วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 101 - การมาที่เจตนาไม่ดี


" ช้าไม่นึกมาก่อนเลย ว่า ชูเฟิง จะมีความสัมพันธ์กับท่านหญิงซูรู่!!! คุณหนูมาที่นี่ก็เพื่อช่วยเขา แต่กลับไม่ยอมให้ข้าบอกชูเฟิง "



ความเคลิบเคลิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของข้ารับใช้ เมื่อนึกถึงใบหน้า ของ ซูรู่ที่งดงามหาใดเปรียบ แต่หาใดอื่นคือพื้นหลังของนางที่น่าตกใจ  แม้ว่านางจะงามปานเทพธิดาแต่ใครจะกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง



" พวกเขาทั้งคู่มาจากสำนักมังกรฟ้าเหมือนกันถ้าจะรู้จักกันก็ย่อมปกตื แม้ว่า ชูเฟิง จะเป็นเด็กที่มีทัศนคติเถรตรง แต่เขาก็อยู่เหนือกว่าคนทั่วไปไม่มากก็น้อย" เฉิน ฮุ้้ยกล่าว



" แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะมาจากไหน ก็ยังเป็นแค่เด็ก ข้าตรวจสอบพลังวิญญาณของเขาแล้ว การฝึกของเขาอยู่ที่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณ แล้วการประลองจะไหวหรอ เขาคงไม่ทำให้นครทอง - ม่วงต้องขายหน้าหรอกนะ " ผู้ติดตามคนนั้นกล่าว



" แล้วทำไมเจ้าถึงไม่พูดต่อหน้าคุณหนูซูรู่ ? เจ้าเห็นป้ายบัญชาการนั้นแล้วหนิ ว่านางคือลูกสาวของท่านเจ้าเมือง ที่ข้ากล้าเสี่ยงให้ ชูเฟิง เข้าร่วมประลองเพราะว่านางบอกข้า ? เฉิน ฮุ้ย ค่อนข้างไม่เต็มใจ



" นายท่าน . . . . . . . ข้าน้อยคิดว่าที่คุณหนูซูรู่บอกให้ชูเฟิงเข้าร่วมการประลอง เพราะเขาอาจจะช่วยนครทอง - ม่วง ให้พ้นวิกฤติ และข้าก็คิดว่าคุณหนูประเมิน ชูเฟิง ไว้สูงมาก "



" ในการชุมนุมงานประลองยุทธชิงความเป็นหนึ่ง ผู้คนที่เก่งกาจต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ด้วยความสามารถ ชูเฟิง ในตอนนี้นับว่าห่างไกลนัก ไม่ต้องพูดถึงอันดับต้นๆ เขาอาจจะเป็นอันดับล่างเลยด้วยซ้ำ



" ข้าคิดว่า เรื่องนั้น บางทีคุณหนูซูรู่อาจอยากจะเตือนข้าให้หาคนเข้าร่วมการประลองอย่างจริงๆจังๆก็ได้ "



" ข้าเคยได้ยินข่าวลือว่าผู้ชนะเลิศ ในการประลอง นั้นพิเศษกว่าทุกๆปี เมืองที่ได้อันดับ 1 จะได้การยกเว้นภาษี หากเป็นคนอื่นพูดคงจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่นี้คุณหนูเป็นคนบอกเองมันอาจจะจริงก็ได้ " เฉิน ฮุ้ย พยายามทบทวน



" นายท่าน ท่านคงไม่คิดที่จะฝากความหวังไว้กับ ชูเฟิง ใช่มั้ย ? " ผู้ติดตามมีสีหน้าที่กังวลเล็กน้อย



" แน่นอนว่าไม่ ถึงแม้ ชูเฟิง จะเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่ก็อย่างที่เจ้าพูด ว่าเขาในตอนนี้ นั้นยังห่างไกลกับคนอื่นๆ ถ้าพวกเราต้องการชนะเลิศในการประลองในปีนี้ เราคงต้องเรียก หว่านชิง กลับมา ในดวงตาของ เฉิน ฮุ้ย เต็มไปด้วยความปรารถนาในชัยชนะ



" หว่านชิง นางนับว่าเป็นอัจฉริยะที่หายาก อีกทั้งยังเป็นสาวกหลักของสำนัก หลิง - หยุน หากนางกลับมา พวกเขาจะให้นางไปชิงอันดับหนึ่งในการประลองยุทธในปีนี้



" ในปีก่อนๆ . . . . . . คุณหนูต่างปฏิเสธในการเข้าร่วม แต่ในครั้งนี้ คุณหนูคงจะไม่ปฏิเสธเหมือนครั้งก่อนๆใช่ไม๊ ข้าหวังว่าคุณหนูจะกลับมาในปีนี้ " ผู้ติดตามรู้สึกเป็นกังวล



" ตอนนี้แตกต่างจากที่ผ่านๆมา ถ้านางเห็นข้าเป็นพ่อ นางคงไม่ปล่อยให้ข้าเผชิญสถานการณ์เช่นนี้โดยไม่สนใจ ดังนั้นนางจะต้องกลับมา " พูดถึงเมื่อตอนนั้น เฉิน ฮุ้ย ได้แต่หลับตาย้อนคิดเหตุการณ์ในปีที่ผ่านๆมา



ณ เวลาเดียวกัน ชูเฟิง และ ข้ารับใช้มากมายต่างกำจัดศัตรูรอบๆยอดเขา ชูพิง จนหมดสิ้น พร้อมกับ ปัก เครื่องหมาย มังกรฟ้า 



ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันไม่ให้ใครโจมตีเพียงอย่างเดียว มันแสดงให้เห็นถึงว่าบัดนี้ไร้ผู้ต่อต้านตะกูล ชู อีกต่อไป




หลังจากสิ้นเสร็จ ทุกๆคนบริเวณรอบๆยอดเขาต่างเปลี่ยนทัศนคติใหม่ต่อ ชูเฟิง ไม่เพียงแค่พรสวรรค์ของเขาที่น่าตกใจ แม้แต่วิธีการจัดการกับสิ่งต่างๆก็ไม่ธรรมดา ซึ่งมันทำให้ผู้คนต่างพากันชื่นชมและเกรงกลัว เขาสามารถทำเรื่องต่างๆได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ แล้วในอนาคตล่ะเขาจะทำได้ถึงขนาดไหน



หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ตะกูล ชู ก็เริ่มสร้างผังเมืองบนยอดเขา ส่วน ชูเฟิง ไม่ได้กลับสำนักมังกรฟ้าแต่อย่างใด แต่เขาเตรียมตัวที่จะไปเข้าร่วมการประลองในอีกไม่กี่วัน



ลูกแก้ววิญญาณ 5000 หากได้มาก็ถือว่าไปไม่เสียเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกไปถึงการต่อสู้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ถือว่าเป็นการหาต้นทุน เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณจนกลายเป็นความเก่งกาจ



เขาจะต้องเอาชนะการต่อสู้ในอีกหนึ่งปีให้ได้ ดังนั้น เขาต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณได้ก็ตาม แต่ทำเท่าที่สามารถเอาชนะคนที่อยู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณได้ก็พอ



ยังไงก็ตาม ในตอนนี้ต้องตั้งเป้าไปที่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณให้ได้ก่อน หากยังล่าช้าในการทะลวงอาณาจักรกำเนิดวิญญาณแล้วคงจะเจอกับปัญหาที่ตามมา



ที่ ชูเฟิง ทำแบบนี้ เป็นเพราะเขาต้องการสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง ที่กล้าท้าว่าใน อีก 1 ปี เพราะเขามั่นใจว่าสามารถทำได้



ตั้งแต่เขาได้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เก้า สีมาอยู่ที่ตัว การใช้ลูกแก้ววิญญาณมากมายเท่าไหร่ ก็ไม่มีปัญหา นั้นคือเหตุผลที่ ชูเฟิง จะขาด ทรัพยากรอย่างพวกโอสถวิญญาณไปไม่ได้ ตอนนี้เขาต้องการรวบรวมลูกแก้ววิญญาณเท่าที่จะหาได้ เพื่อสร้างโอกาสให้กับตัวเขาเอง



ณ ตะกูล ชู บนยอดเขา ชูพิง ชูเฟิง กำลังปรับปรุงพลังวิญญาณ



ออร่าของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเมื่อก่อน เขาใช้ลูกแก้ววิญญาณที่ เฉิน ฮุ้ย ให้มา 1000 เม็ด ในที่สุดเขาก็เข้าสู่อาณาจักรห้วงวิญญาณระดับ 8 ตามที่คาดการณ์ของ ชูเฟิง หากเขาสามารถชนะการประลองและได้ ลูกแก้ววิญญาณ 5000 เม็ดมา หากนำพวกมันมาปรับปรุงเข้าสู่ตันเถียน คงไม่ยากที่จะผ่านเข้าสู่ระดับ 9 ห้วงวิญญาณ



ยังไงก็ตาม การรวมตัวในงานประลองยุทธครั้งนี้ต่างมีอัจฉริยะที่ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีจากเมืองต่างๆ ชูเฟิง ก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะได้หรือป่าว



ในตอนนี้หากเทียบกับศิษย์หลักของสำนักมังกรฟ้าที่มีอายุ 18 ชูเฟิงก็นับเป็นหนึ่งในศิษย์ที่โดดเด่น ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าภายในเมือง วิหค เพลิง จะมีคนเก่งแค่ไหนรออยุ่



เพื่อให้แน่ใจว่าจะชนะ เขาต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ ดังนั้น ชูเฟิง จึงไม่รอช้าเขารีบฝึกทักษะ ธนู ร้อยแปลง ให้สำเร็จ นั้นคือวิธีเดียวที่ ชูเฟิง สามารถจะทำได้ในตอนนี้



* พรึบบ  พรึบบ พรึบบบ *



ภายในมือของ ชูเฟิง เขาถือหอกทอง หอกนั้นมีออร่าแสงอ่อนๆลอยปกคลุม มันสามารถตัดเหล็กดำได้อย่างง่ายดาย ชูเฟิงได้สร้างอาวุธที่ร้ายกาจยิ่งกว่าอาวุธที่ถูกสร้างจาก สายฟ้า สามผสาน



หอกที่อยู่ในมือของ ชูเฟิง มันร้ายกาจเป็นอย่างมาก มันตะหวัดเหมือนงูกวาดไปทุกพื้นที่ ความแข็งแกร่งที่มหาศาล ทำให้ลมกระจายออก มันสามารถทะลวงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป ได้อย่างง่ายดาย



ธนู ร้อยแปลง ผ่านไป 3 วัน ในที่สุด ชูเฟิง ก็เข้าใจ



อะไรกันเนี่ย ชูเฟิงนั้นเป็นอัจฉริยะโดยแท้ ต่อหน้าเขา ไม่ว่าทักษะนั้นจะยากแค่ไหน เขาก็สามารถทำความเข้าใจมันได้ในเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เขายังขาดคือทุนทรัพย์เท่านั้น



" ใครอยู่ตรงนั้น ? "



จู่ๆ ชูเฟิง ก็สัมผัสได้ถึงคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ เขาพยายามปกปิดกลิ่นอายของเขา แต่ก็ไม่สามารถหลบพ้นอำนาจพลังวิญญาณของชูเฟิงไปได้



คนที่แอบมองเขา ลบกลิ่นอายได้อย่างยอดเยี่ยม เขาต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆอย่างแน่นอน จู่ๆชูเฟิงก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา เขาจ้องด้วยสีหน้าจริงจังไปยังในป่าที่ห่างออกไป



" ฮ่าๆๆ เจ้ามีอำนาจพลังวิญญาณที่เฉียบคมหนิ ไม่ต้องสังสัยเลยว่าทำไมไอแก่นั้นถึงสนใจเจ้า คงเป็นเพราะความสามารถของเจ้าสินะ "



ขณะนั้น จู่ๆก็มีเสียงหัวเราะประหลาดดังขึ้นในป่า เขาได้ยินเสียงที่ค่อยๆเดินมาเข้ามาใกล้ขึ้นเลื่อยๆ



ดูจากหน้าตาของเขา ดูมีอายุมากกว่า ชูเฟิง เพียงไม่กี่ปี เขายิ้มเบาๆขณะที่เดินออกมา แม้ว่ารอยยิ้มจะดูอ่อนโยน แต่ชูเฟิงรู้สึกถึงจิตสังหารเมื่อจ้องไปในตาของคนๆนั้น








////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . .