วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 85 - ภัยที่กำลังคืบคลาน




" ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ดูของสนุกๆเช่นนี้ แต่มันก็พูดยากนะ ไอ้เจ้า ชูเฟิง จะอยู่รอดได้สักกี่ปีกัน "



" นั้นนะสิ ดันไปมีเรื่องกับ กง ลู่หยุน ซะได้ ถึงแม้ว่าอาวุโสกงจะไม่ลงมือเอง แต่พวกลิ้วล้อนี้สิก่อกวนไม่เลิกลาสักที ด้วยพลังเขาในตอนนี้ จะอยู่พื้นที่หลักได้นานสักแค่ไหน



เมื่อทุกคนเห็นสถานะการณ์ตรงหน้า พวกเขานั้นเอาแต่ซุบซิบนินทา ว่า ชูเฟิง คงจะโดนยำเละ ไม่เหลือซาก เนื่องจากพลังของชูเฟิงนั้นอยู่แค่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณ นอกจากนี้คู่ต่อสู้เขาต่างก็แข็งแกร่งกว่าเขาอีกทั้งยังมีตั้งหลายคน ถ้ารอดมาได้นับว่าเป็นปาฏิหาริย์



ถึงว่าทำไม กง ลู่หยุน ถึงได้ไม่ส่งคนสนิทออกมาด้วยตัวเอง เขาคงเห็นว่า ชูเฟิง นั้นไม่คู่ควรและไม่มีค่าพอสำหรับการลงมือ



" อะไรกัน ไอ้พวกขยะจะเข้ามาทีละคนหรือจะเข้ามาพร้อมกันข้าก็จะอัดมันให้หมด ? " ชูเฟิง จ้องมองพวกเขาและกล่าวอย่างเหยียดหยัน



" ว่าไงนะไอ้เจ้าโอหัง ตัวเองเป็นขยะแท้ๆแต่กลับมาว่าพวกเรา ถ้าหากข้าไม่สั่งสอนเจ้าวันนี้ เจ้าคงไม่รู้จักคำว่า ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ "



ศิษย์หลักคนหนึ่งในกลุ่มโกรธ ชูเฟิง เป็นอย่างมาก เขาตะโกนพร้อมกับกระโดดต่อย ชูเฟิง 



* ปั้กก * แต่หมัดที่เขาชกออกมากลับถูก มือของ ชูเฟิง กำไว้แน่น พลังที่แข็งแกร่งของชูเฟิง ทำให้เขาไม่สามารถขยับออกไปไหนได้



" เขาหยุดการโจมตีคนๆนั้นได้ด้วยหรอ!!! "



ผู้คนทีดูอยู่รอบๆต่างประหลาดใจ แม้ว่าคนที่โจมตีชูเฟิงจะมีฝีมือไม่เท่าไหร่แต่เขาก็อยู่ระดับ 8 ห้วงวิญญาณ แต่ ชูเฟิง ที่อยู่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณ กลับหยุดหมัดของเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย เมื่อชูเฟิงเริ่มตอบโต้จากความประหลาดใจกลายเป็นความตกใจ 



ชูเฟิง ใช้อำนาจพลังวิญญาณกระชากแขนเขาฟาดลงกับพื้น จนแขนของเขาหัก



ยังไม่จบแค่นั้น ชูเฟิง ยกขาขึ้นมาเตะที่ตรงหัวเข่าของเขา จนเกิดเสียงดัง กร๊อบบ ตรงขาด้านซ้าย ชายคนนั้นก็ดิ้นทุลนทุลายขณะที่อยู่บนพื้น พร้อมกับร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด



* บ้าเอ้ยย  * .



เห็นฉากนั้นคนที่เหลือต่างโมโห จากนั้นก็มีคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหา ชูเฟิง ด้วยความรวดเร็ว แต่ในขณะที่เขาพุ่งเข้ามาอยู่ๆก็มีหมัดลอยเข้ามาปะทะกับขากรรไกรที่ปากของเขา



" เราจะฆ่าเจ้า ไอสารเลว!!! " เห็นสหาย 2 คนลงไปกองกับพื้นภายในพริบตา คนอื่นๆที่เหลือ ต่างเข้ามาโจมตีชูเฟิงพร้อมกัน



" โอ้ เยี่ยมเลย "



 ชูเฟิง โดนพวกนั้นเข้ามารุมโดยใช้ทักษะต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาวงอาวุธ แต่เขาก็มิได้รนราน เขากลับหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นก็มีแสงแวบเข้ามาภายในดวงตาของ ชูเฟิง จากนั้น ร่างของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยมังกรสายฟ้า



* เปรี้ยงง ~ ~ ~ *



สายฟ้าพุ่งออกไปทุกทิศทุกทาง เหมือนดวงตะวันที่กำลังจะดับแล้วเกิดสว่างขึ้นมากระทันหันจนทำให้ผู้คนต่างพากันหลับตา



พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรง แต่ก็ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาดูได้เลย ขณะที่พวกเขาพยายามหลี่ตามองหน้าคนที่อยู่ห่างออกไปเพื่อสังเกตุ แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นพวกเขาเหล่านั้นกำลังอ้าปากค้าง



เมื่อเขาลืมตามอง เขาเห็น คนที่ล้อมชูเฟิง 20 คน ณ ตอนแรก กองอยู่ที่พื้น ร่างกายของแต่ละคนถูกไหม้เกรียม ควันค่อยๆลอยออกจ่างร่าง ขณะที่พวกเขาร้องด้วยความเจ็บปวด 



เมื่อคนที่ดูอยู่รอบๆหันหน้ากลับมามองที่ชูเฟิง พวกเขาพบว่าชูเฟิงนั้นไม่มีแม้แต่ลอยขีดข่วน ขนาดฝุ่นที่เกาะตามชายเสื้อก็ยังไม่มี ณ ตอนนั้นชูเฟิงกำลังดูถูกคนพวกนั้นอย่างเย็นชาว่า " พวกเจ้าไม่มีค่าพอที่จะมาสอนบทเรียนให้กับข้า " 



หลังจากที่เขาพูดจบ ชูเฟิง ก็หันหน้ากลับมามองผู้คนที่อยู่รอบๆ เขาสังเกตุว่า คนที่อยู่รอบๆต่างยืนมองเขาขณะที่ตัวสั่นพวกเขาในขณะนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเขาเห็นว่า ชูเฟิง หันหน้ามา ด้วยความกลัวและความตกใจพวกเขาต่างพากันถอยออกไปคนละก้าว แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรกำเนิดวิญญาณก็เช่นกัน



มองหน้าของคนเหล่านั้นที่กำลังคิดว่าภัยพิบัติกำลังมาเยือน ชูเฟิงสเเยะยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับพาซูเหม่ยเดินจากไป



" สวรรค์ ทำไมไอเจ้านั้นมันน่ากลัวเช่นนี้ ไหนว่ามันเป็นขยะ ขยะบ้านไหนทำได้ขนาดนั้น หากไปว่ามัน พวกเรานี้แหละจะกลายเป็นกองขยะ "



" ทักษะที่เขาใช้ไม่ใช่แค่ทักษะระดับ 5 ธรรมดาๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้ . . . . . . . . "



" ใช้อะไรก็รีบๆพูดมาสิ ? "



" ดูจากรูปแบบของทักษะ น่าจะเป็น วิชา สายฟ้า สามผสาน จะเร่งทำไมเนี่ย "



" สายฟ้า สามผสาน เป็นไปได้ยังไง ปกติวิชานี้เป็นแค่ทักษะ ระดับ 4 ไม่ใช่หรอ มันกลายเป็นทักษะระดับ 5 ได้ยังไง "



" ก็จริงอยู่ที่ว่า วิชา สายฟ้า สามผสาน เป็นทักษะระดับ 4 แต่ถ้าหากเจ้าสามารถใช้ รูปแบบที่ 3 มันจะกลายเป็นทักษะระดับ 5 "



" เจ้า . . . . หมายความว่าไง ? "



ในตอนนั้น ทุกคนแทบไม่อยากจะคิด ตั้งแต่ที่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมังกรฟ้าหายไป ก็ไม่มีใครสามารถใช้ รูปแบบที่ 3 ได้อีกเลย



มีคนมากมายที่ฝึกวิชานี้ แต่ไม่มีใครสามารถใช้รูปแบบที่ 3 ได้เลย แต่ตอนนี้ ชูเฟิง กลับสามารถใช้รูปแบบทักษะในตำนานได้ เป็นธรรมดาที่พวกเขาหัวใจจะวาย



" เห้ออ ดูเหมือนว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เราคิด มิน่าล่ะทำไมเขาถึงกล้าท้าทาย กง ลู่หยุน "



" ทักษะเมื่อกี้ต้องเป็น วิชา สายฟ้า สามผสาน รูปแบบ 3 ไม่ผิดแน่ ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นเขา ดูเหมือนพวกเราจะเจอคนที่ ศิษย์พี่เล้ง ต้องการตัวแล้วสินะ "



ขณะนั้น บริเวณใกล้เคียงกับ หอคัมภีร์ มีชายหนุ่มและหญิงสาว ยืนสังเกตุอยู่ พวกเขามองจ้องไปที่ด้านหลังของ ชูเฟิง ที่กำลังจากไปอย่างไม่ละสายตา



" นั้นมัน ศิษย์พี่เกากับศิษย์พี่หลิวหนิ ? "



" สองคนนั้นก็เคยติดกระดานจัดอันดับโรงเรียนมังกรฟ้าหนิ หลังจากที่พ่ายแพ้ ศิษย์พี่ เล้ง วู่ซุย พวกเขาก็ถอดชื่อตัวเองออกจากกระดานจัดอันดับ "



" ใช่ๆข้าเคยได้ยินมาเช่นนั้นเหมือนกัน ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ตอนนี้พวกเขากลายเป็นคนติดตามของ ศิษย์พี่เล้งไปแล้ว และหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยเห็นพวกเขาสองคนอีกเลย "



" เป็นงั้นหรอ ? หลังจากที่พ่ายแพ้ไปพวกเขาก็เลือกที่จะติดตาม แสดงว่า ศิษย์พี่เล้ง นี้ไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว "



" แน่นอนสิ!!! เล้ง วู่ซุย เป็นศิษย์เพียงคนเดียวในโรงเรียนมังกรฟ้าที่มีอำนาจพลังวิญญาณ แม้ว่าฝีมือเขาจะสู้ กง ลู่หยุน ไม่ได้ก็เหอะ หากเขาฝึกการเชื่อมต่อโลกวิญญาณสำเร็จเมื่อไหร่ กง ลู่หยุน จะไม่ใช่คู่ต่อสู้เขาอีกเลย "



" คงจะเป็นเช่นนั้น ตอนนี้เขาอายุ แค่ 19 ปีเองหนิ แต่กับติดกระดานจัดอันดับ # 3 ตอนนี้อัจฉริยะ อันดับ 2 ของเราไม่ค่อยจะสนใจตำแหน่งตัวเองเท่าไหร่ ข้าว่าไม่ช้าก็เร็ว อันดับ 2 ต้องตกเป็นของเขาแน่นอน "



ขณะที่พวกเขาพูดถึง เล้ง วู่ซุย ผู้คนก็เต็มไปด้วยความชื่นชม เขานั้นนับเป็นอัจฉริยะที่ทุกคนยอมรับรองจาก กง ลู่หยุน



หลังจากที่ชูเฟิง เดินออกมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็แยกทางกับ ซูเหม่ย เขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับที่พักแต่อย่างใด เขาเดินทางออกจากโรงเรียนมังกรฟ้า เพื่อนำข่าวดีที่ได้เป็นศิษย์หลักพร้อมกับนำผ้าคลุมสัญลักษณ์ไปปักไว้ ณ ที่ภูเขาของตะกูล



ขณะที่ตัวเขากำลังก้าวขาออกจากโรงเรียนมังกรฟ้า มีศิษย์หลักกำลังแอบตามเขาไปอย่างเงียบๆ




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .

สอบเสร็จแล้วคนแปลต้องไปหางานทำดังนั้นจึงแปลให้เพื่อนๆได้วันละ 2 ตอน ต้องขออภัยจริงๆหากผิดพลาดประการใด