วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 139 - ล้อมโจมตี



กลุ่มชายตัวใหญ่เข้ามาล้อม ชูเฟิง เอาไว้เพื่อไม่ให้เขาหนี เขาสามารถบอกได้เลยว่าคนพวกนี้คิดจะทำอะไร ถึงได้มาดักรอเขาทางที่เขาจะผ่าน


  
          " บ้าจริง!!! พวกมันอยากตายมากใช่มั๊ย ? " ชูเฟิง สบถในใจ



ก่อนหน้านี้ ชูเฟิง ถามคนเสี่ยวเอ้อคนหนึ่ง ว่าทางลัดไปหุบเขา - พยัคฆ์ขาว ไปทางไหน แต่ไม่นึกเลยว่าคนๆนั้นจะยอมขายข้อมูล เมื่อคนพวกนี้รู้ข่าวพวกมันจึงอ้อมมาดักรอ ชูเฟิง 



          " ฮ่าๆ เจ้ากล้ามากที่แย่งม้าหัวหน้าของพวกเรา "



ชายคนนั้นมีดาบใหญ่ ถือแนบไว้ที่ลำตัว เขากำลังเดินเข้าด้านหน้าของชูเฟิง ด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว ดูเหมือนว่าคนพวกนี้คงจะไม่ปล่อยให้เขารอดไปได้ง่ายๆ



สำหรับ ชูเฟิง ไม่เคยเห็นคนกลุ่มนี้อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ นอกจากชายตัวใหญ่ ที่มีพลังอยู่ในระดับ 9 ห้วงวิญญาณ คนอื่นๆล้วนมีฝีมือไม่เอาไหน แต่กับมารนหาที่ตาย ที่คิดจะปล้นคนแบบ ชูเฟิง



           " นั้นมัน . . . . " ในตอนนั้น ชูเฟิง ขมวดคิ้วลง พร้อมกับหันหน้าไปมอง



เขามองเห็นฝุ่นที่ลอยฟุ่งพร้อมกับม้าหลายสิบตัววิ่งตรงหาเขา ม้าทุกตัวล้วนแต่เป็นม้าชั้นยอด ไม่ได้ด้อยไปกว่าม้าเหงื่อโลหิต พวกมันคงจะถูกการฝึกมาเป็นอย่างดี



คนที่ขี่มันก็ไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าที่ดูหรูหรา พลังวิญญาณของพวกเขาก็นับว่าไม่เลว ในกลุ่มคนพวกนั้น ระดับพลังวิญญาณต่ำสุด อยู่ที่ระดับ 4 กำเนิดวิญญาณ แม้แต่กลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณก็ยังอยู่ในคนกลุ่มนั่น แม้ว่ามันจะเป็นแค่ระดับ 1 ก็ตาม แต่ไม่ผิดแน่



          " นี่ . . . . . . . "



กลุ่มคนขี่ม้าทำให้พวกชายตัวใหญ่ รีบซ่อนดาบไว้ด้านหลังของพวกเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาก็หลบออกข้างทางพร้อมกับมีท่าที สงบเสงี่ยม



มันเป็นเพราะว่าพวกเขากลัวคนกลุ่มนั้นเห็น ว่าเขากำลังปล้นเด็กหนุ่ม หากคนกลุ่มนั้นเป็นองครักษ์จากเมืองวิหคเพลิง พวกเขาอาจต้องถูกฆ่าตาย



ชูเฟิง ยังคงยืนอย่างสงบ มองกลุ่มคนที่กำลังขี่ม้า เขาต้องการรอให้คนพวกนั้นผ่านไป จากนั้นค่อยลงมือจัดการกับพรรคพวกของชายตัวใหญ่



แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนที่ขี่ม้าเข้ามาล้อมรอบ ชูเฟิง กับ ชายตัวใหญ่ ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ที่ขี่ม้าสีขาว จ้องมอง ชูเฟิง อย่างเย็นชา และกล่าว



          " เจ้านี่ฉลาดไม่เบา ที่เลือกจะออกจากเมืองวิหคเพลิงในตอนกลางคืน แต่เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าจะหนีรอดจากสื่งที่เจ้าทำไว้ ? "



          " เจ้าเป็นใคร ข้าจำไม่เคยได้ว่าไปทำอะไรให้เจ้า " ชูเฟิง เริ่มตรวจสอบชายหนุ่มรูปงามคนนั้น แล้วพบว่าเขาอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณ ระดับ 8



แต่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ด้านหลังของเขา ยังดูน่ากลัวกว่าซะอีก เขาเป็นชายวัยกลางคน ที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 1 



          " โอ้ว เจ้าจำข้าไม่ได้งั้นหรอ ได้!!!ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ ข้า ซ่างกวน หย๋า คู่หมั้นของ ซูเหม่ย . . . . ทีนี้เจ้าคงรู้จักแล้วสินะ " ซ่างกวน หย๋า พูดขณะที่สายตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร



          " คู่หมั้น . . . ? ซูเหม่ยไปหมั้นกับคนแบบท่าน ตอนไหน . . . . ข้าไม่เคยได้ยินนางพูดมาก่อน หรือว่าท่านคิดเองฝ่ายเดียว ? "



ตาของ ชูเฟิง แคบลงพร้อมความเยือกเย็นที่ปรากฏออกมา แม้ว่าเขาจะมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาก็ไม่ใส่ใจ แต่หลังจากที่ได้ยินเขาบอกว่าเป็นคู่หมั้นของซูเหม่ย มันทำให้ ชูเฟิง โกรธอย่างมาก



เป็นเพราะว่า ชูเฟิง นั้นมีความรู้สึกดีๆต่อซูเหม่ย และ ซูเหม่ยเองก็ยังรักเขา แม้ว่าทั้งสองคนจะยังไม่มีใครสารภาพ แต่ในใจของ ชูเฟิง คิดว่าซูเหม่ย เป็นของเขามาตลอด แล้วเขาจะทนได้ยังไงที่มีผู้อื่นมาเรียกตัวเองว่าเป็น คู่หมั้น ของ ซูเหม่ย . . . .  



          " หืมม การแต่งงานระหว่างข้ากับซูเหม่ยถูกกำหนดไว้เมื่อหลายปีก่อน เรื่องนี้ทุกคนในเมืองวิหคเพลิง ต่างก็รู้  " ซ่างกวน หย๋า พูดอย่างมั่นใจ เห็นได้ชัดว่าเขาชอบซูเหม่ย



          " น้องชาย ไม่ต้องมัวไปพูดกับคนที่กำลังจะตายให่เสียเวลา รีบๆฆ่าเขาเลยดีกว่า !!! " ในตอนนั้น ชายที่อยู่ด้านหลังของ ซ่างกวน หย๋า ก็พูดขึ้นมา



ชายวัยกลางคนผู้นั้น มีนามว่า ซ่างกวน เถียน เป็นพี่ชายของ ซ่างกวน หย๋า เมื่อตอนอายุ 30 เข้าพึ่งจะเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ แม้ว่าสถานะของเขาจะด้วยกว่า กวน หย๋า แต่พลังวิญญาณของก็นับว่าไม่เลว และเขาก็ยังมีบทบาทในตะกูล ซ่างกวน



          " พี่ชาย พูดก็ถูก คนที่กำลังเผชิญกับความตาย จะมัวไปเสียเวลาทำไม " ซ่างกวน หย๋า ยิ้มและตอบ แม้ว่าเขาจะมีสถานะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของตะกูลซ่างกวน เขาก็ยังให้ความเคารพต่อพี่ชายของเขา



          " งั้นก็ ฆ่ามัน!!! " กวน เถียน พูดอย่างเย็นชา แต่เขายืนอยู่เฉยๆ เพราะเขารู้สึกว่า ชูเฟิง ไม่คู่ควรขนาดที่เขาจะต้องลงมือ



หลังจากที่เขาพูดจบ ผู้เชี่ยวชาญหลายสิบคนพร้อมกับซ่างกวน หย๋า เข้าโจมตีชูเฟิงพร้อมกัน แม้แต่กลุ่มคนของชายตัวใหญ่ ยังถูกลูกหลงไปด้วย ภายในพริบตาพวกของเขาหลายคนล้มตายลงบนพื้น



          " คุณชาย อย่าฆ่าข้าเลย ข้าไม่เกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มคนนี้ " ชายตัวหวาดกลัวอย่างมาก เขาไม่เคยนึกเลยว่า ชูเฟิง จะมีศัตรูเช่นนี้ พวกเขาหลายคนถูกฆ่าภายในพริบตา ดูจากความแข็งแกร่งและพลังวิญญาณของพวกเขา ชัดเจนแล้วว่าสถานะของพวกเขาไม่ธรรมดา



ถ้าพวกเขารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับ ชูเฟิง เขาคงไม่กล้ามาปล้น นี้เพียงไม่แต่การปล้นจะล้มเหลว พวกเขายังต้องมาตายอีกด้วย



          " แล้วทำไมข้าถึงต้องปล่อยคนที่รู้เรื่องนี้ไปล่ะ " ผู้เชี่ยวชาญ ซัดไปที่ขมับของชายตัวใหญ่จนทำให้สมองของเขาระเบิดออกมา ดับอย่างน่าอนาถ



หลังจากที่ฆ่าพรรคพวกและชายตัวใหญ่เรียบร้อย พวกเขาก็เข้ามาล้อม ชูเฟิง เพื่อไม่ให้เขาหนี เห็นได้ชัดว่าพวกเขาวางแผน ตั้งใจจะมาฆ่า ชูเฟิง แต่แรก



          " จะฆ่าข้างั้นหรอ ข้าเกรงว่าพวกเจ้าจะไม่มีปัญญา!!! "



ชูเฟิงเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี เขาจึงกระโดดขึ้นม้า พร้อมกับควบมันฝ่าออกไป ทันใดนั้น มีชายสองคน รีบมาขัดขวางทางหนีของเขา



           " เจ้าคิดจะไปไหน ? "



สองคนนั้นเข้ามาโจมตีในเวลาเดียวกัน พวกเขาไม่ได้ใช้ทักษะการต่อสู้โดยเข้ามาโจมตีตรงๆ พวกเขาเหวี่ยงหมัดออกมา จนเกิดเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นฝ่ากระแสลม พุ่งเข้ามาหาชูเฟิง



          " หืมม. . . "



ชูเฟิง ยังคงยืนนิ่ง แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับการโจมตีของพวกเขา จากนั้นสายฟ้าฯสีทองก็เกิดประกายแสงออกมาจากดวงตา พร้อมกับการป้องกันที่มาจากแหล่งกำเนิดวิญญาณ พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นจนเข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณ ระดับ 2 จากนั้นเขาก็ปัดหมัดทั้งสองออกไป



ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิง กำมือทั้งสองข้างของเขา พร้อมกับควบคุมแสงทองให้ยาวออกมาเหมือนดาบคู่ จากนั้นชูเฟิงก็เหวี่ยงแขนผ่านอากาศ ใส่สองผู้เชี่ยวชาญระดับ 5 กำเนิดวิญญาณ จนทำให้ตัวและหัวพวกเขาแยกออกจากกัน



* ซึบบ!!! * หลังจากที่ ชูเฟิง ตัดศีรษะของสองคนนั้น ทางจึงถูกเปิดออก จากนั้นเขาก็รีบขี่ม้าเหงื่อโลหิตฝ่ามันออกไป 





///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป. . . . . . . . . .