วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 121 - แค่ทีเดียวก็พอ


          " เขาคือ ชูเฟิง!!! เขายังเด็กอยู่เลยหนิ!!! "



หลังที่ชูเฟิงปรากฏ เขาก็ได้กลายจุดสนใจของทุกๆคนในบริเวณนั้น เพราะทุกคนต่างรอคอยให้เขาปรากฏตัว แต่เมื่อเขาพบ ชูเฟิง ที่ยังเด็กอยู่นั้นทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก



แม้ว่าการประลองครั้งนี้จะจำกัดอายุอยู่ที่ 18 ด้วยการนั้น ทุกคนที่โดดเด่นมักจะอยู่ในช่วงอายุ 18 พอดี เป็นเหตุผลที่ตัวแทนส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วงเวลานั้น



แต่ ชูเฟิง กลับอยู่ห่างไกลจากคนอายุ 18 เขาจะดูเด็กกว่าคนอื่นๆก็ไม่แปลก แต่ด้วยเรื่องของพลังวิญญาณของเขา นั้นยังห่างไกล หากเทียบกับ ศิษย์หลักจากสำนักอื่นๆ



สิ่งที่ทำให้ทุกคนสับสน ก็คือทำไมนครทอง - ม่วงถึงเลือกเขามาเป็นตัวแทน ถ้าดูจากศักยภาพที่เขามีในตอนนี้ยังอ่อนแออยู่มาก ทำไมพวกเขาถึงไม่เลือกคนอื่นๆที่เก่งกว่านี้เข้าร่วม



          " เจ้าหายหัวไปไหนมา ทำไมถึงมาช้าจัง " ซูเหม่ยวิ่งเข้ามาด้วยความโกรธ ขณะนั้นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล



          " อ๋อ ข้าเหนื่อยมาก เมื่อวานเลยเผลอหลับไปสักพักใหญ่ " ชูเฟิงทำท่าทางโง่ๆพร้อมกับยิ้ม



          " เจ้านี่ . . . . . . คนอื่นๆไล่ฆ่า เขา - วิญญาณ ด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี แต่เจ้ากลับเอาเวลาไปนอน!!! "



          " นี่เจ้าตั้งใจไปฆ่าพวกมันจริงๆหรือเปล่า เจ้าไม่รู้หรือไง เหล่าผู้คนที่ติด 10 อันดับแข็งแกร่งแค่ไหน ข้าว่าเจ้าจะดูถูกคนอื่นมากเกินไปแล้วนะ "ซูเหม่ยกัดริมฝีปากด้วยความโกรธ นางไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี



          " ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ตั้งใจไปฆ่า เขา - วิญญาณ แต่ไม่น่าจะมีปัญญาเรื่องที่ข้าจะติด 1 ใน 10 " ชูเฟิงพูดอย่างมั่นใจ



เห็นฉากนั้น ผู้ตัดสินก็ได้เข้าใจ หลังจากเขาเห็นสายตาของซูเหม่ย คุณหนูที่สามของตะกูล ซู ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบสหายทั่วไปกับ ชูเฟิง ส่วนใหญ่เป็น ซูเหม่ย ที่ออกตัวเข้าหา ชูเฟิง



          " เป็นงั้นหรอ ข้าเขาใจและที่แท้เขาก็ได้ความช่วยเหลือจากท่านหญิงที่ 3 ของตะกูล ซู ไม่แปลกใจเลยที่เขามีป้ายทอง - ม่วง อยู่ในมือ!!! "



          " ถ้าเขามีความสัมพันธ์กันจริงๆล่ะ งานนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องความแข็งแกร่งแล้ว งั้นแสดงว่าเขาได้ถูกเลือกเข้าไปใน 10 อันดับเรียบร้อยแล้วสินะ ด้วยพลังวิญญาณแค่นี้จะมีปัญญาไปติด 1 ใน 10 ได้ยังไง "



ตัวแทนหลายคนที่เป็นตัวแทนจากนครทอง - ม่วง มีทัศนคติ ไม่ดีต่อ ชูเฟิง พวกเขารู้สึกว่า ชูเฟิง ไม่ควรได้รับสิทธิเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามี ไม่เพียงแต่จะทำให้นครทอง - ม่วงต้องขายหน้า พวกเขายังต้องขายหน้าเพราะเขาอีกด้วย



หลังจากที่สนทนากับซูเหม่ย สั้นๆ ชูเฟิงก็เดินตรงเข้าไปด้านหน้าของผู้ตัดสิน ภายใต้สายตาของทุกคนที่จ้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาได้โยน เขา - วิญญาณ 200 อันไปด้านหน้าของผู้ตัดสินหนึ่งในจำนวนเขาพวกมีนั้นมี เขาสีม่วงรวมอยู่ด้วย



          " เขาฆ่า เขา - วิญญาณมากมายขนาดนั้นได้ยังไง!!! "



          " เป็นไปไม่ได้  ด้วยพลังวิญญาณที่เขามีทำไมถึงล่าพวกมันมาได้มากมาย ดูจากจำนวนที่กองอยู่สิ น่าจะมีอยู่ประมาณ 200 กว่าอันเลยใช่มั้ย ? "



เห็นกองภูเขา ของเขา - วิญญาณ รวมทั้งเขาสีม่วง ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ภายนอกหรือภายใน ต่างเกิดความวุ่นวาย พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่า ชูเฟิง จะล่า เขา - วิญญาณได้ถึงขนาดนี้ หากเทียบกับจำนวนที่เขานำมา เทียบได้กับของ เฉิน หว่านชิง ทีเดียว



          " มันบ่แมน มันเป็นไปบ่ได้!!! เขาต้องโกงอย่างแน่นอน!!! "



เมื่อเทียบกับไปหน้าของคนอื่นๆ หว่าน เวิ้นเพิง ดูลุกลี้ลุกลน เขาถูกได้รับเลือกให้เป็น อันดับ 10 หากเทียบกับผลลัพธ์ของชูเฟิงแล้ว นับว่าจำนวนของเขายังห่างไกลจากของชูเฟิงยิ่งนัก ดังนั้นเขาจึงต้องถูกทีบตกจากอันดับ



ถ้าเป็นคนอื่นที่ถีบเขาให้ตกรอบด้วยความแข็งแกร่งเหนือเขา เขาอาจจะพอยอมรับได้ แต่นี้กับเป็น ชูเฟิง ที่ทำให้เขาต้องตกรอบ ไม่มีทางที่เขาจะยอมรับมัน



ในความเป็นจริงไม่ใช่แค่ หว่าน เวิ้นเพิง ที่คิดเช่นนั้นคนเดียว คนอื่นๆก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน  ถ้าดูจากความสัมพันธ์ของ ชูเฟิง กับ ซูเหม่ย พวกเขารู้สึกว่า ชูเฟิง ต้องให้นางช่วยนำเอาเขาม่วงมาได้และเขาของตัวอื่นๆมา โดยที่เขาไม่ได้ไปล่ามันด้วยตัวเอง



แต่ยังไงก็แค่สมมติฐานเท่านั้น พวกเขาจึงไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่มีหลักฐาน หากพูดไปคงจะมีปัญหากับ ท่านหญิงที่ 3 ของตะกูล ซู เป็นแน่



เหมือนกับที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ตอนนี้ผลลัพธ์ได้ถูกตัดสินออกมาเรียบร้อย หว่าน เวิ้นเพิง ถูกทีบออกจากอันดับที่ 10 และตกรอบ



          " บัดซบที่สุด . . . . " เมื่อมองหน้าชูเฟิงที่เดินขึ้นไปบนเวทีลานประลอง หว่าน เวิ้นเพิง โกรธเป็นบ้าเป็นหลัง ใบหน้าของเขาแสนจะน่าเกลียด



          " ศิษย์พี่หว่าน อย่าได้โกรธไป ด้วยพลังวิญญาณของเขา มีแต่จะขายหน้าตัวเองเปล่าๆตอนประลอง "



          " ใช่แล้วๆ พวกเรามาดูกันว่าเขาจะถูกตียังไงตอนที่เริ่มประลอง " หลายคนจากนครทอง - ม่วงเริ่มปลอบใจเขา



          " คู่ต่อสู้ของชูเฟิงคือศิษย์หลักจากสำนักวายุเมฆาของข้า ข้ามั่นใจมากในเรื่องความแข็งแกร่งของเขา เมื่อชูเฟิงต้องสู้กับเขา รับลองได้เลยว่าเขาต้องสำนึกแน่ๆที่โผล่หัวออกมา "



          " ไม่เพียงแต่เขาจะทำให้ตัวเองขายหน้า เขายังทำให้นครทอง - ม่วง เสียหน้าอีกด้วย เขาไม่เห็นแก่หน้าคนอื่นๆบ้างเลยหรอ  ข้าเป็นหนึ่งคนในนั้นที่ไม่อยากให้ใครต้องมาเสียหน้าเพราะเขา " ในความโกรธ หว่าน เวิ้นเพิง ยังพูดเข้าค้างตัวเอง เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น



หลังจากได้ยินคำพูดของเขา คนที่มาจากนครทอง - ม่วง ต่างรู้สึกว่า หว่าน เวิ้นเพิง พูดได้ถูกต้อง และพวกเขาไม่สามารถทนกับการกระทำของชูเฟิงได้



          " ข้าอยากจะสั่งสอน หว่าน เวิ้นเพิง จริงๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า แต่ก็ช่างเถอะข้าจะได้ไม่ต้องใช้ออกแรงมากเท่าไหร่ แค่ทีเดียวเจ้าก็แพ้โดยที่ไม่ต้องให้ข้าเลอะมือ  " ศิษย์จากสำนักวายุเมฆามองชูเฟิง พร้อมกับดูถูก เหมือนกับว่าไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา



          " แน่นอน ว่าเจ้าไม่ต้องเลอะมือเพราะว่าเจ้าจะไม่แม้แต่จะถูกตัวของข้า อย่าว่าแต่เจ้าเลยที่จะคิดว่าเอาชนะข้าได้ง่ายๆ แม้แต่ทุกคนที่นี้ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะตีข้าได้เลยด้วยซ้ำ "



ชูเฟิง ยิ้มขณะที่กล่าวดูถูก ในเวลานั้นศิษย์จากสำนักวายุเมฆาต่างได้ยินและลุกหือ ไม่ใข่แค่เขาดูถูกเหยียดหยามเท่านั้น ชูเฟิงยังไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา



          " เจ้านี่มัน. . . . ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาจริงๆสินะ เด๋วข้าจะสั่งสอนให้เจ้าได้สำนึก "



ศิษย์สำนักวายุฯ โกรธชูเฟิงอย่างมาก จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้า และใช้ทักษะที่แข็งแกร่งออกมา



ร่างกายของเขา กลายเป็นหลายคน ปรากฏขึ้นและหายไป เด๋วหาย เด๋วมา ด้วยความเร็วที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น จนทำให้คนเห็นรู้สึกสับสน ในตอนนั้น ชูเฟิง ถูกเขาล้อมจากทุกทิศทาง



ทักษะที่เขาใช้ ทำให้ผู้คนต่างถอนหายใจออกมาด้วยความชื่นชม หนุ่มสาวสมัยนี้ช่างมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา



          " นั้นมันทักษะของสำนักวายุฯ ทักษะติดตัว ระดับ 4 มันเรียกว่าวิชา แยกเงา เขาใช้เวลาทำความเข้าใจถึง 3 ปี ถึงจะเข้าใจแก่นแท้ของมัน ในตอนนี้เขาสามารถใช้มันได้อย่างสมบูรณ์ "



         " ไม่ต้องพูดถึง ชูเฟิง แม้แต่ข้า ยังต้องค่อยๆระวัง ไม่เช่นนั้นจะเจ็บตัวแน่ๆ " หว่าน เวิ้นเพิง อธิบาย



        " นี้หมายความว่า จุดจบของชูเฟิงมาถึงแล้ว ? "



        " ไม่เพียงแต่เขาจะแพ้เท่านั้น เขายังต้องเจ็บตัวอย่างหนักเลยทีเดียว!!! "



หว่าน เวิ้นเพิง เต็มไปด้วยความมั่นใจ ว่าฝีมือของคนๆนั้นไม่ธรรมดา ขนาดเขายังหวาดกลัวนับประสาอะไรกับ ชูเฟิง ยังไงเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน



เป็นความจริง ที่ หว่าน เวิ้นเพิง พูดมา ว่าทักษะ แยกเงา นั้นน่ากลัว หากเป็นคนอื่นๆคงจะ งง เป็นไก่ตาแตก แต่กับ ชูเฟิง แล้วเขารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าร่างไหนคือร่างจริง



* ย๊าากกกก * จู่ร่างคนๆนั้นก็วิ่งเข้ามาหาชูเฟิงด้วยความรวดเร็ว ด้วยจำนวนที่มากมาย



ในตอนนั้น ทุกคนที่กำลังรอคอยเห็นสภาพของชูเฟิงที่ดับอนาถ ได้แต่หัวเราะชอบใจ และยกมุมปากขึ้นมา พวกเขารู้สึกว่าเวลาที่พวกเขารอคอยมาถึงแล้ว



หลังจากที่เขาพุ่งเข้ามา ชูเฟิง รู้ร่างจริงของพวกเขาแล้ว ดังนัน ชูเฟิง จึงไม่คิดที่จะหลบหรือหลีกเลี่ยงมัน เขายกหมัดขึ้นพร้อมกับเหวี่ยงออกไป



เขาไม่ได้ใช้แม้แต่ทักษะใดๆ แค่ต่อยออกไปเท่านั้น แต่ด้วยความเร็วที่เหมือนกับฟ้าผ่าจึงทำให้ความแรงของมันไม่ธรรมดา หมัดที่รุนแรงของเขากระแทกลงบนใบหน้าของคนๆนั้นอย่างจัง



           " อ้าาาา ! "



ขณะที่หมัดของชูเฟิงประทับลงบนใบหน้า ร่างของเขาก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ชูเฟิง เงยหน้ามองตามร่างของเขาไป จากนั้นศิษย์จากสำนักวายุฯก็ตกลงบนพื้นอย่างแรง เขาเอามือขึ้นมาจับใบหน้า ขณะที่กลิ้ง หลุน หลุน ไปตามพื้น พร้อมกับหอนออกมาด้วยความเจ็บปวด



เขาเดินเข้าไปหาคนๆนั้นที่นอนร้องอยู่กับพื้น พร้อมแสยะยิ้มและกล่าว " เจ้าพูดถูกแล้ว กับคนอย่างเจ้า แค่ทีเดียวก็พอ!!! "






/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามวันต่อไป . . . . .