วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 129 - จูบ ที่ลึกซึ้ง



ภายใต้สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน ชูเฟิง ยังคงดันตัวไปด้านหน้าทีละก้าว ทีละก้าว ในที่สุดเขาก็ไม่ถึงตรงหน้า ติง โฉ่ว  ในขณะที่ดันโล่สีสองในมือด้านซ้ายออกไป และง้างดาบยาวในมือขวาขึ้นมา พร้อมกับ ชี้ไปที่หน้าของ ติง โฉ่ว แล้วกล่าว " นี่เป็นจุดจบของท่านแล้ว "



* เปรี้ยงงง * .



หลังจากที่เขาพูดจบ  สายฟ้าก็เกิดประกายขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขา จากนั้นเขาก็หายตัวไปในพริบตา เมื่อโผล่กลับมา เขาก็มาอยู่ด้านหลัง ติง โฉ่ว



          " อย่าดูถูกข้านัก "



ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วของเขา ทำให้หมุนตัวกลับไปพร้อมกับเหวี่ยงหมัดโจมตี ในช่วงเวลานั้นหมัดก็ลอยเข้าใส่ ชูเฟิง



           " หืมมม. . . "



ชูเฟิงทำน่าเย็นชาและยกโล่สีทองในมือข้างซ้าย พร้อมกับดึงดาบยาวในมือขวา เอนตัวหลบหมัด ติง โฉ่ว ไปด้านหลัง



เมื่อหลบได้แล้ว ชูเฟิง ก็พุ่งเข้าใส่ ติง โฉ่ว พร้อมกับใช้ดาบยาวในมือ แทงเข้าไปที่หน้าอกของเขา



          " เฮือกกก ! "



ดาบยาว ที่แทงหน้าอกของติง โฉ่ว ไม่ลึกมากนัก แต่หน้าเขากลายเป็นสีขาว  ไม่เพียง แต่เขาจะหยุดการเคลื่อนไหว เมื่อเขาเปิดปากเลือดนั้นก็พุ่งออกมา



          " อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ~ ~ ~ ~ ~ "



ทันใดนั้น เขาก็ตะโกนร้องขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับว่ากำลังปลดปล่อยความขมขื่นภายในจิตใจ หลังจากที่ตะโกนได้สักพัก เขาก็ล้มลงกับพื้น โดยหมดสิ้นพลังต่อกรใดๆ ดวงตาของเขาโรยเหมือนกับคนไร้สติ มันเป็นเพราะหมัด 7 สังหาร ที่เขาใช้มาขนาดนั้น มันย่อมทำให้ร่างกายของเขาได้รับผลกระทบ จนถึงขีดจำกัด



มองกลับมาที่ ชูเฟิง สีหน้าของเขาซีดและเต็มไปด้วยหยดเหงื่อทั่วหน้า เสื้อผ้าของเขาเปียกไปหมด ลมหายใจหอบเพราะความเหนื่อย เขายังคงยืนอยู่บนเวทีฯ ขณะที่พื้นที่รอบๆเต็มไปด้วยความเงียบสะงัด



สุดท้ายการเผชิญหน้าระหว่าง 2 อัจฉริยะก็สิ้นสุดลง ผู้ชนะก็คือ ชูเฟิง ที่ก้าวขึ้นจุดสูงสุดในรุ่นเยาว์ !!!



ศิษย์จากสำนัก # 2 สามารถเอาชนะศิษย์จากสำนัก # 1 อัจฉริยะต้นๆของสำนักหลิง - หยุน และ เป็นผู้ได้รับชนะเลิศในงานประลองครั้งนี้



* ปรบมือ ~ ปรบมือ ~ *



ตอนนั้น ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยเสียงปรบมือ เสียงตะโกนให้กำลังใจ ชูเฟิง เพราะเด็กหนุ่มที่อยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณสามารถเอาชนะ ชายอีกคนที่อยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 3 ได้ พวกเขาไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นได้เลย ได้แต่ระบายออกด้วยการปรบมือและตะโกนเชียร์เด็กหนุ่ม



          " ชู เฟิง เจ้าเก่งที่สุด !!!! "



นอกจากเสียงของผู้คนแล้ว จู่ๆก็มีแม่นางที่งดงามผู้หนึ่ง ตะโกนเข้ามากอด ชูเฟิง บนเวทีฯ



เห็นฉากนั้นทุกคนได้แต่ต้องตกตะลึง เพราะแม่นางผู้นั้นไม่ใช่ใครนอกซะจาก ลูกสาวคนที่ 2 ของ ซูเฮิน เจ้าเมืองวิหคเพลิง แม่นาง ซูเหม่ย



           " นี่มันอะไรกัน นั้นมันท่านหญิงที่ 3 ของตะกูล ซู คุณหนูซูเหม่ย หนิ นางไม่ได้เป็นคู่หมั้นของ ซ่างกวน หย๋า หรอ แล้วทำไมถึงแนบชิดกันกับ ชูเฟิง ขนาดนั้น สองคนนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่ ? "



ผู้คนจากเมืองวิหคเพลิง ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หลังจากที่ทบทวนอยู่หลายตลบ พวกเขารู้เพียงว่าซูเหม่ยเป็นคู่หมั้นของซ่างกวน หย๋า และการแต่งงานของพวกเขาก็ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่นางกำเนิด



อย่างไรก็ตาม การกระทำของซูเหม่ย ในตอนนี้ ไม่รู้ว่าคืออะไร นางโอบกอด ชูเฟิง ต่อหน้าผู้คนมากมาย เหมือนเป็นการตบหน้า ตะกูล ซ่างกวน และ ซ่างกวน หย๋า  



          " บัดซบบบ!!! " ซ่างกวน หย๋า ที่ยืนอยู่ด้านนอกกำหมดของเขาไว้แน่น จิตสังหารถูกปล่อยออกมาภายในดวงตาของเขา เพราะ การกระทำของซูเหม่ยไม่ต้องสงสัยเลยว่านางมีความสัมพันธ์อะไรกับชายอื่นแทนที่จะเป็นเขา มันทำให้เขาเสียหน้าเป็นอย่างมาก



          " รู่เอ๋อ นี่มัน . . . . . . " ซูเฮิน สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะเขารู้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่ปกติ



          " ท่านพ่อ ท่านได้ให้สัญญากับข้าแล้วนะ ว่าตราบใดที่ ชูเฟิง เอาชนะ ติง โฉ่ว ท่านจะยกเลิกการแต่งงานระหว่างน้องเหม่ยกับซ่างกวน หย๋า และเนื่องจากการแต่งงานถูกยกเลิก ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ ทำไมท่านยังได้กังวัลความคิดของคนอื่นๆด้วยล่ะ "



          " ท่านก็เห็นความสามารถของชูเฟิงมากับตา ว่าเขาเก่งกาจแค่ไหนเขาอาจจะเก่งกว่าซ่างกวน หย๋า เลยด้วยซ้ำ มันจะดีกว่านะถ้ามอบน้องเหม่ยให้กับชูเฟิง " รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ซูรู่ เหมือนกับคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันจะจบลงเช่นไร



          " เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดนะสิ " ซูเฮิน ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ตอนนี้เขากำลังตกที่นั่งลำบาก



และในตอนนั้นเอง ซูเหม่ยก็ได้ทำเรื่องประหลาดใจต่อหน้าผู้คนทั้งเมือง ริมฝีปากสีแดงอ่อนๆของนาง จูบไปที่ปาก ชูเฟิง โดยที่ชูเฟิงไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด เห็นฉากนั้นมันยิ่งทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง


          " ไม่ไหวแล้ววว ข้าจะฆ่าไอ้เจ้าสารเลว ชูเฟิง !!! " ซ่างกวน หย๋า ไม่มีทางที่จะยอมรับได้ เปลวไฟแห่งความพิโรธถาโถมเข้าใส่ดวงใจของเขา เขาก็ตะโกนออกมาพร้อมกับตั้งท่าจะเข้าไปโจมตี



* ปักก * แต่ในตอนนั้น มีแขนแห้งๆที่ทรงพลังตบมาที่ไหล่ของซ่างกวน หย๋า คลื่นพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาหมดทางที่จะขัดขืน



          " ท่านปู่!!! "  หันหน้าขึ้นไปมอง ซ่างกวน หย๋า ถึงกับพูดไม่ออก เพราะคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา คือ ผู้เฒ่าตาบอด ผมขาว หนวดขาว คนๆนั้นคือ ผู้นำ คนปัจจุบัน ของตะกูล ซ่างกวน ซ่างกวน เยว่



          " เจ้ากำลังจะทำอะไร เจ้าคิดจะโจมตีเขาต่อหน้าของ ซูเฮิน งั้นหรอ อย่าลืมว่า ซูเฮิน คือ เจ้าเมืองวิหคเพลิงแห่งนี้ " เสียงของ ซ่างกวน เยว่ ฟังดูเยือกเย็น



          " แต่ว่า. . . . " ซ่างกวน หย๋า ได้ตาเหวี่ยงสายตาไปที่ ชูเฟิง พร้อมกัดฟันด้วยความโกรธ



         " อย่าทำอะไรโง่ๆ มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ข้ายังไม่อยากเป็นศัตรูกับตะกูล ซู " ผู้เฒ่า เยว่ พูดด้วยเสียงต่ำ



         " แล้วเราจะปล่อยมันไป โดยที่ไม่ทำอะไรงั้นหรอ " กวน หย๋า แสนจะไม่พอใจ



         " ไม่ !!! คนๆนั้นเราต้องกำจัดมันอย่างแน่นอน " ซ่างกวน เยว่ ส่ายหน้าและกล่าวอย่างเคร้งขรึม



ตอนนั้น ชูเฟิง ที่กำลังจมลงไปในความสุขของชัยชนะและจูบที่ลึกซึ้งจากซูเหม่ย หน้าแต่ทำหน้าประหลาด ในเวลานั้นพวกเขาดึงตัวเข้าหากัน เขาได้แต่โอบเอวของนางเอาไว้ขณะที่หัวเราะและกล่าว



         " แม่นาง ท่านหลงเสน่ห์ในความหล่อของข้าแล้วสินะ ถึงได้ยอมมอบกายมอบใจให้กับข้า "



         " ข้า . . . . . ข้าไปมอบกายให้กับเจ้าตอนไหน ไอ้บ้า !!! "



นางในตอนนั้นรู้สึกร้อนผ่าวขณะที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น นางคิดว่าที่นางทำก็เกินไปหน่อย ในขณะที่ถูกชูเฟิงกอดเอวเอาไว้ ใบหน้าเรียวๆเล็กๆของซูเหม่ยกลายเป็นสีชมพูด้วยความเขิน นางจึงรีบผลัก ชูเฟิง ออก



          " อ๊ากกกกกก~ ~ ~ ~ ~ "



ในตอนนั้น ติง โฉ่ว ที่กองอยู่บนพื้นก็เริ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขานิ่งสนิท เหมือนกับสิ้นแรง ในตอนท้าย ผิวของเขาซีดเผือดเป็นสีขาวหนังตาปิด ฟองสีขาวๆปะปนกับเลือดไหลออกมาจากปากของเขา เหมือนกับว่าเขากำลังจะสิ้นใจ



         " บัดซบบ!!! นี่เป็นการประลองหาผู้แพ้ - ชนะ แต่เจ้ากลับฆ่าติง โฉ่ว !!! มันถูกต้องแล้วหรอ " เจ้าเมืองวายุเมฆา รีบวิ่งออกมา ชี้หน้า ชูเฟิง ด้วยความโกรธพร้อมกับตำหนิ



          " ฮ่าๆๆๆ อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย การโจมตีของ ติง โฉ่ว หยาบช้า ยิ่งกว่า ชูเฟิง อีก หากไม่ใช่เพราะ ชูเฟิง เก่งกว่า เขาคงถูก ติง โฉ่ว ที่บ้าคลั่ง ฆ่าตายไปแล้ว "



         " ตอนนี้เจ้ากลับมาตำหนิว่าชูเฟิงฆ่าเขา แล้วตอนนี้ ติง โฉ่ว ก็ใช่ว่าจะตายสักหน่อย ไม่เห็นหรอว่าเขานอนหมดสติ ทำไมท่านไม่รีบลากเขาไปรักษา . . . " ซูเหม่ย ที่ยืนอยู่ข้างๆชูเฟิง ทำตาขวางใส่



         " . . . . . . . . . . . .  "



เจ้าเมืองวายุเมฆาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกนางตำหนิ แท้จริงที่นางพูดมาก็ถูก เขาจึงอับอาย ที่ใส่ร้าย ชูเฟิง ไม่สำเร็จ และ ยังคิดจะโจมตีเขา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านหญิงที่ 3 ของตะกูล ซู เขาได้แต่ต้องเงียบเอาไว้




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . .