วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 122 - อัจฉริยะที่แท้จริง



          " บ้าจริง! ! ! มันเกิดขึ้นได้ไง ? "



          " สวรรค์ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ? "



เห็นฉากบนเวทีประลอง ทุกคนต่างตกใจ เพราะก่อนที่ร่างเงาพวกนั้นจะหายไป หลายคนมองไม่เห็นชูเฟิงโจมตี จู่ๆเขาก็เห็นคนจากสำนักวายุเมฆาชะงักแล้วก็ลอยขึ้นไปจากนั้นก็ตกลงบนพื้น ร้องเยี่ยงสุนัข . . . . .



           " ช่างเป็นการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงยิ่งนัก!!! "



แต่ เมื่อเปรียบเทียบกับใบหน้าของผู้คนที่กำลัง งงงวย เจ้าเมือง วิหคเพลิง ซู เฮิน ถึงกับตาสว่าง เขาใช้สายตาจ้องมองบนเวทีฯอย่างไม่ละสายตา ขณะนั้นเขาได้เห็นตอนที่ ชูเฟิง โจมตี



          " ท่านพ่อ ก็อย่างที่หนูบอก ชูเฟิงนั่นมีอำนาจพลังวิญญาณ ด้วยทักษะที่หลอกสายตาของเขาจึงไร้ประโยชน์ " ขณะนั้น ซูรู่ ยืนอยู่ข้างหลัง ซู เฮิน ในนั้นนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าของนางก็แสนจะงดงาม



          " ไม่เพียงแต่จะมีเฉพาะอำนาจพลังวิญญาณเท่านั้น เขายังพลังวิญญาณที่ลึกลับอีกด้วย เขาสามารถเอาชนะคนที่อยู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 1 ได้ไม่ยาก ด้วยพลังวิญญาณที่อยู่แค่ระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ความสามารถด้านการต่อสู้จึงนับว่าแข็งแกร่งที่เดียว "



          " ทั่วทั้งอาณาจักร มังกรฟ้า เขานับเป็นบุคคลที่พัฒนาได้อย่างรวดเร็วจึงได้ชื่อว่า อัจฉริยะ แต่ในความเป็นจริงเขาสมควรที่จะถูกเรียกว่า อัจฉริยะที่แท้จริงซะมากกว่า เขาสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นๆทำไม่ได้ "



ซูเฮิน จ้อง ชูเฟิง ด้วยความขื่นชมอยู่เต็มใบหน้าของเขา แล้วพูดกับซูรู่ว่า " รู่เอ๋อ น้องสาวของเจ้า สนิทกับ ชูเฟิง มากเลยใช่มั๊ย พวกเราต้องให้ความสำคัญกับเขา เพื่อตะกูล ซู ของเราจะได้พึ่งเขาในอนาคต "



          " เฉิน หว่านชิง แข็งแกร่งจริงๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์หลักของสำนัก หลิง - หยุน โจมตีเพียงครั้งเดียว ฝ่ายตรงข้ามของนางถึงกับพ่ายแพ้ "



ในตอนนั้น จู่ๆก็มีเสียงคนตะโกนด้วยความแปลกใจ เพราะบนเวทีถัดไป เฉิน หว่านชิง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเหมือนกับ ชูเฟิง



แต่การโจมตีของนางไม่ได้ประหลาดเหมือนกับ ชูเฟืง ทุกคนเห็นที่นางโจมตีได้อย่างชัดเจน



           " ศิษย์พี่ หว่านชิง แข็งแกร่งจริงๆ ดูเหมือนว่านครทอง - ม่วงของพวกเราจะมีความหวังแล้วสินะ



           " ไม่เพียงแต่ความหวังเท่านั้น แน่นอนว่าเรากำชัยชนะไว้ในมือ ตอนนี้ ในงานประลอง มีแค่ 2 คน เท่านั้น ที่อยู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 2 นางสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ที่แต่น่าประหลาดใจคือฝ่ายตรงข้ามของนางก็อยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 1 แล้วคนที่พลังวิญญาณต่ำกว่าจะเหลืออะไร !!! "



          " นั้นก็จริง แม้ว่าคนอื่นๆจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็ไม่อาจเทียบกับ หว่านชิง ที่อยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 2 ได้หรอก มีคนหนึ่งที่มีผลลัพธ์ในการล่าเขา - วิญญาณมาตั้งมากมายขนาดนั้น จนได้ อันดับ 1  "



          " หืม บางทีอาจจะใช้ลูกไม้แบบ ชูเฟิง ก็ได้ "



ทุกคนที่มาจากนครทอง - ม่วง ต่างมองศิษย์หลักจากสำนัก หลิง - หยุน และคนอื่นๆ ขณะที่คิดว่าไม่มีใครสามารถเทียบกับนางได้



เพราะผลลัพธ์ของในการล่า เขา - วิญญาณก่อนหน้านี้ พวกเขาจึงใช้สายตาจับจ้องไปที่เวที แต่การต่อสู้ด้านหน้าของพวกเขาต่างทำให้ต้องผิดหวัง ที่พวกเขาคิดดูถูกคนอื่น



คนที่เป็นตัวแทนจากเมือง วายุเมฆา เมืองที่ชนะเลิศในทุกปีอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 1 กับ ศิษย์หลักของสำนักหลิง - หยุน ที่เป็นผู้เชี่ยวอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 2 แต่เขากับดูไม่ด้อยไปกว่านาง



ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว หรือ พลัง เขาต่างไม่ด้อยไปกว่านาง แม้แต่ทักษะของเขาก็ไม่ธรรมดาบางทีอาจเรียกว่า วิเศษด้วยซ้ำ



          " ย๊ากกก ! "




ทันใดชายหนุ่มที่อยู่ระดับ 1 กำเนิดวิญญาณก็แสดงพลังของเขาออกมา เขาใช้หมัดจำนวนมากระดมโจมตีใส่นางจนทำให้เวทีฯทั้งหมดต่างสั่นสะเทือน มันคือทักษะ ระดับ 4 เห็นได้ชัดว่าทักษะที่เขาใช้โจมตี นั้นมันไม่ธรรมดา



* พรึบบบ * .



เมื่อนางเผชิญหน้ากับการโจมตีของชายหนุ่มจากเมืองวายุฯ นางไม่ตื่นตระหนก รีบร้อนหรือตกใจ แต่อย่างใด นอกจากนั้นนางยังออกหมัดโดยใช้ทักษะระดับ 4 สวนกลับไป



โดยปกติแล้วด้วยพลังวิญญาณของนางหากใช้ทักษะระดับ 4 เท่ากัน นางน่าจะอยู่เหนือกว่าคู่ต่อสู่ แต่นี้มันกับเป็นการปะทะกันที่สูสี โดยทำให้ทกคนต่างรู้สึกว่านางยังมีฝีมือไม่พอ



* ปั้ง *



ในที่สุด ทั้งสองคนก็เข้าปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสองหมัดปะทะกันความรุนแรงของมันกระจายออกไป จนทำให้พื้นบนเวทีฯเกิดรอยแตก


ชายคนนั้นคือคนที่ชนะเลิศในทุกๆปี ตัวแทนจากเมืองวายุเมฆา หากเปรียบเทียบกับ เฉิน หว่านชิง ที่เอาชนะฝ่ายตรงข้ามในการโจมตีเพียงครั้งเดียว นางกลับใช้ความพยายามที่มากกว่า แต่ไม่ว่าจะดูยังไงเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า เฉิน หว่านชิง



          " ซ่อนความแข็งแกร่งงั้นหรอ น่าสนใจดีหนิ!!! "



ตอนนั้น ชูเฟิง ที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว กำลังรอคู่ต่อสู้คนถัดไปอยู่ เขาจึงใช้เวลาดูการต่อสู้ของคู่อื่นๆ แต่ก็ไปสะดุดกับคู่ต่อสู้ของพวกเขา ชายหนุ่มจากเมืองวายุเมฆา เขาสามารถมองออกได้ในทันทีว่าชายคนนั้นพยายามปิดบังความแข็งแกร่ง



อีกไม่นาน คนๆนั้นก็คงจะปิดม่านเอาชนะ เฉิน หว่านชิง ได้แน่ๆ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ก็ต้องมาเจอเจอกับ ชูเฟิง อยู่ดี



ชูเฟิง เดินขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง ในตอนนั้น เขาก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่ท่าทางแข็งแกร่งกว่าคนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เพราะเขาเป็นถึง ศิษย์หลัก จากสำนัก หลิง - หยุน ถึงแม้ว่าเขาทั้งคู่จะอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 1 แต่คนๆนี้กับดูเก่งกว่า



          " ข้าจำเจ้าได้ เจ้ามากับเจ้าเมืองอ้วนๆคนนั้นสินะ!!! " ชูเฟิงยิ้มเบาๆและกล่าว



          " ปากดีนักนะ เด๋วข้าจะตีปากของเจ้า!!! " คนๆนั้น แสนจะเย็นชา



         " คนที่แล้วก็พูดคล้ายๆกับเจ้าที่แหละ แต่สุดท้ายก็ไปนอนกองกับพื้น "



ชูเฟิง ไม่ได้เห็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาของเขาแม้แต่น้อย เมื่อตอนที่เขายังอยู่ระดับ 7 ห้วงวิญญาณ ชูเฟิง ก็สามารถเอาชนะ ระดับ 1 กำเนิดวิญญาณได้แล้ว ตอนนี้ เขาอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ แม้แต่ระดับ 2 กำเนิดวิญญาณยังยากที่จะเอาชนะเขาได้ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน เขาก็จะล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ภายในครั้งเดียว



          " หืมมม เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นแบบเขางั้นหรอ เจ้าจะดูถูกศิษย์จากสำนัก หลิง - หยุน ของข้าเกินไปแล้ว "



จู่ๆ เขาก็ย้ายมือของเขา และใช้ทักษะลับ ทั้งมือทั้งร่างของเขาทั้งหมดกลายเป็นแสงสีทอง มันส่องประกายออกมาราวกับดวงอาทิตย์ 




มันดูไม่เหมือนกับร่างกายอีกต่อไป เหมือนเหมือนมนุษย์เหล็กสีทองซะมากกว่า เขาสามารถสับอาวุธและเกราะที่ทำด้วยแร่เหล็กนิลได้อย่างงายดาย มันเป็นทักษะลับ เสริมร่างกาย โดยที่ทำให้ร่างกายของของเขาเป็นเกราะและอาวุธในคราวเดียวกัน หากมองแสงที่เขาปล่อยออกมา ทุกคนไม่อาจสังเกตเห็นการต่อสู้ของพวกเขาได้



          " ชูเฟิง คงจบแล้วล่ะ  การโจมตีของคนๆนั้นข้าได้ยินว่าเขาแข็งแกร่งกว่าคนจากสำนักวายุฯหลายๆคนซะอีก  สมน้ำหน้ามันวางท่าดีนัก มันคงไม่มีทางลุกขึ้นได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่ๆ "



          " ถูกต้องเลย ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นข้างใน แต่ข้าได้ยินคนจากสำนักวายุฯพูดกันว่าวิชานั้น ทำให้เอ็น และ กระดูกเป็นโลหะ โอกาสที่ชูเฟิงจะเอาชนะคงหมดหวัง  "



บนเวที จู่ๆ ชูเฟิง ก็ปล่อยสายฟ้า กระจายออกไปทุกทิศทาง ด้วยวิศัยทัศน์ที่คนๆนั้นสร้างขึ้น พวกเขาจึงไม่มีทางเห็นสองคนนั้นได้อย่างชัดเจน



แต่พวกเขากับคิดว่าแสงพวกนั้นถูกปล่อยออกมาจากศิษย์สำนัก หลิง - หยุน พวกเขาคิดว่าหากเป็นชูเฟิง คงไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนั้น เพราะเขานั้นมีพลังวิญญาณเพียงน้อยนิดแล้วจะใช้ทักษะที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไง



          " โห ~~~~~~ "



ในตอนนั้น ทุกคนต่างร้องดังออกมา เมื่อแสงสีทองบนเวทีค่อยๆหายไป จากนั้นทุกคนต่างทุกกับตาค้างปากค้าง พวกเขาตกใจกันอย่างมาก



พวกเขาพบว่า ชูเฟิง ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น โดยที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แต่ศิษย์จากสำนักหลิง - หยุน กับกองลงบนพื้น พร้อมกับปล่อยฟองสีขาวออกมาจากปาก ดวงตาของเขาเหลือบขึ้นด้านบน หากดูดีๆแล้วจะพบว่าเขานั้นหมดสติ






//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . .