วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 112 - หน้าเสีย


" โอ้วสหายเวิ้น ข้าไม่นึกเลยว่าศิษย์หลักของสำนักชั้นแนวหน้า คนที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์จะมาด้วยตัวเอง "



" เจ้าเข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณตั้งแต่อายุ 18 !!! ข้าล่ะนับถือเจ้าจริงๆ "



" ศิษย์พี่เวิ้น ตอนนี้ นครทอง - ม่วงของเราได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานประลองครั้งนี่ด้วยล่ะ ท่านต้องได้ตำแหน่งชนะเลิศแน่ๆ "



เมื่อ หว่าน เวิ้นเพิง ปรากฏ พวกตัวผู้ตัวเมียทั้งหลายต่างเดินเข้าไปรายล้อมล้อมเขา เหมือนกับว่าพวกเขาไม่เคยพบกันมาก่อน



" ทุกคน พวกเจ้ายกย่องข้าเกินไป ข้าไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดนั้น ภายในเมืองอื่นๆนอกจากนครทอง - ม่วง เทียบกับข้า เวิ้นเพิง ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าแข็งแกร่งหรอก "



หว่าน เวิ้นเพิง ส่ายหน้าถ่อมตน แต่ดูจากรอยยิ้มของเขา บอกได้เลยว่าเขาชื่นชอบขณะที่มีคนชื่นชม



" โอ้ ยังมีอีกคนที่แข็งแกร่ง พอๆกับสหายเวิ้นในรุ่นเยาว์ของนครทอง - ม่วง " ได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างประหลาดใจ



" ทุกคน จำได้ไม๊ว่าท่านเจ้าเมืองมีลูกสาวคนโตคนหนึ่ง เฉิน หว่านชิง นางเข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณเมื่อนเร็วๆนี้และได้กลายเป็นศิษย์หลักของสำนัก หลิง - หยุน "



 เวิ้นเพิง ค่อนข้างตื่นตระหนก " จริงๆแล้วเราก็ได้ยินข่าวนั้นมาเมื่อเร็วๆนี้เหมือนกัน เราคิดว่าข่าวนั้นไม่ผิดแน่ " เจ้า 2 ตัวที่เยาะเย้ย ชูเฟิง ก่อนหน้านี้พูด เขาเป็นศิษย์ฝ่ายในของสำนัก หลิง - หยุน เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในสำนักเป็นอย่างดี



" งั้นก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องจริงสินะ!!! " ในตอนนั้น ทุกคนต่างพากันตกใจ สำนัก หลิง - หยุน เป็นสำนัก # 1 ในอาณาจักร มังกรฟ้า การที่นางได้เป็นศิษย์หลักของสำนัก นั้นหมายความว่านางเป็นความภาคภูมิใจของนครทอง - ม่วง นางอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าพวกเขาหากเทียบกันแล้วพวกเขาไม่สามารถเทียบนางได้เลย




แม้ว่า หว่าน เวิ้นเพิง จะเป็นศิษย์หลักของสำนักแนวหน้า แต่ไม่สามารถเทียบกับศิษย์หลักของสำนัก หลิง - หยุน ได้


" ข้ารู้ดีว่า เฉิน หว่านชิง นั้นแข็งแกร่ง ตั้งแต่มารดาของนางเสียชีวิตเมื่อหลานปีก่อน ด้วยความเสียใจ นางไม่ได้กลับมายังนครทอง - ม่วงอีกเลย ในเวลาหลายปีนั้นนางคงจะจมอยู่กับความเสียใจ นางคงไม่มาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ บางทีนางอาจจะตัดความสัมพันธ์กับนครทอง - ม่วงไปแล้วก็ได้ " บางคนถอนหายใจออกมาและกล่าว



" ใครบอกว่าเราจะไม่กลับ!!! " ในตอนนั้นมีเสียงที่เกรี้ยวกราดดังเข้ามาในห้องโถง



หญิงสาวที่ยืนหน้าทางเข้าห้องโถงจ้องมองทุกคนอย่างเย็นชา ด้านหลังของนางมี เฉิน ฮุ้ย และองครักษ์ยืนอยู่ ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา คนๆนั้นคือ เฉิน หว่านชิง ที่ทุกคนนินทาเมื่อกี้อย่างแน่นอน



" นั้น . . . . . . . " เมื่อเห็น เฉิน หว่านชิง ชายหนุ่มที่นินทานางกับทุกคน ไม่กล้าพูดอะไรต่อ



" หว่านชิง เป็นเจ้าเอง จำได้ข้าได้ไม๊ หว่าน เวิ้นเพิง ? "



เมื่อเห็นนาง เวิ้นเพิง ทำความปัดเสื้อผ้าของเขาและเดินเข้าไปใกล้ๆนาง ก่อนหน้านี่ที่เขาพบ เฉิน หว่านชิง นางยังดูเป็นเด็กๆ แต่เมื่อพบนางในครั้งนี้ นางกับโตขึ้นเป็นหญิงงาม สิ่งที่เปลี่ยนไปจนดูแปลกตาก็คือใบหน้าของนาง นางช่างดูซึนเดเระเป็นอย่างมาก



" ท่านเจ้าเมือง ระยะทางไปเมืองวิหค เพลิง ค่อนข้างยาวไกล เมื่อไหร่จะออกเดินทาง!!!  เมื่อพวกเขาเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็ต้องตกใจ นางไม่เพียงไม่สนใจ หว่าน เวิ้นเพิง แต่นางยังพูดกับพ่อของนางห้วนๆอีก



เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น เฉิน ฮุ้ย ได้แต่หัวเราะแห้งๆ จากนั้นเขาก็ไปได้จัดเตรียมรถม้าให้ชูเฟิงและคนอื่นๆเพื่อออกเดินทางไปยังเมือง วิหค เพลิง



ณ. เวลานั้น หว่าน เวิ้นเพิง เขาทำหน้าแบบลอยๆ ขณะยืน งง โดยไม่รู้ว่าจะทำยังไง เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่า เฉิน หว่านชิง จะทำกับเขาเช่นนี้



" ฮ่าๆ แม่นางคนนี้ช่างหยิ่งยโสจริงๆ ยังไงก็ตามนางก็คงมีเหตุผลเพื่อรักษาความภาคภูมิใจของนาง " ชูเฟิงคิดในใจ



เห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ถึงกับยิ้มออกมาเบาๆ เพราะเขาสามารถบอกได้เลยว่า เฉิน หว่านชิง มีพลังวิญญาณอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 2 ความแข็งแกร่งของนางดูแตกต่างจากคนทั่วๆไป อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยพบในสำนัก มังกรฟ้า



หลังจากนั้น เฉิน ฮุ้ย ก็นำรถมาเข้ามา 10 สายตาทุกคนต่างจับจ้องในความหรูหราของมัน ภายในรถเต็มไปด้วยอาหารน่าทานมากมาย เหมือนกับว่า เฉิน ฮุ้ย ต่างให้ความสำคัญกับพวกเขามาก



แต่หลังจากที่ตรวจสอบรายละเอียดในสิ่งที่เขาทำ ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ หลังจากนั้นรถม้าทั้ง 10 ก็ออกเดินทางหลายพันลี้ เพื่อเข้าร่วมการประลอง แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่รู้คืออะไร



หากมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มของเขาได้เป็นผู้ชนะเลิศ เขาจะมีชื่อเสียงและอำนาจในอาณาจักรมังกรฟ้าอย่างมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนครทอง - ม่วง ที่จะสนใจตัวเขา บางทีเมือง วิหค เพลิง อาจจะดึงตัวเขาไว้เลยก็ได้



แม้ เฉิน ฮุ้ย จะเป็นถึงเจ้าเมือง แต่เขาคงไม่กล้าขัดใจแน่ๆ เขาคงได้แต่ประจบประแจงเพื่อเป็นผลดีต่อพวกเขาซะมากกว่า



ภายใต้การคุ้มกันของเหล่าองครักษ์ของนครทอง - ม่วง ที่นำรถม้าทั้ง 10 มุ่งหน้าไปยังเมือง วิหค เพลิง ในอีก 5 วันต่อมา พวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมาย



เมือง วิหค เพลิง ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนบนของยอดเขา ไม่ได้หรูหราอย่างที่คิด มันดูเป็นเมืองเก่าๆ และ เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเก่าแก่โบราณ



ความแข็งแกร่งของเมือง วิหค เพลิง ใกล้เคียงกับสำนัก # 2 สำนักมังกรฟ้า แต่ในเรื่องของสถานะตำแหน่ง หรือ จุดยืน พวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่า สำนัก # 1 เลย เหตุผลก็เป็นเพราะว่าพวกเขาอยู่ใต้ความคุ้มกันของราชวงค์เจียง



ดังนั้น ต่อให้พวกเขาจะเป็นอัจฉริยะมาจากไหน พวกเขาก็ต้องคำนึงถึงจุดยืนและต้องแสดงความเคารพขณะที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ของเมือง วิหค เพลิง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเมือง วิหค เพลิง เอาไว้



ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆทั้งหมด แน่นอนว่าพวกเขาไม่กลัว เมือง วิหค เพลิง ที่พวกขากลัวจริงๆ คือ ราชวงค์เจียง ที่หนุนหลังเมืองแห่งนี้ ตะกูลสัตว์ประหลาดที่ปกครอง 9 อาณาเขต



ภายในเมือง วิหค เพลิง มีพื้นที่กว้างใหญ่รอบๆเต็มไปด้วยที่อยู่อาศัย ขณะนั้นมีผู้คนมารวมตัวกันอยู่มากมาย พวกเขาคือตัวแทนที่มาจากเมือง 20 เมือง



พวกองครักษ์ของเมืองวิหค เพลิง ต่างต้อนรับพวกเขาลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ศิษย์จากสำนักต่างๆทั้วทุกสารทิศ ใส่ผ้าที่พวกเขาสวมใส่แตกต่างกันไป พวกเขาเดินมารวมตัวกัน ณ ใจกลางเมือง



" โอ้ว นั้นมัน เฉิน ฮุ้ย ไม่ใช่หรอ "



กลุ่มของคนที่ทัก เฉิน ฮุ้ย  ต่างพาคนเดินเข้ามา เขามีติ่งหูที่ยาวใหญ่รูปร่างท้วม เขาคือเจ้าเมืองสาขาย่อยเหมือนกับ เฉิน ฮุ้ย ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะมีความขัดแย้งกัน



กลุ่มคนหนุ่มสาวด้านหลังของชายอ้วน ทั้งหมดพวกเขาทำสีหน้าที่หยิ่งผยองเหมือนกับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา บางคนทำหน้าไม่สนใจเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า



" มีปัญหาอะไร ? " เฉิน ฮุ้ย ขมวดคิ้ว ชายหญิงด้านหลังชายอ้วนทั้ง 10 คน ดูจากชุดของพวกเขานั้นมาจาก สำนัก หลิง - หยุน ในหนึ่งกลุ่มของพวกเขามีหนึ่งคนที่เป็น ศิษย์หลัก ดังนั้นพวกเขาจึงมีท่าทีโอ้อวด



" พูดอะไรเช่นนั้น เรารู้จักกันมานาน เรานั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก แค่มาทักทายเจ้าเท่านั้น "



ชายอ้วนยิ้มและหลับตาลง จากนั้นเขาก็เริ่มประเมินชูเฟิงและคนอื่นๆ แต่เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นคนด้านหลังของ เฉิน ฮุ้ย นางคือ เฉิน หว่านชิง ที่ยืนทำหน้าแสนจะเย็นชา เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็ขมวดคิ้วลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ



เขาคิดเสมอว่าเขาได้เชิญเหล่าอัจฉริยะที่แข็งแกร่งมา และต้องการใช้จุดนี้ ข่ม เฉิน ฮุ้ย พร้อมกับหาโอกาสเยาะเย้ยเขา แต่มันไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง เฉิน ฮุ้ย ก็มีศิษย์หลักจากสำนัก หลิง - หยุน เช่นกัน ดังนั้นเขาต้องหยุดความคิดที่จะเยาะเย้ย



ยังไงก็ตาม เมื่อสายตาของเขามองมาที่ ชูเฟิง จู่ๆเขาก็ทำหน้าตาแบบได้เรื่องแล้วและกล่าว " เฉิน ฮุ้ย เจ้าไม่มีคนอื่นที่มีความสามารถในนครทอง - ม่วง แล้วหรอทำไมถึงได้เอาศิษย์ของสำนักมังกรฟ้ามาไว้ที่นี่ ? "



" เจ้าคงไม่มีคนดีๆกว่านี้อยู่ในนครทอง - ม่วงแล้วสินะ เอาไม๊ข้าให้ยืมคนของข้า สองคน ฮ่าฮ่า . . . ."



เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังเหมือนกับจงใจให้คนรอบข้างได้ยิน แน่นอน ว่าคำพูดเหล่านั้นที่กล่าวออกมาคนรอบๆต่างพากันได้ยิน และพวกเขาก็หันมามอง จากนั้นพวกเขาก็ใช้รอยยิ้มที่ดูถูกมองมาที่ ชูเฟิง ในสถานการณ์เช่นนั้น เขาสามารถเดาได้เลยว่าพวกเขากำลังนินทาว่าอะไร คงจะไม่พ้น ว่าศิษย์จากสำนัก # 2 มาร่วมงานประลองนี้ได้ยังไง



เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น เฉิน ฮุ้ย ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อ ถ้าไม่ใช่เพราะคำขอของซูรู่ เขาคงไม่คิดจะเชิญ ชูเฟิง มาเข้าร่วมแม้แต่น้อย ซึ่งเขามีตัวเลือกจากสำนักต่างๆอยู่อีกมากมาย ทำไมนครทอง - ม่วง ถึงต้องเอาสำนัก # 2 มาใช้ด้วย ใบหน้าของเขาในตอนนี้เริ่มไม่ค่อยดี



" พวกท่านกล้าดูถูกคนที่มาจากสำนักมังกรฟ้าเช่นนั้นหรอ ? "



ในตอนนั้น เสียงของผู้หญิงก็ดังขึ้นมา เมื่อหันไปมอง ทุกคนถึงกับหน้าเสีย พวกเขาเห็นแม่นางสองคนที่แสนงดงามค่อยๆเดินเข้ามา บนตัวของพวกนางสวมชุดของสำนัก # 2 " สำนัก มังกรฟ้า " 


( ให้ทายใคร . . . . ตอบถูกแปลอีกตอน )





///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .