วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 131 - สุสานจักรพรรดิ



          " ตะกูล ชิงหลง งั้น ชื่อของอาณาจักร ก็ตั้งจากชื่อตะกูลในยุคนั้นสินะ " ชูเฟิง ถาม



          " ถูกต้อง ชื่อของอาณาจักรทั้ง 9 ถูกตั้งมาจากตะกูลในยุคนั้น "



          " ตะกูลทั้ง 9 มีความแกร่งแกร่ง ไล่เลี่ยกัน จึงไม่มีใคร คิดจะทำสงครามกัน แต่นั้นก็ประมาณ 200 ปี ของยุคนั้น แต่หลังจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น " ซูเหม่ยกล่าว



          " เหตุการณ์ อะไรงั้นหรอ ? " ชูเฟิง ถามด้วยความอยากรู้



         ." ในปีทอง มี ทารกคนหนึ่ง ถือกำเนิดในตะกูล ชิงหลง วันนั้นมีแสงปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้า สัตว์เทพทั้ง 4 ปรากฏขึ้นในท้องฟ้าจนทำให้ทั่วทั้งดินแดนสั่นสะเทือน "



          " ทารกคนนั้น ฉลาดเกินกว่าทารกธรรมดา ตามตำนานเล่ากันว่า หนึ่งเดือนจากที่เขาเกิด เขาสามารถพูดได้ ในเดือนที่สอง เขาสามารถเดินได้ พอได้หนึ่งขวบ เขาเริ่มฝึกฝนทักษะทั้ง 4 จากสัตว์เทพ และทำความคุ้นเคยกับคัมภีร์โบราณทั้งหมด ในตอน 5 ขวบ " ซูเหม่ยกล่าว



          " เจ้าเด็กนั้นอัจฉริยะเกินไปแล้ว !!! " ชูเฟิงตกใจอย่างมาก กับการเจริญเติบโตของทารกคนนั้นที่เกินกว่าคนทั่วๆไป



          " นั้นยังไม่เท่าไหร่ ที่สำคัญคือตอนที่เขา 7 ขวบ โครงสร้างของร่างกายของเขานับว่าวิเศษที่สุด ขณะนั้นร่างกายของเขาเทียบได้กับคนที่มี อายุ 12 ดังนั้น เมื่อตอนที่มีอายุ 7 ขวบ เขาจึงเริ่มใช้พลังวิญญาณ "



           " แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเวลาที่เขาใช้พลังวิญญาณนี่แหละ เขาเข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณตอน 9 ขวบ เข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้ ตอนอายุ 11 และ ทะลวงอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ ตอนอายุ 13 และก้าวข้ามประมุขของทั้ง 9 อาณาจักร "



          " เขาเข้าสู่อาณาจักรวิญญาณสวรรค์ตอนอายุ 13 และอยู่เหนือทั้ง 9 อาณาจักรงั้นหรอ ? "



เป็นอีกครั้งที่ ชูเฟิง ตกใจ จนถึงตอนนี้ มีแค่ไม่กี่คนที่ก้าวถึงจุดสูงสุดของอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ แต่ที่น่ากลัวก็คือเด็กคนนั้นมีอายุแค่ 13



ชูเฟิง อายุ 15 แต่มีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 ห้วงวิญญาณ ยังถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะ แต่นี้เขาสามารถทะลวงอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ ตอนที่อายุ 13 นั้นนับว่าสุดยอดจนแทบไม่น่าเชื่อ หาก ชูเฟิง เทียบกับคนๆแล้ว เขากลายเป็นคนธรรมดาไปเลย



          " ถูกต้อง เขาแกร่งมาก เจ้าเทียบเขาไม่ได้หรอก เมื่อตอนเขาอายุ 15 เขาสร้างโลกที่สมบูรณ์ของการฝึกฝนพลังวิญญาณ "



         " สร้างโลกที่สมบูรณ์ของการฝึกฝนพลังวิญญาณ ? "




         " เขาอาจจะเหมือนเทพที่ลงมาจุติเลยแหละ พลังของเขาสามารถเคลื่อนย้ายเขาได้ทั้งลูก ทำให้พื้นดินกลายเป็นมหาสมุทร แค่เพียงขยับมือ เขาก็สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ ยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตแล้ว ก็เหมือนกับการ เหยียบมด นั้นแหละ เขาเปรียบดั่งเทพของโลกนี้อย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในกำมือของเขา เหมือนกับผู้คุมชะตากรรม  ผู้คนต่างเรียกเขาว่า " เทพแห่งสงคราม "



          " เทพแห่งสงคราม หลังจากที่เข้าสู่อาณาจักรวิญญาณสวรรค์แล้วเขายังทำให้ทั้งดินแดนเต็มไปด้วยผู้ใช้พลังวิญญาณงั้นหรอ " ชูเฟิง ประหลาดใจอย่างมาก ได้แต่ถามออกไปด้วยความอยากรู้ " เขามีนามว่าอะไร ? "



          " เขามีนามว่า ชิงหลง เทียน " ซูเหม่ยตอบ



          " ชิงหลง เทียน " ชูเฟิงจะจดจำชื่อของเขาไว้ไม่มีลืม เขาคืออัจฉริยะที่แท้จริง และเป็นบุคคลที่ร้ายกาจที่สุด



          " ชิงหลง เทียน เป็นคนที่แกร่งที่สุดที่เคยปรากฏในอาณาจักรทั้ง 9 แต่เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว และอีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นกับ อาณาจักรทั้ง 9 จึงแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้



         " แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ หลังจากที่ ชิงหลง เทียน ได้ทำให้ทั่วทั้งดินแดนเต็มไปด้วยผู้ใช้พลังวิญญาณ เขาก็หายตัวไป หลายคนต่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงหายตัวไป บางก็พูดกันว่า ที่เขาออกไปเพราะเขาไม่สนใจอาณาจักรทั้ง 9 อีกต่อไป "



         " ส่วนบางคนก็พูดกันว่าการต่อสู้ของเขาไปฝืนกฏสวรรค์ โดยทำลายสมดุลกฏของการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ และได้ ตาย ไปในที่สุด และชื่อของเขา ก็ถูกเรียกขานกันต่อๆกันมาว่า เทพแห่งสงคราม นั่นก็เป็นชื่อที่เหมาะสมดี "



         " เขาตายแล้วจริงๆหรอ คนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นจะตายได้ยังไง ? " ชูเฟิง แทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นจะตาย หรือว่าบางคนพูดเอง เออเอง ?



         " เขาได้ตายอย่างแน่นอน ตาม ตำนานบอกต่อกันมาว่า ตอนนั้นเขารู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่นาน ดังนั้น ก่อนที่เขาจะตายจึงได้สร้างสุสานให้ตัวเองขึ้นมา สุสานแห่งนั้นมีทางเข้าอยู่ในอาณาจักรมังกรฟ้า แต่ทางเข้าทั้งหมดมีอยู่ 4 ทาง ทางเข้าของมันก็ถูกตั้งตามชื่อ ได้แก่ มังกรฟ้า(青龍 ชิงหลง) พยัคย์ขาว (白虎 ไป๋หู่) วิหคเพลิง (朱雀 จูเชว่) และ เต่าทมิฬ (玄武 เสวียนอู่)



         "  4 ทางเข้าพวกนี่มัน "



ชูเฟิง เข้าใจในทันที เขาเคยพบกับ สองทางเข้าที่ไปสู่สุสานแห่งนั้นมาแล้ว ทางเข้าแห่งที่หนึ่งอยู่บนเทือกเขาโอสถวิญญาณของสำนักมังกรฟ้า  ทางเข้าแห่งที่สองคือหลุมที่เขาพึ่งลงไปในตอนที่ไปล่า เขา - วิญญาณ ที่เมือง วิหคเพลิง แต่ยังไงก็ตาม มันยังมีอีกสองแห่ง นั้นหมายความว่า ยังมีทางเข้าสุสานที่น่ากลัวอีกสองแห่งภายในอาณาจักรมังกรฟ้าที่เขายังไม่เคยพบ



          " ใช่แล้ว หนึ่งในทางเข้า อยู่ในป่าต้องสาปของเมืองวิหคเพลิงแห่งนี้ "



          " นอกจากนั้น ยังมี ทางเข้า อีกทางในภูเขาแห่งหนึ่งของสำนักมังกรฟ้า และ หุบเขา - พยัคฆ์ขาว และ เมือง เต่าทมิฬ ของตะกูล กง ลู่หยุน ที่เป็นเจ้าเมืองที่นั้น " ซูเหม่ยอธิบาย 





          " หมายความว่า กง ลู่หยุน และ พวกเจ้า ไปสำนักมังกรฟ้าเพื่อชิงสุสานของ ชิงหลง เทียน สินะ ? "



          " สุสานของ ชิงหลง เทียน เต็มไปด้วยกลไกมากมาย ไม่ใข่สิ่งที่พวกเราสามารถเข้าไปได้หรอก แต่ ตะกูล ซู ของข้าพบความจริงว่า ทำไมผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า ถึงได้กลายเป็นบุคคลที่ร้ายกาจที่สุดในอาณาจักรเมื่อหลายปีก่อน มันเป็นเพราะว่าเขาสามารถเข้าไปในสุสานของ ชิงหลง เทียน และได้รับสมบัติบางอย่าง "



          " เมื่อเขาประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทักษะบางอย่าง เขาก็ออกมาจากภูเขา และได้กลายเป็นที่รู้จักทั่วทั้งอาณาจักรมังกรฟ้า  จากนั้นเขาก็ได้สร้างสำนักมังกรฟ้าขึ้นมาบนหุบเขามังกรฟ้า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ ชิงหลง เทียน "



          " แม้ว่าชื่อเสียงของสำนักมังกรฟ้าจะลดลงอย่างมากจนผู้คนไม่สนใจ แน่นอนว่าพวกเราเข้าไป เป็นเพราะทักษะของผู้ก่่อตั้งมังกรฟ้าที่เขาเคยฝึกฝน และยังมีความเป็นไปได้ว่ามันยังอยู่ภายในสำนักมังกรฟ้า "


      
          " นี้คือเหตุผลที่พวกเราสองพี่น้องเลือกที่จะเข้าสำนักมังกรฟ้า สำหรับ กง ลู่ หยุน ที่เข้ามายังสำนักแห่งนี้ข้าแน่ใจว่าเขากับตะกูลคงจะรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน และที่เขาเลือกจะอาศัยอยู่ในสำนักมังกรฟ้าแทนที่จะเป็นเมืองเต่าทมิฬก็คงเพราะเหตุผลเดียวกับพวกเรา " ซูเหม่ย อย่างจริงจัง



          " เป็นเช่นนี้เอง!!! " เมื่อชูเฟิง รู้ความจริงทุกอย่างเขาสุดแสนจะตื่นเต้น ไม่เคยนึกเลยว่า ทางเข้าสุสานปีศาจทั้ง 4 จะตั้งอยู่ในอาณาจักร มังกรฟ้า



ตอนนี้เขายังไม่ได้สำรวจรอบๆเขาของสำนักมังกรฟ้าและในป่าของเมืองวิหคเพลิง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไป หลังจากที่เขาบุกสุสานของเมืองวิหคเพลิงแล้ว บางทีเขาอาจจะไปบุกสุสานที่เหลืออีก 2 แห่ง 



          " อย่าให้ความลับนี้หลุดออกไปล่ะ หาก สำนักหลิง - หยุน หรือ เจ้าเมือง กิเลนฯ รู้เรื่องนี้ละก็ หายนะได้เกิดแน่ๆ "



          " มันอาจจะกระทบไปถึง ราชวงค์เจียงเลยก็ได้ หากพวกเขารู้เรื่องนี้ มีหรือพวกเขาจะไม่ลงมือ จากนั้นก็คงมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และพวกเราคงจะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น " ซูเหม่ย เตือน



          " ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ " ชูเฟิง ยกมือให้สัญญาพร้อมกับ หัวเราะและกล่าวอีกครั้ง " นี่หรือว่าเจ้าจะตกหลุมรักข้าจริงๆ ถึงได้ยอมบอกความลับที่สำคัญเช่นนี้กับข้า ไหนๆก็ไหนๆและ เรามาทำอะไรกันสนุกๆดีกว่า "



          " เจ้านี่ . . . . . . มัน ไร้ยางอายที่สุด!!! ใครมันจะคิดเรื่องแบบนั้น "  หลังจากที่ ชูเฟิง พูดเช่นนั้น ใบหน้าของซูเหม่ยจากสีขาว กลายเป็น สีแดงทันที นางรีบผลักประตูออกแล้ววิ่งหนีไป จากนั้นก็ชี้มาที่ชูเฟิง และกล่าว " นั้นเป็นห้องของเจ้า ถ้าไม่มีเรื่องอะไร ก็อย่างวิ่งไปมามั่วซั่วล่ะ "



          " ฮ่าๆๆ แม่นาง คนนั้นถึงกับหน้าแดงทีเดียว " เห็นท่าทางของซูเหม่ย ชูเฟิง หัวเราะและกล่าว



          " นี่เจ้าง่าว เจ้านี้มันโชคดีจริงๆ " ในเวลานั้น จู่ๆก็มีเสียงเทพธิดา ดังขึ้นมา เสียงของนางบ่งบอกว่านางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น



          " ข้ารู้ ทางเข้าสองสุสานปีศาจแล้วเราจะไปลุยเลยดีไม๊ " ชูเฟิงยิ้มและถาม



          " ฮ่าๆๆๆ สุสานปีศาจงั้นหรอ สุสานพวกนั้นมีทางเชื่อมต่อกันยาวถึงครึ่งหนึ่งของอาณาจักรมังกรฟ้าเลยนะ " เทพธิดากล่าวอย่างเหยียดหยัน



           " ท่านหมายความว่าไง ? "



           " ถ้าหากมันมี สัตว์เทพทั้ง 4 เฝ้าอยู่จริงๆ เราไม่เรียกว่า สุสานปีศาจแล้ว เราจะเรียกมันว่า สุสานจักรพรรดิ "



แปลยากสุดๆ!!!!
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .