วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 106 - อาณาเขตโลกวิญญาณ


รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ผู้เชี่อมต่อโลกวิญญาณเท่านั้นถึงสามารถใช้มันได้ คนธรรมดาไม่มีทางได้สัมผัส



รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ไม่ใช่พลังจากโลกฝั่งนี้ แต่มันมาจากโลกวิญญาณ หรือ โลกลึกลับ



ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณจะย้ายจิตของตัวเองเข้าไปยังโลกวิญญาณและดึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณออกมาจากโลกฝั่งโน้นก่อนที่จะใช้มัน



เพื่อที่จะสามารถเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณ จะต้องใช้อำนาจพลังวิญญาณสร้าง อาณาเขตโลกวิญญาณ ขึ้นมาในโลกฝั่งโน้น



ตราบใดที่สามารถสร้างอาณาเขตโลกวิญญาณขึ้นมาได้ พวกเขาก็จะสามารถเปิดประตูไปยังโลกวิญญาณ และยังสามารถดึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณออกมาได้ ดังนั้น สิ่งที่ ชูเฟิงควรทำในต้อนนี้คือใช้อำนาจพลังวิญญาณบีบอัดเพื่อสร้างอาณาเขตโลกวิญญาณ



นั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด พวกเขาต้องมีการควบคุมพลังวิญญาณที่มากพอและมันจะกลืนกินอำนาจพลังวิญญาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญ



มันเหมือนกับการสร้างบ้านขึ้นมาด้วยพลังวิญญาณ ให้เป็นรูปร่างวัตถุ ซึ่งต้องใช้การควบคุมอย่างมากเพื่อกำหนดคุณภาพของบ้านที่จะสร้าง



ชูเฟิง สามารถใช้วิธีเหล่านั้นเช่นเดียวกัน เพื่อเปิดประตูเข้าสู่โลกวิญญาณ ดังนั้นเขาต้องสร้างอาณาเขตโลกวิญญาณของตัวเองขึ้นมา . . . . . .



ในตอนนั้นเขาก็ต้องพบกับความประหลาดใจ ภายในโลกวิญญาณของเขา มีอาณาเขตโลกวิญญาณอยู่แล้ว



" นี่มันอะไรกันเนี่ย ? " ณ ตอนนั้น ชูเฟิง อยู่ในโลกวิญญาณของตัวเอง



มันเป็นดินแดนที่ดูไม่มีจุดสิ้นสุด กว้างใหญ่เหมือนกับอยู่ในห้วงอวกาศที่มีดวงดาวรายล้อม ยังไงก็ตาม แสงที่ส่องอยู่รอบๆตัวเขาไม่ใช่ดวงดาวแต่อย่างใด มันเหมือนกลุ่มก้อนพลังงาน



ชูเฟิง เดินอยู่ในอากาศ ซึ่งเขาสามารถเดินไปที่ไหนก็ได้ภายในนี้ ทุกซอกทุกมุม ที่เขาต้องการ เหมือนกับว่าทุกอย่างภายในนี้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา



ด้านหน้าของเขา ไม่ไกลเท่าไหร่ ชูเฟิงพบกับ พระราชตำหนักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งมันดูงดงามเป็นอย่างมาก มันมีสีสันต่างๆระยิบระยับราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากคริสตัล



รูปร่างที่แปลกตา เกินกว่าจะพรรณนา แต่ที่แปลกสุดก็คือภายในโลกวิญญาณของเขาที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เหมือนกับว่ามันเป็นโลกอีกหนึ่งใบ



ชูเฟิง เชื่อว่ามันคืออาณาเขตโลกวิญญาณไม่ผิดแน่ แต่ที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมโลกวิญญาณของเขาถึงไม่มีจุดสิ้นสุด



ต้องใช้อำนาจพลังวิญญาณขนาดไหนถึงจะสร้าง อาณาเขตได้ถึงเพียงนี้ อีกอย่างเขาสามารถควบคุมมันได้ยังไง แค่พระราชตำหนักสำหรับชูเฟิงก็เต็มกลืน แต่อาณาเขตขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะสร้างมันขึ้นมา



" เฮ้ยย นี่เจ้ากำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่ ทำไมเจ้าไม่ยอมเข้ามาสักทีไอ้เจ้าทึ่ม ปล่อยให้เรารออยู่ได้!!! " 
( จำได้ไม๊ตอนที่เข้าดูด วิชา ท่่อง นภา เข้ามาแล้วหมดสติในสุสาน เข้าก็เคยเข้ามาในโลกวิญญาณนี้แล้วครั้งหนึ่ง )



ได้ยินเสียงนั้น ชูเฟิง ถึงกับตะลึง จู่ๆก็มีเสียงที่ด่าได้ไพเราะในโลกแห่งนี้ดังขึ้นมา มันช่างเป็นเสียงที่ฟังดูไพเราะที่สุด ที่ชูเฟิง เคยได้ยินมา



หลังจากได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นสักพัก ชูเฟิง ก็ตกใจอย่างมาก เพราะเขาเคยได้ยินเสียงเช่นนี้มาก่อนแล้ว ในตอนนั้นเขาคิดว่าอยู่ในความฝัน



" นี่มันเป็นเรื่องจริงงั้นหรอ!!! " ชูเฟิง รู้สึกว่ามันประหลาด เขารีบกระโดดตรงเข้าไปในพระราชตำหนัก



ในอาณาเขตโลกวิญญาณภายนอกดูเหมือนพระราชตำหนัก แต่เมื่อเข้าไป เขาก็พบว่ามันเหมือนกับอยู่ในหอคอยที่ทอดยาวไปถึงสวรรค์



หลังจากที่ ชูเฟิง เข้ามาภายในอย่างรวดเร็วจู่ๆเขาก็ถึงกับสูญเสียการควบคุมและความสามารถในการเดินในอากาศจากนั้นเขาก็ล่วงลงมากับพื้น



ชูเฟิง พบกับ กำแพงคริสตันสูงตะหง่านเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด



บนกำแพงนั้น มีประตูบานใหญ่ด้านบนของมันมีโซ่เส้นใหญ่ปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา มีออร่าที่น่ากลัวเล็ดลอดออกมาจากภายใน



สิ่งที่สะดูดตาก็คือบริเวณใกล้เคียง มีไข่สีดำขนาดใหญ่ ไข่ในตอนนั้น ที่เหมือนมีคนพูดออกมาและชอบตะโกนด่า ชูเฟิง



ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้เห็นหรือได้ยินในความฝันเมื่อตอนนั้น บัดนี้ ชูเฟิง รู้ดีว่าเขามิได้อยู่ในความฝัน แต่เป็นอาณาเขตโลกวิญญาณ



" เห้อ เจ้าทึ่ม ชูเฟิง ในที่สุดเจ้าก็ทำได้แล้วสินะ !!! "



" เจ้านี้มันโง่จริงๆ เจ้ารูมั๊ยว่าตัวเรารอเจ้านานแค่ไหน 15 ปี เชียวนะ 15 ปี !!! "



" ให้ตายสิ งี่เง่าซะมัด ช่างเถอะ ตอนนี้เข้าใจ ทักษะ นั้นแล้วใช่มั้ยเห็นป่ะว่ามันไม่ยาก ?



เสียงที่ดังออกมาจากภายในไข่ สีดำ ขนาดใหญ่ เสียงเหล่านั้นมันทำให้เขาเคริบเคลิ้มเมื่อได้ยิน แต่ก็เหมือนกับเสียงของเด็กที่ยากจะรับมือ



แต่ที่สำคัญ นางไม่เพียงรู้จัก ชื่อ ของ ชูเฟิง ทั้งยังบอกว่านางรอเขามาตลอด 15 ปี มันทำให้ ชูเฟิง ตกใจเป็นอย่างมาก



" เจ้าเป็นใคร ? แล้วรู้จักชื่อของข้าได้ยังไง ? " ชูเฟิง ถามและตรวจสอบ ไข่สีดำจากระยะไกล โดยที่ไม่กล้าเข้าไปใกล้



" เจ้าเป็นใครงั้นหรอ!!! เจ้าต้องเรียกเราว่า ท่านเทพธิดา ท่านเทพธิดา เข้าใจ!!! "


" ข้านั้นใช้วิสัยทัศน์ร่วมกับเจ้าไม่ว่าจะเป็นสัมผัสการได้ยินหรือการมองเห็นอยู่ภายในโลกวิญญาณของเจ้า ข้านั้นอยู่ในตัวเจ้ามาตั้งแต่เกิดและเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเจ้า แต่ข้านั้นไม่สามารถติดต่อกับเจ้าได้ " ไข่สีดำ กำลังอธิบาย 



" อยู่ในโลกวิญญาณของข้า ท่านกำลังจะบอกว่าท่านรอคอยข้าอยู่ในโลกแห่งนี้มาตลอด 15 ปี งั้นหรอ แล้วทำไมท่านไม่ออกมาล่ะ " ชูเฟิง ค่อนข้าง งง 
(อย่าว่าแต่ ชูเฟิง เลย คนแปล ก็ งง)



" ออกไปงั้นหรอ ตอนที่เราตื่นขึ้นมา เราก็อยู่ภายในโลกวิญญาณของเจ้าไปแล้ว เหมือนกับว่าเราถูกไอไข่บ้าๆนี้ผนึกไว้ แม้แต่จะขยับตัวยังทำไม่ได้เลย "



[ ปล : เมื่อนางใช้ " เรา " นางจะแทนตัวเองว่า " เทพธิดา " ]



" น่าจะเป็นฝีมือพ่อแม่ของเจ้านั้นและที่ทำกับเราเช่นนี้ " นางยังคงโวยวาย



" งั้นก็แปลว่าท่านรู้จักพ่อแม่ของข้างั้นหรอ ? พวกท่านชื่ออะไร ? พวกท่านเป็นใคร ? และตอนนี้พวกท่านอยู่ที่ไหน ? " ชูเฟิง เดินเข้าไปถามนางใกล้ๆ และระดมคำถาม



" เราก็อยากจะถามเจ้าเช่นกัน อย่าให้รู้นะว่าพวกเขาเป็นใคร ไม่งั้นเราจะให้พวกเขาได้ชดใช้ ที่พวกเขากล้าผนึกเราไว้ในโลกวิญญาณเหม็นๆของเจ้าเช่นนี้ แย่ที่สุด "



แม้ว่าเสียงของนางจะฟังดูไม่พอใจ แต่นางก็ยังคงเรียกตัวเองว่า " เทพธิดา " ขณะที่กำลังโกรธ แต่ชูเฟิงยังคงทนฟังเสียงของนางที่ยังคงบ่น



" พ่อแม่ของข้าเป็นคนสร้างอาณาเขตโลกวิญญาณแห่งนี้ ไว้ให้กลับข้าเช่นนั้นหรอ ? ได้ยินคำพูดของ นาง ชูเฟิงยิ่งจมลงไปในความอยากรู้



" ถามอะไรโง่ๆ ถ้าไม่ใช่พวกเขาแล้วใครจะมาสร้างมันให้กลับเจ้า ? เจ้าสามารถสร้างมันได้เช่นนี้งั้นหรอ " นางยังคงด่า ชูเฟิง



" คนที่สร้างอาณาเขตโลกวิญญาณแห่งนี้ขึ้นมาคงจะแข็งแกร่งมากกว่าท่านเลยสินะ พวกเขาคงจะเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ? " ชูเฟิงถาม



" แน่นอน คนที่สามารถสร้างโลกวิญญาณที่มีอาณาเขตขนาดนี้ นั้นแข็งแกร่งมาก แต่เด๋วนะ เจ้าหมายความว่าไง เจ้าจะบอกว่าเรานั้นอ่อนแองั้นหรอ "



" จะบอกเจ้าให้ ถ้าไม่ใช่เพราะเราได้รับบาดเจ็บล่ะก็ คงไม่มีใครสามารถผนึกเราไว้ได้ ต่อให้คนๆนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม และหากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เราจะให้พวกเขาได้ชดใช้ . . . . .  "



" เจ้าไข่นี่น่ารำคาญ ชะมัด (คิดในใจ) ข้าไม่ได้ดูถูกท่านสักหน่อย ข้าเพียงแค่สงสัย "



"สังสัยอะไร มีอะไรที่เจ้าต้องรู้ ? เดี๋ยวน่ะ เจ้าไข่น่ารำคาญงั้นหรอ นี่เจ้าเห็นเราเป็นไข่ไก่ใช่มั๊ย ไข่บ้านเจ้าสิ ไอบ้านี่ เจ้าต้องเรียกเราว่า " ท่านเทพธิดา " ( นางได้ยินสิ่งที่เขาคิด )



" อ่าๆๆ ท่านไข่ ท่านบอกข้าได้มั๊ยว่าท่านมีนามว่าอะไร ? และท่านเป็นใครมาจากไหน ? "



" ชิส์ ! ! อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะได้อะไรไปจากเรา ! ! ! ! ! ! ! "



ชูเฟิง คิดว่าเขาจะได้ข้อมูลอะไรบ้างจากไข่สีดำ  แต่หลังจากที่ถามนาง เขาก็พบว่านางตอบแค่ " ไม่รู้ ไม่บอก " ทุกคำถาม



ปากของนางช่างปิดแน่นสนิท เหมือนกับว่านางไม่อยากเปิดเผยตัวตนให้ใครรู้ ยังไงก็ตาม ชูเฟิง รู้ว่าว่ามีคนจงใจปิดปากของนางไม่ให้พูดอะไรขณะที่ขังนางเอาไว้ในโลกวิญญาณของเขา มันต้องมีความหมายอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ



อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่คิดที่จะทำร้ายชูเฟิง หรือทำให้เขาเดือดร้อน ไม่เช่นนั้นคนที่ทำได้ถึงขนาดนี้ หากคิดจะฆ่าเขาแล้วคงทำได้ไม่ยาก



ทำไมล่ะ ทำไมพวกเขาต้องสร้างอาณาเขตโลกวิญญาณแล้วปิดผนึกอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นอันตรายไว้ในตัวของเขา ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งเสียเวลา . . . . .



เมื่อชูเฟิง รู้ว่าคนผู้นั้นไม่คิดจะทำร้ายเขาแต่กับคิดช่วยเขามากกว่า เขารู้สึกว่าน่าจะเป็นฝีมือของคนในครอบครัวของเขาไม่ผิดแน่




///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . .