วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 113 - โกง


( สำนักอันดับ # 2 คือไร ก็คือสำนักที่ ต้อยต่ำ ตกต่ำ ปลายแถว สำนัก # 1 ก็คือ สำนักที่ รุงเรือง รุ่งโรจน์ ชั้นแนวหน้า  )



ความงดงามของสองพี่น้อง คนหนึ่งงดงามในแบบสาวใหญ่ที่ดูแสนจะมีเสน่ห์ อีกคน คือสาวน้อยผู้อ่อนหวานไร้เดียงสา ทั้งสองต่างมีความงดที่แตกต่างกันไป



เมื่อนางทั้งสองปรากฏตัว หญิงสาวทั้งหลายที่ว่างามต่างดูหมองลงไปทันที แม้แต่ เฉิน หว่านชิง ที่งดงามแบบเย็นชาก็ยังไม่อาจเทียบกับพวกนางได้



ทุกสายตาของเหล่าชายหนุ่มต่างจดจ้องนางทั้งสอง ไม่เพียงแค่ความงามของพวกนางเท่านั้น สถานะของพวกนาง ก็ยังทำให้พวกเขาต้องตกใจ พวกนางดูเหมือนมีอำนาจเป็นอย่างมากในเมือง วิหค เพลิง พลังวิญญาณของพวกนางก็ไม่ธรรมดาแม้แต่องครักษ์ของเมืองแห่งนี้ทีอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณก็ไม่อาจเทียบพวกนางได้




สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการแสดงออกขององครักษ์ต่างนอบน้อมและสุภาพกับนางทั้งสองเป็นอย่างมากราวกับว่าพวกเขาอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ซึ่งทำให้คนที่ยังไม่รู้ต่างสงสัยกันเป็นอย่างมาก ว่าพวกนางสองพี่น้องมีสถานะอะไรกันแน่ในเมือง วิหค เพลิง ?



" นางทั้งสองคือลูกสาวของเจ้าเมือง วิหค เพลิง ซูรู่และซูเหม่ย ในตอนนั้นมีใครคนหนึ่งที่รู้จักนาง ตะโกนบอกว่าพวกนางคือใคร



เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทำให้ทุกคนต่างพากัน งง ว่าทำไมแม่นางผู้งดงามทั้งสองที่มีสถานะที่ไม่ธรรมดาจะไปเข้าสำนักมังกรฟ้า หากนางจะเข้าสำนัก หลิง - หยุน ก็ทำได้ไม่ยาก แล้วทำไมถึงไปอยู่สำนัก # 2



ทุกคนต่างตั้งคำถามขึ้นมามากมาย พร้อมกับแสดงความเจ็บใจ แต่คนที่ดูเจ็บใจมากที่สุดก็คือชายอ้วน ในเวลานั้น ซูรู่และซูเหม่ยกำลังเดินหน้าตรงเข้ามาหาพวกเขา



" ท่านใช่ไม๊ที่ดูถูกศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า ? ท่านคงไม่เห็นสำนักของเราอยู่ในสายตาเลยสินะ " ซูรู่ยิ้มเบาๆ แต่ในดวงตาของนางเหมือนกับมีใบมีดที่แหลมคม พุ่งออกมาทิ้มแทง ขณะในชายอ้วน ไม่รู้ว่าจะอธิบายแก้ตัวกับนางยังไง



ในเวลานั้น ชายอ้วนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความกระอักกระอ่วน เขากะว่าจะใช้ ชูเฟิง เยาะเย้ย เฉิน ฮุ้ย ให้ขายหน้า แต่ไม่คิดมาก่อนเลย ว่าลูกสาวทั้งสองของเจ้าเมือง วิหคเพลิง จะมาจากสำนักมังกรฟ้า ซึ่งหนึ่งในนั้นยังเป็นอาวุโสของสำนักอีก เวรกรรมแท้ๆ



" เราถามท่านอยู่นะ " เห็นชายอ้วนอ้ำๆอึ้งๆไม่ตอบ ซู่รู่ตะโกนพร้อมระเบิดแรงดันวิญญาณออกมา พลังของอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณทำให้ชายอ้วนคนนั้นถอยหลังกระเด็นออกไป จากนั่งเขาก็นั่งลงบนพื้นพร้อมกับหวาดกลัวและตกใจ



" อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 1 !!! ด้วยอายุเพียงแค่นี้ ? "



ณ ตอนนั้นทุกคนต่างตกใจกันอย่างมาก ขนาด เฉิน หว่านชิง ที่ชอบทำหน้าไร้อารมณ์ยังถึงกับ ตาสว่าง เป็นเพราซูรู่ที่มีอายุเพียง 20 ปี แต่กลับมีความสามารถขนาดที่เป็นอาวุโสอีกทั้งยังก้าวเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ หากเป็นนางคงไม่มีทางทำได้เป็นแน่



" จำไว้ด้วย อย่าได้ดูถูกสำนักของเรา แม้ว่าตอนนี้เราจะเป็นสำนัก # 2 แต่สำนักของเราก็เคยเป็น สำนัก # 1 ครั้งหนึ่งที่สำนักมังกรฟ้าอยู่จุดสูงสุด แม้แต่อาณาจักรทั้ง 9 ยังมิกล้าดูถูกสำนักของเรา " ซูรู่กวาดสายตามองทุกคนรอบๆพร้อมกับกล่าวด้วยความภาคภูมิ



ในตอนนั้น ณ. ใจกลางเมือง ต่างเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าโต้แย้งที่นางพูด เพราะที่นางพูดมันเป็นเรื่องจริง



แม้ว่าตอนนี้ ภายในอาณาจักร มังกรฟ้า จะเป็นสำนัก หลิง - หยุน ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ถ้าหากเทียบกับ สำนัก # 1 ในอาณาจักรอื่นๆ อีก 8 อาณาจักร  สำนัก หลิง - หยุน นั้นไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้เลย
แม้ว่าสำนักมังกรฟ้าในตอนนี้จะเป็นแค่สำนัก # 2 แต่ผู้ก่อตั้งของสำนักมังกรฟ้าขึ้นตรงกับราชวงค์เจียง ผู้ก่อสำนักแม้แต่ประมุขของอาณาจักรยังต้องเกรงใจ เพราะเขาถูกเรียกว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดใน อาณาจักรทั้ง 9 ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เพียงได้ยินชื่อ ก็ต่างพากันขี้หดตดหาย



ด้วยการหายตัวไปของเขา จึงทำให้ประวัติศาสตร์ที่รุ่งเรืองของสำนักต้องสิ้นสุด แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าครั้งหนึ่ง สำนักมังกรฟ้าเคยเป็นสำนักที่แกร่งที่สุด



" รู่เอ๋อ เจ้ากำลังจะทำอะไร ? " ในตอนนั้น จู่ๆมีเสียงดังระเบิดขึ้นมาในอากาศ เสียงของเขาเหมือนกับเสียงฟ้าคำราม มันดังก้องอยู่ในหูของทุกๆคน



เมื่อเห็นใบหน้าของเขา เจ้าเมืองทั้ง 20 คน และเหล่าองค์รักษ์ขุนนาง ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้น และกล่าว " คารวะ ท่านเจ้าเมือง ซู เฮิน !!! "



เจ้าเมือง วิหคเพลิง ซู เฮิน บิดาของซูรู่และซูเหม่ย ในที่สุดก็ปรากฏตัว ความสูงของเขา 230 ซม. ร่างกายดูแข็งแกร่งและใหญ่โต ขณะนั้นเขาสวมคลุมทองคำที่เป็นชุดโปรดของเขา ขณะที่เขาก้าวมาแต่ละก้าว พื้นดินก็สั่นไหว


เมื่อเห็นคนผู้นั้น เขาบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา แม้แต่ศิษย์จากสำนักแนวหน้ายังไม่กล้าสบตา แม้แต่จะอ้าปากพวกเขายังไม่คิดจะทำ เพราะ ซู เฮิน กล่าวได้ว่าเป็นบุคคลที่แกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรฟ้าในตอนนี้



ความแข็งแกร่งของเขาไม่สามารถคาดเดาได้อีกอย่างสถานะของเขาก็สูงกว่าเมืองและสำนักต่างๆ แม้แต่ผู้นำของสำนักก็ยังไม่กล้าที่จะหยาบคายกับเขา ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเหล่า ลูกศิษย์ เลย



" ทุกท่านโปรดวางใจ ซู เฮิน ยิ้มและกล่าวกับทุกคนอย่างเป็นมิตร ขณะที่เดินไปหา ซูรู่ และกล่าว " นี่แม่นางน้อย เจ้าพูดเช่นนั้น กับผู้อาวุโสได้ยังไง "



" ท่านพ่อ จะโทษท่านพี่ก็ไม่ได้ ก็ดูพวกเขาพูดสิ . . . .  . " ซูเหม่ย พยายามช่วย ซูรู่อย่างรวดเร็ว



" เห้อ!!! ข้าจะไม่เอาเรื่องก็ได้ แต่อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก "



ซู เฮิน โบกมือและกล่าวเพียงไม่กี่คำ จากนั้นก็ขอโทษกับเจ้าเมืองอ้วนๆคนนั้น ในความเป็นจริงนี่ก็เหมือนเป็นการ " ตบหัวแล้วลูบหลัง " จริงๆแล้วเขาเห็นที่ซูรู่ทำทุกอย่าง เหตุผลที่เขาไม่ห้ามนางในตอนนั้น ก็เพราะว่าเขาต้องการให้นางสั่งสอนเหล่าเจ้าเมืองในถิ่นของเขา



หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังไม่คำตอบว่าทำไมซูรู่และซูเหม่ยถึงได้เข้าสำนักมังกรฟ้า ภายในหัวใจพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรใดๆเกี่ยวกับสำนักมังกรฟ้าอีกเลย หากพูดอะไรผิดหูพวกนางไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น



ณ ตอนนั้น เจ้าเมืองต่างๆ พาเหล่าอัจฉริยะที่ตนพามาเข้าไปยังสถานที่เตรียมตัว ก่อนจะเริ่มการประลอง ทุกคนในตอนนั้นต่างมีท่าทีสุภาพต่างจากก่อนหน้านี้ แต่จู่ๆซูเหม่ย ก็ดึง ชูเฟิง เข้ามาด้านข้าง



" ชูเฟิง ในการประลองครั้งนี้เจ้าจะต้องจับ เขา - วิญญาณ ในป่าต้องสาปมาให้ได้ในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและที่ร้ายกว่านั้นคือ เขา - วิญญาณ "



" เขา - วิญญาณ  เป็นสัตว์อสูรที่มีพลังวิญญาณระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างของมัน หากมันมีขนาดใหญ่ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน หากเจ้าพบกับตัวที่มีเขาสีม่วงอยู่บนหน้าผาก นั้นหมายความว่าเจ้าพบตัวที่อยู่ในระดับ 9 กำเนิดวิญญาณ "



" การประลองครั้งนี้คือการล่า เขา - วิญญาณ เจ้าจะต้องนำ เขา ของมันกับมาเพื่อเป็นหลักฐาน หากใครฆ่าได้มากที่สุดติด 10 อันดับ หลังจากกลับมาที่นี่และเมื่อจบการแข่งขัน ตัวแทนเมืองไหนที่ได้รับชัยชนะจะได้การยกเว้นภาษีในปีนี้ และยังได้รับลูกแก้ววิญญาณอีกจำนวนอีก 5000 " ซูเหม่ยเข้าไปกระซิบใกล้ๆหูของชูเฟิง



" จากที่ได้ยินมา เขารู้แค่ว่าผู้ชนะจะได้รับลูกแก้ววิญญาณ 5000 เม็ด แต่เรื่องไม่ต้องจ่ายภาษีนั้นเขาไม่รู้มาก่อน ไอแก่ เฉิน ฮุ้ย นี่มันได้รับผลประโยชน์มากกว่าข้าอีกงั้นหรอ " ชูเฟิงถึงกับพูดไม่ออก



" เจ้ามัวคิดอะไรอยู่ เร็วๆเข้ารีบหยิบมันไป " ซูเหม่ยยัดม้วนกระดาษใส่ในมือของ ชูเฟิง



" นี่ . . . . . . . "  ชูเฟิงแอบเลื่อนมันดูเล็กน้อย เขาก็พบว่ามันคือ แผนที่



" นี่คือแผนที่  ที่บอกจุดหมายของ เขา - วิญญาณ ที่มันอาศัยอยู่ เจ้าเดินไปตามวงกลมสีดำขนาดใหญ่ มันจะเป็นประโยชน์ต่อการล่า เขา - วิญญาณ "



" แต่จำไว้นะว่าอย่าไปที่จุดสีแดง พื้นที่สีแดงเหล่านั้นมันมีหมอกประหลาด หากมันปรากฏออกมาเจ้าได้ตายแน่ๆ มันน่ากลัวพอๆกับสุสานพันกระดูกของสำนักมังกรฟ้าเลยทีเดียว " ซูเหม่ยพูดด้วยเสียงต่ำ



ตอนนั้น ชูเฟิง ก็พอเข้าใจถึงเจตนาของ ซูเหม่ย จากนั้นเขาก็เปิดถุงจักรวาลออกพร้อมกับเก็บแผนที่ และยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหูของซูเหม่ยและพูดพร้อมกับหัวเราะ " นี่นับว่าโกงหรือเปล่า ? " 

                                                                                                                              







/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . .