วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 105 - ผู้หนุนหลัง ตะกูล กง



ณ ปัจจุบัน ซูรู่ ยังคงเดินเล่นอยู่ในป่าคนเดียว พร้อมกับทำน่ามุ่ยเล็กน้อยราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชูเฟิง เป็นที่สนใจของ จูเก่อ หลิวหยุน ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่



" อาวโส ซูรู่ ข้ามีบางอย่างอยากจะพูดกับท่าน จู่ๆ จูเก่อ หลิวหยุน ก็โผล่ผลวดออกมาด้านหน้าของซูรู่โดยไม่ให้สุ้มให้เสียง



ตอนนั้น ซูรู่ ประสาทแทบจะกิน นางตกใจอย่างมาก ขณะที่ จูเก่อ ปรากฏ



แม้ว่าพลังวิญญาณของเขาจะอยู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณเช่นกัน แต่เขาสามารถปกปิดพลังได้เป็นอย่างดี อย่างๆน้อยนางก็ยังไม่สามารถตรวจพบเขาได้



ยังไงก็ตาม เรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือความแข็งแกร่งของคนๆนี้เกินกว่า หกปราการ ไปแล้ว ทุกคนต่างยอมรับให้เขาเป็น อาวุโส # 2 ของสำนักมังกรฟ้า



" ท่าน จูเก่อ หลิวหยุน ท่านมีอะไร ก็โปรดพูดมา " ซูรู่ รีบเปลี่ยนอารมณ์ของนางทันทีและถามเขาอย่างเคารพ



" ข้ารู้ว่าท่านคอยติดตาม ช่วยเหลือ ชูเฟิง แต่จากนี้ไปข้าอยากให้ท่านคอยดูเขาอยู่ห่างๆอยู่  "



" ข้าต้องการให้เขาเผชิญกับความลำบากด้วยกำลังของตัวเองเพื่อที่เขาจะได้เติบโต ข้ามั่นใจว่าสิ่งข้าบอกหมายถึงอะไร " จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวอย่างหนักแน่น แม้แต่น้ำเสียงของเขายังส่อถึงจิตคุกคาม



" เราเข้าใจแล้ว " ซูรู่ ไม่กล้าเถียงแต่อย่างใด



" งั้นข้าขอลา หวังว่าท่านคงรู้ว่าจากนี้ไปควรทำยังไง "



จูเก่อ หลิวหยุน สบัดแขนเสื้อของเขาและหายตัวไปทันที คำพูดทิ้งท้ายของเขาฟังดูแสนจะเย็นชา จากนั้นนางก็หันหน้าไปยังทิศทางของชูเฟิง ขณะที่รู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นช่างแตกต่าง



ซูรู่ขมวดคิ้วลง เพราะท่าทีของ จูเก่อ หลิวหยุน ในใจนางรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก นางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอนึกถึงสิ่งที่เขาทำ นางก็กลืนมันกลับไป



ขณะนั้น ชูเฟิง ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาพลิกคัมภีร์ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ไปมา จากนั้นก็หันหัวของเขากลับไปพร้อมกับยิ้ม " อาวุโสซูรู่ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของท่านก่อนหน้านี้



" คนที่มีอำนาจพลังวิญญาณ นี่น่ากลัวจริงๆ เหมือนกับว่ามีตาอยู่ด้านหลัง . . . " รอยยิ้มของซูรู่ขณะนั้นมีเสน่ห์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณ น่าตา รวมๆแล้วนางสุดแสนจะงดงาม



นางเดินมาด้านหน้า ชูเฟิง พร้อมกับยิ้มเบาๆและกล่าว " ไม่ต้องขอบคุณเราหรอก เป็นซูเหม่ยต่างหากที่ขอให้เราคอยดูแลเจ้า "



" ก็อย่างที่รู้ๆ นางนั้นชอบก่อปัญหา แต่ที่เจ้าไปมีเรื่องกับ กง ลู่หยุน แล้วท้าเขาเช่นนั้น ไม่รู้จะชมว่าเจ้ากล้าหาญหรือด่าว่าเจ้าโง่ที่ไปท้าเขาเช่นนั้นดี "



" ฮ่าๆๆ " ชูเฟิง ทำท่าเกาหัวพร้อมกับหัวเราะดูท่าทางโง่ๆออกมา เพราะเขาไม่รู้ว่าจะตอบนางยังไง



" หืม ? เจ้าอ่านอะไรอยู่หรอ ? " เห็นชูเฟิงหัวเราะเช่นนั้น ซูรู่รู้สึกหมดปัญญาที่จะเยียวยาเขา ได้แต่จ้องมองคัมภีร์ที่อยู่ในมือของ ชูเฟิง



" อ่อ นี่มันมีเนื้อหาที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว มันสามารถทำให้ข้าเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณได้ ชูเฟิงพลิกไปที่หน้าปกเพื่อให้นางดูชื่อคัมภีร์ที่เขียนไว้สามคำ " ทักษะ รูปแบบ อำนาจพลังวิญญาณ "



" ท่านจูเก่อ รับเจ้าเป็นลูกศิษย์งั้นหรอ ? "



ซูรู่ ตกใจอย่างมาก หน้าเรียวๆของนางที่ดูงดงามถึงกลับเปลี่ยนสี แม้ว่านางมีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่นึกไม่ถึงว่า จูเก่อ หลิวหยุน จะมอบทักษะ อำนาจพลังวิญญาณให้ ชูเฟิง เร็วขนาดนี้



นางรู้มาว่า เล้ง วู่ซุย ยอมขายวิญญาณเพื่อเอาใจ จูเก่อ หลิวหยุน ตลอด 3 ปี แต่ก็ยังไม่ได้อะไรไปสักอย่าง สุดท้ายก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือของ จูเก่อ หลิวหยุน


แต่นี้ ชูเฟิง กลับได้รับ ทักษะ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ทั้งๆที่รู้จักกันมาไม่เท่าไหร่ นี้มันจะไม่ลำเอียงไปหน่อยหรอ ?



" ดูจากท่าทางของท่านคิดว่ามันดูง่ายไปสินะ แต่เขามีเงื่อนไข ว่าข้าจะต้องเข้าใจคัมภีร์เล่มนี้ให้ได้ภายใน 1 เดือน อีกอย่างคัมภีร์เล่มนี้ก็ยากที่จะเข้าใจ ดูเหมือนว่าข้าจะได้รับบททดสอบขนาดใหญ่ "



ชูเฟิง ทำท่าทางราวกับว่ากำลังเจอเรื่องที่ลำบาก เขาไม่ได้บอกว่า ถ้าหากเขาไม่ผ่านบททดสอบภายใน 1 เดือนแล้ว จูเก่อ หลิวหยุน จะฆ่าเขา



เขายังไม่พูดใดๆต่อ หลังจากที่มองมันสักพัก เขาก็พอจะเข้าใจมันอยู่บ้าง ถ้าหากซูรู่ยังคงคอยช่วยเหลือเขา เขาก็จะไม่มีความกระตือรือร้น



" เจ้าโชคดีอย่างมาก จากนี้การประลองที่ต้องเอาชีวิตเดิมพัน ถ้าหากเจ้ากลายเป็นศิษย์ของ จูเก่อ หลิวหยุน เจ้าน่าจะเก่งขึ้นมากภายในหนึ่งปีและไม่ต้องกังวลเรื่องการประลองนั้นอีกด้วย



ซูรู่นางดูมีความสุขมากจริงๆ ถ้าหากชูเฟิงได้เป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ นั้นคือความโชคดีสำหรับตะกูลของนาง



เหตุผลที่นางคอยช่วยเหลือ ชูเฟิง ก็เพราะว่าอำนาจพลังวิญญาณของชูเฟิงที่เขามี อีกอย่างตะกูลของนางก็ต้องการคนมีความสามารถแบบ ชูเฟิง



" ในอีกหนึ่งปี ข้าไม่เพียงแค่รอด แต่ข้ายังจะฆ่ามันอีกด้วย " ชูเฟิงกล่าวด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปรี่ยม



เห็นการแสดงออกของชูเฟิง ซูรู่รู้สึกหวั่นๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร นางคิดว่ามันแปลกๆ คำพูดของเขาที่ออกมา ในหนึ่งปีข้างหน้า เขาต้องทำมันได้อย่างแน่นอน


โดยเฉพาะตอนที่นางได้เห็น ชูเฟิง ฆ่าผู้นำตะกูลศัตรูที่เขาเกลียด นางมองหน้าของชูเฟิง ราวกับว่าพวกเขานั้นช่างแตกต่าง



นางคิดว่าวิธีการของ ชูเฟิง ก็นับว่าไม่เลว ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุแค่ 15 ปี แต่ความคิตของเขาเทียบเท่ากับคนอายุพอๆกับนาง  สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความเด็ดขาดที่มอบให้กับศัตรู ด้วยความโหดเหี้ยม



ถ้าเขายังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตเขาจะต้องประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ในสำนัก มังกรฟ้า แม้แต่ใน อาณาจักร แห่งนี้ ก็ไม่สามารถเทียบกับ ชูเฟิง ได้ แน่นอนว่าเขาต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักร



" ชูเฟิง อย่าได้ประมาท กง ลู่หยุน ไป ตะกูลของเขามีอำนาจมากกว่าเมืองสาขาหลัก "



" ในอาณาจักร มังกรฟ้า เมืองของเขานั้นเป็นเมืองที่มีอำนาจเป็นอันดับ #3  ไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักมังกรฟ้าเผลอๆอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ "



" สิ่งที่สำคัญก็คือ ปู่ ของ กง ลู่หยุน นั้นสนิทสนมกับ เจ้าเมือง กิเลนฯ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับ ตะกูล กง เจ้าเมือง กิเลนฯของไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ๆ



" ดังนั้น ศึกที่จะมาถึงในอีกหนึ่งปี เจ้าสามารถเอาชนะ กง ลู่หยุนได้ แต่เจ้าไม่สามารถฆ่าเขาได้ ไม่งั้นต่อให่เป็น จูเก่อ หลิวหยุน ก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ " นางรู้สึกว่า ชูเฟิง นั้นมีค่ามากกว่าที่จะปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับเขา จึงได้แต่เตือน ชูเฟิง



ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ชูเฟิง ก็ทบทวนอย่างละเอียด เขาไม่ได้เป็นคนไม่มีมันสมอง ดังนั้นเขาพอจะรู้ว่าหากฆ่า กง ลู่หยุน แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เขามีคนหนุนหลังที่ทรงอำนาจ จึงไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องปล่อยเขาไป



ไม่งั้น แม้ว่าชูเฟิงจะสามารถหนีเอาตัวรอดไปได้หลังจากที่ฆ่าเขา แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ตะกูลของเขาเดือดร้อนเพราะปัญหาที่เขาเป็นคนก่อ



หลังจากที่ ซูรู่พูดกับ ชูเฟิง มาสักพัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำแนะนำเพื่อให้เขาสนใจการฝึกฝน จากนั้นนางก็พูดบางอย่าง " การแก้แค้น 10 ปีก็ยังไม่สาย "



นางให้ ชูเฟิง เน้นไปที่ การฝึกฝนพลังวิญญาณ และเพื่อไม่ให้เขาถูกทิ้งห่างจนเกินไป หากจำเป็น ตะกูลของนางก็พร้อมจะช่วยเหลือ หรืออย่างน้อยๆก็คอยปกป้อง ชูเฟิง ให้เขาปลอดภัย



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของนาง ชูเฟิง ก็พอจะเข้าใจว่า ตะกูลของซูรู่นั้นเป็นผู้ควบคุมเมืองสาขาหลัก และความแข็งแกร่งของตะกูลนางก็ไม่ธรรมดา



ดังนั้น เขาพอจะเดาได้แล้วว่าทำไม เจ้าเมือง นครทอง - ม่วง ถึงดูผิดปกติ  แน่นอนว่าเป็นเพราะนาง แต่นางกลับไม่ยอมพูดถึงมัน ดังนั้นเขาจึงไม่ถาม



เมื่อพวกเขาทั้งสองแยกทางกัน ชูเฟิงนั้นกลับไปยังตะกูล ชู เขาเดินเข้ามาในห้องและปิดประตู เพื่อศึกษา ทักษะ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ อย่างจริงจังเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง





//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . .