จนทำให้เห็นกระดูกโผล่ออกมา 



*เพรี้ย  เพรี๊ย เพรี๊ย *



ขณะนั้น ชูเฟิงยังคงฟาดแส้สายฟ้าลงบนตัวเจี้ยนเฟงอวี้ อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับความเจ็บปวดทรมาน แม้แต่แขนของเขาก็ยังหัก



ตอนนั้น เจี้ยนเฟิงอวี้ยังพอมีลมหายใจบางๆ  แต่คนอื่นๆต่างสงสัยว่าเขายังมีชีวิตรอดอยู่มั้ยหรือว่าตายไปแล้ว หากเขายังไม่ตาย อาการบาดเจ็บเช่นนี้ต้องรักษาตัวเป็นเวลา 3 ถึง 5 ปี ถึงจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้



" ศิษย์พี่ ชูเฟิง ได้โปรด ยกโทษให้เราด้วย!!! "



ทันใดนั้น สมาชิกทั้งหมดจากพันธมิตรดาบ คุกเข่าลง ตั้งแต่ผู้นำของเค้าพ่ายแพ้พวกเขาก็หมดหวัง พวกเขาคิดว่าหากร้องขอชีวิตพวกเขาทั้งหมดอาจจะรอด โดยเฉพาะเมื่อเห็นทักษะของชูเฟิงพวกเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากพวกเขาขัดขืน ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่เบื้องหน้า



" ท่านอาวุโสชูเฟิง กรุณาไว้ชีวิตของเราด้วย พวกเราไม่กล้าที่จะเป็นศัตรูกับพันธมิตรปีกฯอีกแล้ว "



ในเวลาเดียวกัน พวกเหล่าสมาชิกพันธมิตรโลกทั้งหมด ก็คุกเข่าลงเช่นเดียวกัน พวกเขาได้แต่ อ้อนวอน ให้ชูเฟิงไว้ชีวิต พวกเขาเหล่านั้นกลัวชูเฟิงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ไม่แปลกที่พวกเขาจะทำเช่นนั้น



" ถ้าหากข้าให้อภัย และยอมรับสิ่งที่พวกเจ้าทำไว้ ทุกคนก็จะไม่ได้รับความเจ็บปวดเหมือนกับที่เพื่อนๆของข้าได้รับ  นั้นมันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรอ วันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าว่าการที่มายุ่งกับคนใกล้ตัวข้ามันจะเจอกับอะไร ไม่ต้องห่วงข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าหรอก"



แม้ว่าคนเหล่านั้นจะอ้อนวอนชูเฟิงมากแค่ไหน แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ทันใดนั้น เขาก็ยกมือขึ้นมาพร้อมกับฟาดแส้สายฟ้าออกไป



"อ้า ~ ~ ~ "



ในขณะนั้น มีเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั้ง สวนพฤกษามังกรฟ้า ไม่มีใครสามารถทนความเจ็บปวดของแส้นั้นได้ ชูเฟิงต่างฟาดแส้ใส่ทุกคนอย่างน้อยคนละ 10 ครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะหมดสติก็ตาม ชูเฟิงไม่แม้แต่จะเมตตาสักนิด



" ชูเฟิง พอได้แล้ว "



ในที่สุด ซูเหม่ย ก็พูดออกมา เห็นฝูงคนถูกตีอย่างทารุณ แม้ว่าเทอจะไม่ค่อยชอบคนเหล่านั้น หรือเรียกว่าเกลียดเลยก็ได้ แต่นางก็ไม่สามารถทนเห็นคนถูกทำร้ายเช่นนั้นได้ นางนั้นรู้สึกสงสารพวกเขาเป็นอย่างมาก



หลังจากที่ ซูเหม่ย พูด ชูเฟิงจึงหยุดมือ การที่เขาตีคนเหล่านั้นเค้าไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรเป็นการส่วนตัว แต่กับ เจี้ยนเฟิงอวี้นั้นต่างออกไป เขาหาโอกาสที่จะสั่งสอน เจี้ยนเฟิงอวี้มานานแล้ว แต่กับคนอื่นๆ เขาทำเพื่อระบายความโกรธของ ซูเหม่ย



การกระทำของซูเหม่ยนั้น ทำให้ซือตู่ยู๋ และคนอื่นๆ ประทับใจอย่างมาก พวกเขารู้ว่า ชูเฟิง นั้นได้เข้ามาช่วยเพียงแค่ซูเหม่ย แต่ยังไงพวกเค้าก็เหมือนกับติดค้าง ชูเฟิง มันทำให้ซือตูยู๋รู้สึกว่าตัวของเขานั้นช่างอ่อนแอไร้ความสามารถ  



" เจ้าผ่านตำหนักใต้พิภพแล้วหนิ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หรือว่า ยาวิญญาณนั้นมันสำคัญกับเจ้ามาก "



" ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะต้อง . . . ."



หลังจากนั้นชูเฟิง ก็ถูกซูเหม่ย บ่นนิดหน่อย นางรู้ว่า ชูเฟิงสามารถผ่านการสอบได้แล้ว และพยายามเข้าไปหาโอสถวิญญาณในสวนพฤกษามังกรฟ้า "



"เอ้อ. . . รอแปปหนึ่ง "



ชูเฟิงไม่ได้เถียง ซูเหม่ยแต่อย่างใด เขายิ้มเบาๆ พร้อมกับเดินไปในพุ่มไม้ เมื่อเขาเดินกลับมา ซูเหม่ย ถึงกับยืนตัวแข็งในทันที




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . .