วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 144 - มู่หรง เสียวเหยา


เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า คบเพลิงถูกจุดขึ้นทั่วทั้งหุบเขา ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมัว



เหล่าชายหนุ่มและหญิงสาว ที่มีคุณสมบัติผ่านการทดสอบ พวกเขาก็ได้เป็น ผู้รับใช้ ของหุบเขา - พยัคฆ์ขาว ซึ่งถือเป็น สมาชิกส่วนหนึ่งของหุบเขา - พยัคฆ์ฯ



มีแต่ หวัง หลิน และ ชูเฟิง ที่ยังไม่ออกมาจากภายในเต็นท์ จนทำให้ชายตัวใหญ่และชายชรา เริ่มเป็นกังวล



หลังจากที่เห็นฉากเมื่อกี้ที่ผู้เฒ่าปฏิบัติต่อชูเฟิง พวกเขาที่เอาแต่เยาะเย้ย ชูเฟิง ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกอับอายขายหน้าที่คิดว่าเขาเป็นแค่ไอ้บ้านนอกคนหนึ่ง  และเริ่มกงวัลว่า ชูเฟิง จะทำอะไร หวัง หลิน



พวกเขาทุกคนที่อยู่รอบๆสามารถบอกได้ว่า ผู้จัดการ จาง มีความประทับใจต่อ ชูเฟิง ไม่งั้นเขาคงไม่ยอมฝ่าฝืนกฏ ยอมให้คนนอกโจมตีคนจากหุบเขา - พยัคฆ์ฯเป็นแน่



          " ลุง จ้าว ลุง หลิว อย่างไรก็ตาม เมื่อหวัง หลิน ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา ความกังวลก็พัดหายไปเหมือนก้อนเมฆ



          " คุณหนู ท่านผ่านแล้ว!!! " ชายตัวใหญ่ก้มมองสัญลักษณ์ผู้รับใช้บนหน้าอกของ หวัง หลิน พวกเขาแสนจะดีใจและตื่นเต้น หลังจากที่คนที่ได้รับชุดคนของหุบเขา - พยัคฆ์หมายถึงการฝึกฝนทักษะพลังวิญญาณก็จะราบรื่น



          " ไร้สาระ คุณหนูของเราเก่งกาจจะตาย ไม่มีเหตุผลที่นางจะไม่ผ่าน " ชายชราหัวเราะ เพราะเขารู้สึกมีความสุขกับหวัง หลิน จากก้นบึ้งของหัวใจ



แม้ว่าสถานการณ์ของตะกูลหวัง หลิน จะดีระดับที่ว่ามีกินมีใช้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับการได้เป็นคนของ หุบเขา - พยัคฆ์ หากนางได้กลายเป็น ผู้รับใช้ นางก็พอจะมีสถานะตำแหน่ง อยู่ในระดับหนึ่ง



ดังนั้น พวกเขาจึงไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะต้องอายและไม่คิดว่าตัวเองต้อยต่ำเปรียบเหมือนกับเป็นทาส  แต่พวกเขากับรู้สึกภาคภูมิใจ เหมือนกับได้เป็นศิษย์จากสำนักคนหนึ่งมากกว่า



           " หวัง หลิน ดูเหมือนว่าข้ากับท่านต้องจากกันตรงนี้ ข้าขอขอบคุณที่นำทางมาส่งข้าถึงนี่ " ในตอนนั่น ชูเฟิง เดินเข้ามา



           " อย่าได้กล่าวเยี่ยงนั้น หากข้าไม่ได้ท่าน ข้าคงไม่อาจผ่านการสอบในวันนี้ " หวังหลิน ทำหน้าอายนิดๆ



          " ตกลง ท่านไม่ต้องสุภาพกับข้าก็ได้ ตอนนี้เราอยู่ในหุบเขา - พยัคฆ์ บางทีเราอาจจะได้พบกันอีก " ชูเฟิงยิ้มพร้อมกับโบกมือลา ก่อนที่จะหันหลังจากไป ตรงบริเวณที่ผู้จัดการ จาง ยืนรอ อยู่



เมื่อชายชราและชายตัวใหญ่เห็นสัญลักษณ์ผู้รับใช้ บนหน้าอกของ ชูเฟิง พวกเขาที่ยืนอยู่ต่างมองไปอย่างไร้จุดหมายและความประหลาดใจปรากฏทั่วทั้งใบหน้าของพวกเขา



หลังจากคิดดีๆ พวกเขาก็คิดตามความรู้สึกที่เห็นและกล่าว " ที่เขาผ่านได้เป็นผู้รับใช้ และสามารถเอาชนะ ผู้รับใช้พวกนั่นได้เขาคงมีพลังวิญญาณอย่างน้อย อยู่ในระดับ 4 ห้วงวิญญาณใช่ไหม ? "



             " เอ๋ๆ "  หวัง หลิน ยิ้มเบาๆและกล่าว " ถูกต้อง หินสีดำขนาดใหญที่ใช้ในการทดสอบ แตกละเอียดด้วยเพียงการชกในครั้งเดียว แม้แต่ผู้จัดการ จาง ยังถอนหายใจด้วยความชื่นชม "



             " ข้าคิดว่าในอนาคตเขาต้องมีสถานะตำแหน่งไม่ธรรมดาแน่ๆ หากยังคงอยู่ใน หุบเขา - พยัคฆ์ คราวนี้ เราจะไปตัดสินและดูถูกใคร จากภายนอกมิได้แล้ว "



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ หวัง หลิน ชายตัวใหญ่และชายชราเริ่มรู้สึกอับอายมากกว่าเก่า พวกเขาคิดว่าที่ชูเฟิงทำ อาจจะรนหาที่ตาย แต่ถูกอย่างกลับตาลปัด



ในตอนนี้ ด้วยความสามารถพิเศษของ ชูเฟิง ไม่เพียงทำให้เขาสามารถเข้าไปยังหุบเขา - พยัคฆ์ฯได้สำเร็จ แน่นอนว่าเขาต้องกลายเป็นคนชื่อเสียงและมีสถานะตำแหน่งในอนาคต มันจะเกิดขึ้นในตอนไหนนั้นก็เป็นเรื่องของเวลา



ดังนั้น การกระทำของพวกเขาในตอนนี้นั้นถือว่าทำผิดต่ออนาคตของพวกเขาอย่างมหันต์ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะเสียมิตรสหาย อย่าง ชูเฟิง พวกเขายังกลัวว่า ชูเฟิง จะกลับมาแก้แค้นในอนาคต



           " ไม่ต้องกังหรอกพวกท่าน เขาไม่ใช่คนใจแตบ " เห็นความกังวลของพวกเขา หวัง หลิน จึงได้แต่ปลอบใจ



           " นั่นสินะ ดูเหมือนว่าคนเราจะตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้จริงๆ " ในตอนนั้นชายชรา กับ ชายตัวใหญ่ ต่างมีท่าทีสงบเสงี่ยมลง



ลำไส้ของพวกเขาในตอนนั้นแสนจะปั่นป่วน ด้วยความสำนึก พวกเขาไม่คิดว่า ชูเฟิง จะเป็นอัจฉริยะขนาดนี้ พวกเขาที่ไปดูถูกเยาะเย้ยชูเฟิง ตอนนี้พวกเขาก็พร้อมน้อมรับกับผลที่จะตามมา



พวกเขาพบว่า ชูเฟิง อยู่ในระดับ 4 ห้วงวิญญาณ นั่นเพราะชูเฟิง ปกปิด พลังที่แท้จริงของเขาเอาไว้ พลังจริงๆของเขาอยู่ในระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ หากมีใครรู้พวกเขาจะต้องสงสัยและสืบความเป็นมา



หลังจากที่อำลา หวัง หลิน ชูเฟิง และอีกกลุ่มได้ถูกนำทางไปยังภายในหุบเขา - พยัคฆ์ แต่เนื่องจากสถานะตำแหน่งที่ต่างกัน แน่นอนว่าสถานที่พักอาศัยของพวกเขาก็แตกต่างกันไป



ภายในหุบเขา - พยัคฆ์ฯ ภายใน เต็มไปด้วย ตำหนัก อาคาร มากมาย นับไม่ถ้วน มีบ้านพักหลังเล็กๆ เป็นที่พักอาศัยของเหล่า ผู้รับใช้ นี่เป็นสถานที่พักสำหรับ ชูเฟิง ในคืนนี้



            " ข้าไม่เคยนึกเลยว่าจะแอบเข้ามาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ "



ชูเฟิง นั่งไขว้ขาอยู่บนเตียง พร้อมกับเหลือบมองสัญลักษณ์ผู้รับใช้บนหน้าอก ในนั่นมีคัมภีร์อยู่เล่มหนึ่ง


มันคือ ทักษะการต่อสู้ ระดับ 2 โดยถูก ผู้จัดการ จาง นำมาใส่ไว้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แม้แต่ผู้รับใช้ของหุบเขา-พยัคฆ์ การที่จะได้รับอนุญาติให้สามารถฝึกฝนทักษะการต่อสู้ ต้องมาเป็นผู้รับใช้ในระยะเวลาหนึ่ง



หาได้ยากมากที่คนจะพึ่งเข้ามาเป็นผู้รับใช้แล้วจะได้รับทักษะการต่อสู้ แบบ ชูเฟิง ที่พึ่งเข้ามาในหุบเขา-พยัคฆ์โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบความเป็นมา



แต่ ชูเฟิง นั้นไม่ต้องการฝึก ทักษะระดับ 2 ในตอนนี้ เพราะปัจจุบันเขาก็เหนื่อยแสนเหนื่อย เขาทิ้งตัวลงบนเตียง จากนั้นก็เผลอหลับไป



จากนั้น ชูเฟิง ก็พยายามปกปิดตัวเอง อยู่ในหุบเขา - พยัคฆ์ ภายไปแล้ว 10 วัน แม้ว่าเขาจะมีสถานะ เป็น ผู้รับใช้ แต่เขาก็ถูกจัดอยู่ในระดับสูง ชูเฟิง ไม่ต้องมาทำงาน เหมือนอย่างคนส่วนใหญ่ คนที่ทำงานมีแค่ผู้รับใช้ระดับ กลาง และ ผู้รับใช้ระดับ ล่าง



ชูเฟิง จึงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความลับของหุบเขา - พยัคฆ์ขาว เป็นเวลา 10 วัน ชูเฟิงจึงได้ข้อมูลมาส่วนหนึ่ง และเข้าใจความเป็นมาของ หุบเขา - พยัคฆ์ขาว



หุบเขาพยัคฆ์ขาว มีประวัติความเป็นมามากว่า 500 ปี ในเรื่องของอำนาจ ไม่ได้แย่ไปกว่าเหล่าสำนักต่างๆ ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จัดว่าไม่ธรรมดา มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนอาศัยอยู่ แต่เนื่องจากมันเป็นสถานที่ค่อนข้างไกล คนในอาณาจักรมังกรฟ้าจึงน้อยมาก ที่จะรู้ว่าสถานที่นี้เป็นยังไง มีแต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่นี้เท่านั้นที่รู้



ในช่วงเวลา 500 ปีก่อน ยังไม่มีเมืองที่เรียกว่า หุบเขาพยัคฆ์ฯ ในตอนนั้น ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปทั่วทุกสารทิศบริเวณเทือกเขารอบๆอาณาจักร ที่ๆมีทรัพยากรหลงเหลือ และอยู่มาวันหนึ่งพวกเขาก็พบปัญหาในการเดินทางพวกเขาไม่สามารถเดินทางออกจากเทือกเขาได้เลย พวกเขาจึงต้องปักรากฐานอยู่ที่แห่งนี้



ในตอนนั้น ของช่วงภูเขาพยัคฆ์ขาวมีอยู่ครอบครัวหนึ่งมีบุคคลที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ โดยที่ครอบครัวธรรมดาๆไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยหากไม่ได้รับการส่งต่อจากตะกูลที่เป็นผู้ครอบครองทักษะยุทธ



เขาก็คือผู้สร้าง หุบเขา - พยัคฆ์ขาว มู่หรง เสียวเหยา ที่เกิดในครอบครัวของชาวบ้านธรรมดา ในตอนที่เขาโตเป็นหนุ่ม เขาไม่อาจทนอยู่กับการใช้ชีวิตที่ไร้ค่าแบบนี้ต่อไปได้ เขาจึงแอบเข้าไปเป็นคนใช้ของตะกูลที่ครอบครองทักษะยุทธ เขาแอบคบกับหญิงสาวจากตะกูลนั้น จากนั้นนางก็ยอมสอนทักษะการต่อสู้และยังถ่ายทอดทักษะลับให้กับเขาอีก



แต่เมื่อความลับของ มู่หรง เสียวเหยา ถูกเปิดเผย ตะกูลนั้นก็ส่งคนตามล่าตัวเขา ในตอนท้าย เขาถูกบังคับให้หนีเข้าไปยังพื้นที่ต้องห้าม



ตอนนั้นทุกคนต่างคิดว่า มู่หรง เสี่ยวเหยา ได้ตายไปแล้ว ใน 5 ปีต่อมา จู่ๆเขาก็เดินออกมาจากพื้นที่ต้องห้ามและได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ร้ายกาจที่สุดในยุคนั้น ที่ๆเขาไปก็คือภายในพื้นที่ต้องห้ามของหุบเขา - พยัคฆ์ขาว



เมื่อ มู่หรง เสียวเหยา ออกมาจากที่นั้น และพบว่าคนรักของเขาได้ถูกฆ่าตายโดยฝีมือของคนในครอบครัว ด้วยความโกรธเขาจึงฆ่าพวกนั้นทั้งหมด จากนั้นเขาก็เดินทางกลับมา สร้าง หุบเขา - พยัคฆ์ขาว



หลังจากที่หุบเขา - พยัคฆ์ขาว ได้ถูกก่อตั้ง เขาก็ได้กลายเป็นประมุขของหุบเขานั้น แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจากโลกภายนอกยังเข้าร่วมกับ หุบเขา - พยัคฆ์ขาว จากนั้น มู่หรง เสียวเหยา ได้กระจายข่าวเรื่องจะสอนทักษะการต่อสู้ให้กับคนธรรมดาเพื่อเปลี่ยนแปลงหุบเขา - พยัคฆ์ขาวให้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเส้นทางแห่งการต่อสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่ต้องเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ทำนา ทำไร่




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . . . . . . . .