วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 120 - คู่หมั่นของซูเหม่ย



          " เกิดอะไรขึ้น ทำไมชูเฟิงถึงยังไม่โผล่มา "



ภายในเมือง ซูเหม่ยขมวดคิ้วลงพร้อมกับใช้สายตากวาดไปรอบๆเพื่อหา ชูเฟิง



          " ไม่ต้องห่วง ระดับเขาแล้วคงไม่มีอะไรทำร้ายเขาได้ นอกซะจากเขาจะไปพื้นที่ต้องห้าม แต่เขาคงจะอยู่ภายในป่าต้องสาปเพื่อล่า เขา - วิญญาณจนลืมเวลาอย่างแน่นอน " ซูรู่กล่าว



ขณะนั้นซูรู่ยืนอยู่ข้างๆซูเหม่ย พวกนางในตอนนั้นสวมชุดคลุมสีขาว ยามที่นางยืนอยู่ช่างทำให้ดูสง่างามยิ่งนัก นางพยายามปลอบใจน้องของนางที่กำลังหงุดหงิด จนพวกนางกลายเป็นที่สนใจของทุกๆคน ยกเว้น ผู้หญิงเท่านั้นที่อิจฉาพวกนาง



          " ท่านพี่ซูรู่ น้องซูเหม่ย ไม่ได้เจอกันซะนาน "



จู่ๆก็มีเสียงดังเข้ามาแทรก ชายหนุ่มรูปงามกำลังเดินเข้ามา ในมือของเขาถือพัดไว้และก็โบกสะบัดบนหน้าอก ดูจากภายนอกแล้ว เขาช่างดูฉลาด สง่างาม จนทำให้ผู้หญิงทั้งหลาย เหลือบไปมองพร้อมกับความประหลาดใจ



เหตุผลที่เขาเป็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ความหล่อของเขาเท่านั้น ชุดที่เขาสวมใส่ยังเป็นศิษย์หลักของสำนัก หลิง - หยุน อีกด้วย " เขาเป็นศิษย์ของสำนัก # 1 ของอาณาจักรมังกรฟ้า สำนักหลิง - หยุน ทั้งยังมีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 กำเนิดวิญญาณ



           " นั้นมัน ซ่างกวน หย๋า เขามาเข้าร่วมกันประลองด้วยงั้นหรอ "  หลังจากเห็นคนๆนั้นซูรู่พยักหน้า และยิ้มให้กับเขา "



ตะกูลของเขานั้นมีความสำคัญกับเมืองวิหคเพลิง แต่เมืองวิหคเพลิง ที่ถูกควบคุมโดยตะกูล ซู  ตะกูลซ่างกวน จึงไม่อาจเทียบตะกูล ซู ได้ เขาคือตัวแทนรุ่นเยาว์ของตะกูลมาเข้าร่วมการประลอง เขาคือผู้จะสืบทอดชื่อของตำแหน่งผู้นำ



          " การประลองนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง พวกมันก็แค่กลุ่มคนจากเมืองสาขาย่อย ที่ไปหาอาหารใส่ถุงจักรวาลกลับมา "



          " ถ้าหากตัวแทนจากเมืองวิหคเมืองเข้าร่วมแล้วล่ะก็ 10 อันดับคงจะไม่เหลือ ถึงเมืองสาขาย่อย หรือแม้แต่ติดใน 100 อันดับก็ยังยาก หากเทียบกับผู้มีความสามารถจากเมืองวิหคเพลิง " ซ่างกวน หย๋า พยายามพูดเอาใจพวกนาง และท่าทีของเขาก็แสนจะเย่อหยิ่ง



          " งานประลองครั้งจริงๆแล้วมีกฏบอกไว้อย่างชัดเจน เจ้าอายุ 19 ปี แม้ว่าพวกเขายอมให้เจ้าเข้าร่วม แต่เจ้าหาได้มีคุณสมบัติไม่ " ซูเหม่ย พูดกับ ซ่างกวน หย๋า ด้วยความไม่พอใจ



แต่คำพูดของนาง ไม่เพียงแต่เขาจะไม่โกรธ เขายังยิ้มเบาๆและกล่าว " น้องเหม่ย เจ้าพูดกับสามีในอนาคตเช่นนี้ได้ยังไง "



         " ฮ่าๆๆๆ . . . ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของข้าเลยด้วยซ้ำ อีกอย่างข้าก็ไม่เคยยอมรับการแต่งงาน ดังนั้นเจ้าควรระวังคำพูดด้วย และอย่ามาเรียกข้าว่า น้องเหม่ย ข้าไม่ชอบ " ซูเหม่ยถลึงตาใส่แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วราวกับว่านางทนกับคนๆนั้นไม่ได้



        " ท่านพี่ซูรู่ น้องเหม่ยนางช่างดุร้ายจริงๆ แต่ยังไงนางก็ยังเป็นคู่หมั้นของข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ใส่ใจกับคำพูดของนาง แต่มันก็ทำให้คนอื่นๆเห็นข้าเป็นตัวตลก " ซ่างกวน หย๋า เขาบ่นเรื่องความลำบากใจกับ ซูรู่



        " โอ้ว. . . . . " หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขา ซูรู่ได้แต่ยิ้มเบาๆและกล่าวว่า " ท่านก็รู้ว่านางมีนิสัยก้าวร้าว ก็อย่าไปเรียกนางเช่นนั้น เนื่องจากนางยังเด็กจึงเป็นเรื่องปกติของนาง ท่านก็ไม่ควรเก็บคำพูดนางมาใส่ใจ "



       " แม้ว่าพวกท่านของคนจะได้แต่งงานกัน แต่ท่านก็ควรใส่ใจกับนาง แม้ว่าท่านจะได้ตัวของนาง แต่ท่านก็ไม่สามารถได้หัวใจของนาง มันดีกับท่านเช่นนั้นหรอ "



      " ในฐานะที่เราเป็นพี่สาว แม้ว่าเราจะไม่อยากขัดแย้งกับความต้องการของท่านพ่อ แต่เราจะไม่ยอมปล่อยให้นางแต่งงานกับคนที่นางไม่ได้รัก "



      " ดังนั้นถ้าหากท่านอยากจะแต่งงานกับนาง ท่านก็ต้องทำให้นางรักท่านให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ยอมรับการแต่งงานอย่างเด็ดขาด " หลังจากที่พูดจบนางก็เดินตามซูเหม่ยไป



รอยยิ้มที่มุมปากของซ่างกวน หย๋าปรากฏขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองพวกนางอย่างเย็นชา และกล่าว " ถ้าหากข้าต้องการ ใครก็อย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้ "



ณ ตอนนั้น ผู้คนที่เข้าร่วมการประลองได้กลับมาเกือบทั้งหมดแล้ว ผู้ตัดสินก็เริ่มทำการคัดเลือกผู้ติด 10 อันดับในการล่า เขา - วิญญาณ



ทั้ง 10 คนคือเหล่าสำนักชั้นแนวหน้าและทั้งหมดยังเป็นศิษย์หลัก หนึ่งในนั้นมี หว่าน เวิ้นเพิง จากนครทอง - ม่วง ที่อยู่อันดับ 10 ส่วน เฉิน หว่านชิง ศิษย์หลักจากสำนัก หลิง - หยุน อยู่ในอันดับ 2



ส่วนที่ 1 เป็น ชายหนุ่มที่มาจากเมือง วายุเมฆา เมือง วายุเมฆา กล่าวได้ว่าเป็นเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่สาขาย่อย และเมืองที่ได้อันดับ 1 ในการประลองในทุกปี



ชายหนุ่มตัวแทนของเมือง วายุเมฆา นอกจากจะเป็นศิษย์หลักจากสำนักหลิง - หยุน แล้วพลังวิญญาณของเขายังอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 2 เหมือนกับ เฉิน หว่านชิง



แต่บรรยากาศรอบๆตัวเขาแตกต่างจากนางไปอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีใครสามารถพูดออกมาได้ เหมือนกับว่า เขาแข็งแกร่งกว่า เฉิน หว่านชิง



อาจจะเป็นเพราะว่าเขานั้น ล่า เขา - วิญญาณ มากกว่า เฉิน หวานชิง เป็นสองเท่าก็ได้ จึงให้ความรู้สึกเช่นนั้น



          " ได้เวลาแล้วที่ทุกคนรอคอย งั้นเราจะเข้าสู่รอบถัดไป " ผู้ตัดสินพูด



          " ช้าก่อน!!! " ในตอนนั้นซูเหม่ยรีบเดินมาห้าม



          " คุณหนูสาม มีอะไรงั้นหรอ ? " ผู้ตัดสินเคารพนางอย่างมาก



          " ยังมีอีกคน ที่ยังไม่ได้ยังไม่มา แล้วจะเริ่มมันทั้งๆยังงี้เลยหรอ " ซูเหม่ยไม่พอใจอย่างมาก กับการตัดสินใจของเขา



          " ยังมีคนอื่นอีกหรอ ? " ผู้ตัดสินกวาดสายตาหารอบๆ เขาคิดว่าทุกคนมาครบแล้ว



          " เอ๋ . . . . . " ได้ยินเช่นนั้นผู้ตัดสินรีบผลิกตรวจสอบรายชื่อในมือของเขา หลังจากที่ตรวจสอบจนละเอียด เขาก็พูดเสียงดังออกมา " แน่นอนว่าเหลืออีกคนที่ยังไม่ส่งมอบ เขา ให้กับทางเรา "



          " แล้วเขาเป็นใครล่ะ ? " ผู้ตัดสินถาม



          " ชูเฟิง ตัวแทนจากนครทอง - ม่วง ศิษย์หลักของสำนัก # 2 สำนักมังกรฟ้า พลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ " ชายคนหนึ่งกล่าวเสียงดัง



          " โฮ ~ ~ ~ "



เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ความวุ่นวายก็เริ่มเกิดขึ้นภายในและภายนอกของเมือง ไม่ต้องพูดถึงการที่เป็นศิษย์จากสำนัก # 2 แค่ได้ยินว่าพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ เขาก็นับว่าอ่อนที่สุดในหมู่คนที่ร่วมงานประลองครั้งนี้แล้ว ทุกคนจึงคิดว่าทำไมต้องมารอคนเช่นนั้น



          " คุณหนูสาม ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะมาผลลัพธ์ก็คงไม่ได้เปลี่ยน ข้าเกรงว่าเขาอาจจะไม่ติด 1 ใน 10 ดังนั้นข้าจึงคิดว่าไม่สมควรรอเขา " เห็นปฏิกิริยาของทุกคน ผู้ตัดสินจึงตกอยู่ในตำแหน่งที่ลำบาก



          " ท่านรู้ได้ไงว่าเขาไม่ติดหนึ่งในสิบ! ! ! ! ! " ซูเหม่ยกัดริมฝีปากและเริ่มมีอารมณ์ที่รุนแรง



          " นั้นก็ . . . . . . " ผู้ตัดสินสีหน้าซีดเผือดโดยพูดอะไรไม่ออก เขาไม่กล้าขัดใจท่านหญิงที่ 3 เช่นกัน



          " ทำตามกฏไป เนื่องจากเวลายังไม่หมด หากถึงเวลาแล้วเขายังไม่มา ก็นับว่าเขาตกรอบแล้วเจ้าก็เริ่มต่อได้เลย . . . . . " ซูรู่เดินเข้ามา



         " ตามบัญชาท่านหญิงที่ 2 " ได้ยินเช่นนั้น ผู้ตัดสินพยักหน้า เมื่อเทียบกับซูรู่ ซูเหม่ยนางดูป่าเถื่อนไปเลย แต่ซูรู่กับมีความคิดสมกับเป็นตะกูลผู้นำของเมือง วิหคเพลิง



ถึงแม้ว่ารออีกไม่นานเท่าไหร่ คนภายในและภายนอกรอบๆเมือง ก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ พวกเขาไม่อยากที่จะรอคนเช่นนั้น แต่เมื่อเขาตัดสินมาเช่นนั้น พวกเขาจึงทำได้แค่รอ



สำหรับทั้ง 10 คนที่ถูกรับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 อันดับ พวกเขาแสนจะผ่อนคลายและพักผ่อนกันอย่างสบายใจ เหมือนกับพวกเขาคิดว่า ชูเฟิง นั้นไม่อยู่ในสายตา พวกเขารู้สึกว่า มันเสียเปล่าเวลาที่จะรอคนแบบ ชูเฟิง



          " ขอโทษทุกๆท่านด้วย ที่ข้ามาสายยย!!! "



ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเดือดดาล บางจุดมีคนตัวเล็กๆแทรกตัวเองเข้ามาจากฝูงชน และเดินตรงมายังใจกลางเมือง เขาคนนั้นคือ ชูเฟิง!!!





นั่งแปลมาตั้งนานมันออกมาแค่นี้แหละ!!!
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .