วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 146 - นักฆ่าในป่า



หญิงสาวที่มีผิวขาวเนียนเหมือนดาราเกาหลี  แม้ว่าน่าตาของนางอาจไม่เรียกว่าเป็นหญิงงามอันดับ 1 แต่ลักษณะของนางก็ดูไม่เหมือนใคร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทรวดทรงด้านบนและด้านล่างของนาง ที่อยู่ในวัยกำลังพอดี นอกจากขาที่ดูเรียวยาว รูปร่างของนางเปรียบได้กับปีศาจจิ้งจอกอย่างแม่นาง ซูรู่



ชูเฟิง จึงไม่อาจละสายออกจากรูปร่างดังกล่าวได้เลย ยิ่งมองเขาก็ยิ่งย้อนคิด ไปถึงค่ำคืนที่อยู่กับ ซูรู่



เห็น ชูเฟิง จ้องนางตรงๆเช่นนั้น เด็กสาวคนนั้นขมวดคิ้วลงเล็กน้อยพร้อมกับมีท่าทางขยะแขยงแสดงออกทางสายตาของนาง



          " โฮ สุดยอดไปเลย รูปร่างเช่นนี้ จะให้คนอื่นเชยชมก็น่าเสียดาย " ชูเฟิงหัวเราะในใจ จากนั้นเขาก็กวาดสายตาขึ้นลงๆ มองเรียวขาของนาง โดยไม่มีสนใจสีนางของนางสักนิด



         " คาราวะคุณหนูใหญ่ " ในตอนนั้น ชูเฟิง ถูกดึงความสนใจด้วยเสียงที่ดังขึ้นรอบๆตัวเขา แม้แต่ผู้รับใช้ที่กำลังจะโจมตีเขายังมีท่าทีเคารพ



        " นั้นคุณหนูใหญ่ของหุบเขาพยัคฆ์ มู่หรง ซินยู๋ จริงๆงั้นหรอ "



ชูเฟิง ก็ตระหนักได้ว่า นางคือ มู่หรง ซินยู๋ ลูกสาวคนโตของผู้ดูแลหุบเขา - พยัคฆ์ขาว ตั้งแต่นางกำเนิด นางก็เป็นคนดื้อรั้น แต่นางคนฉลาดเช่นกัน



            " จ้องพอหรือยัง!!! "



ชูเฟิง ต่างถูกนางสาปแช่งในใจ ใบหน้าของ มู่หรง ซินยู๋ แสนจะซีดเซียว เห็นได้ชัดว่านางโกรธ ชูเฟิง ตอนนั้น เขา จึงนึกเสียใจ เพราะรู้ตัวว่าเขาทำพลาดครั้งใหญ่



ผู้รับใช้รอบๆ ชูเฟิง ต่างพากันยินดีในความซวยของ ชูเฟิง สิ่งที่ มู่หรง ซินยู๋ เกลียดที่สุดก็คือ การที่คนมองงามงามของนาง ซึ่งชูเฟิงทำมันพลาดอย่างเต็มประตู พวกเขาอดไม่ได้ว่า ชูเฟิง จะโดนนางลงโทษยังไง



          " ลุงจาง ไปกันเถอะ . . . . " สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง คือการที่ มู่หรง ซินยู๋ ไม่ลงโทษ ชูเฟิง ในขณะที่เดินตรงไปที่รถม้า



เห็นเช่นนัน ผู้จัดการ จาง ถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่มอง ชูเฟิง จากนั้นเขาจึงเดินตามนางไป



           " หากเจ้ากล้าล่วงเกินคุณหนูใหญ่อีก เจ้าได้ตายแน่ๆ "



          " ระตัวไว้หน่อยก็ดี แต่ข้าจะมีความสุขมากกว่าถ้าเห็นเจ้าคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องนาง "



ผู้รับใช้ต่างเตือน ชูเฟิง พร้อมกับเลิกยุ่งกับเขา จากนั้นก็วิ่งตามรถม้าไป



ส่วน ชูเฟิง เดินตามพวกเขาไปโดยไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้น เพราะในใจเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เขายังคงกังว่าคุณหนูใหญ่จะดูแลเขายังไง สำหรับเรื่องที่เขาทำลงไป เพราะมันอาจจะทำให้เขาลำบากในการค้นหาทางเข้าสุสารจักรพรรดิ



หลังจากที่รถม้าออกจากหุบเขาพยัคฆ์ พวกเขาพากันเดินทางเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขา แต่เมื่อออกมาไกลเป็นพันๆลี้ พวกเขาก็หยุดอยู่ในป่า



บริเวณนั้นเป็นที่ฝังศพ ชูเฟิง ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เขารู้ว่าหลุมฝังศพนั้นต้องเป็นมารดาของ มู่หรง ซินยู๋ไม่ผิดแน่



ในตอนนั้น ผู้รับใช้ ต่างเริ่มตั้งเครื่องไหว้ แต่การใช้แรงงานส่วนใหญ่ ชูเฟิง เป็นคนทำ



พวกเขาพากันแกล้ง ชูเฟิง โดยที่ผู้จัดการ จาง หรือ มู่หรง ซินยู๋ ก็เห็น แต่พวกเขาก็ไม่ได้ห้ามผู้รับใช้พวกนั้น ชูเฟิงจึงต้องทนกล้ำกลืนฝืนทำโดยที่ไม่ปริปาก เพราะเขาผิดเองที่ไปทำให้นาง ไม่พอใจ



ยิ่งให้เขาทำงานหนักมากเท่าไหร่ พวกผู้รับใช้ก็คิดว่าอาจจะระบายความโกรธของ มู่หรง ซินยู่ ได้บ้าง แม้ว่าเขาจะรู้ตัวว่าถูกแกล้ง ชูเฟิง ก็ยินดีทำอย่างเต็มที่ให้งานออกมาดีที่สุด



เมื่อถึงตอนกลางวัน มู่หรง ซินยู่ และ ผู้จัดการ จางต่างพากันทานอาหาร ขณะผู้รับใช้คนอื่นๆก็ทำหน้าที่คุ้มกันนาง มีแต่ ชูเฟิง ทำหน้าที่หน้าหลุมศพมารดาของนาง



           " มันเป็นผู้รับใช้ ก็สมควรทำตัวเยี่ยงทาส "ใบหน้าของ ผู้รับใช้ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ มู่หรง ซินยู่ เริ่มที่จะรู้สึกจะเห็นใจ ชูเฟิง



ตั้งแต่ มู่หรง ซินยู๋ เสียมารดาของนางไป ก็ไม่มีใครดีต่อนางอีกเลย ดังนั้นนางจึงต้องการมากราบไหว้ หลุมศพมารดาของนางเพื่อแสดงความกตัญญู ซึ่งดีกว่านางไม่ได้ทำอะไรเลย


          " พวกนั้นมัน!!! "



ในตอนนั้นจู่ๆ ชูเฟิง ก็ขมวดคิ้วลงเล็กน้อยพร้อมกวาดสายตาที่ดุร้ายมองไปบริเวณรอบๆ  เขาสัมผัสได้ถึงคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่จำนวนมาก ทุกคนอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณ ระดับต่ำสุดอยู่ในระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ ส่วนคนที่แกร่งสุดอยู่ในระดับ 5 กำเนิดวิญญาณ



* กร๊อบแกร๊บ กร๊อบแกร๊บ *



ก่อนที่จะพบตัวเขาได้ไม่นาน ก็มีเสียงก้าวออกมาจากในป่าอย่างรวดเร็ว พวกเขามีอยู่กันประมาณ 10 คน



คนเหล่านั้นสวมชุดสีดำปิดใบหน้าเห็นแค่ดวงตาที่แสนชั่วร้าย ในมือของพวกเขาถือมีด ขณะที่เปิดเผย จิตสังหาร


           " พวกเจ้าเป็นใคร !!! " เห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี ผู้จัดการจางยืนขึ้นตะโกน พร้อมกับวิ่งไปด้านหน้าของ มู่หรง ซินยู่ เพื่อเอาตัวปกป้องนาง



* พรึบบบ. . * เมื่อคนสวมชุดดำเห็น มู่หรง ซินยู๋ พวกเขาไม่พูดอะไรสักคำ เขาพุ่งเข้ามาพร้อมกับยกอาวุธในมือของพวกเขาขึ้นมา ล้อม มู่หรง ซินยู๋ ซึ่งเป้าหมายของพวกมัน บ่งบอกไว้ชัดเจน



           " พวกมันเป็นนักฆ่า ปกป้องคุณหนูใหญ่ให้ได้ " ผู้จัดการ จาง ตะโกนพร้อมกับยกแขนสองข้างขึ้นมา สร้างกำแพงที่มองไม่เห็น



พวกมันล้อมรอบตัวของ มู่หรง ซินยู่ ไว้ มันกับว่าเป็นระฆังคุ้มกาย ซึ่งอาวุธของกลุ่มนักฆ่าไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้



แต่ สองหมัดหรือจะสู้สี่มือ นักฆ่ามากมายที่รายล้อม ระดมเข้าโจมตี หนึ่งในพวกมันมีคนที่ร้ายกาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้จัดการ จาง



* เคร้งแคร๊งแคร๊งเคร้ง *



จู่ๆ ผู้จัดการจางก็ซัดฝ่ามือออกไปหลายๆครั้ง จนทำให้อาวุธของนักฆ่าคนนั้นถูกทำลาย หลังจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปซัดฝ่ามือใส่ที่หน้าอกจนทำให้เขาสิ้นลมหายใจ แต่ ขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บ มือทั้งสองข้างมีเลือดไหลไม่หยุด


   
          " คุณหนูใหญ่ หนีไป!!! "



ผู้จัดการ จาง บาดเจ็บตามร่างกาย ไม่รู้ว่าจะหนีรอดหรือไม่ เขาจึงคว้า มู่หรง ซินยู่ และโยนนางออกไปจากวงล้อม เนื่องจากนางมีฝีมือไม่เท่าไหร่ จึงหล่นลงบนพื้นอย่างแรง



          " ปกป้องคุณหนูใหญ่ไว้ให้ได้ !!! "



ได้ยินเช่นนั้น ผู้รับใช้สองคนรีบวิ่งเข้าไปช่วย มู่หรง ซินยู๋ แต่เมื่อสองคนนั้นวิ่งเข้ามายังไม่ทันไร เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังออกมา ผู้รับใช้สองคนนั้นถูกฟันจนเลือดสาด โดยชายสองคนที่สวมชุดดำซึ่งอยู่ในระดับ 2 กำเนิดวิญญาณ หลังจากที่ฆ่าผู้รับใช้ได้ พวกเขาก็เข้าไปโจมตี มู่หรง ซินยู๋



          " นี่มัน . . . . . . . "



เห็นฉากสยองเช่นนั้นผู้รับใช้ที่เหลือ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่ปกป้องนาง พวกเขายังพากันวิ่งหนีโดยทิ้ง มู่หรง ซินยู่ เอาไว้คนเดียว



นั้นก็เข้าใจได้ไม่ยาก เมื่อมันเกี่ยวข้องถึงชีวิตพวกเขา เป็นธรรมดาที่คนส่วนใหญ่จะตัดสินใจทำแบบนั้น



          " ไอ้พวกสารเลว!!! "



มองผู้รับใช้ที่ทอดทิ้งนาง เพื่อเอาตัวรอด มู่หรง ซินยู่ กัดฟันด้วยความโกรธ หลังจากที่นางต่อว่า นางก็พยายามหาทางหนี แต่ ความเร็วของนางไม่อาจจะหนีคนเหล่านั้นไปได้พ้น



และด้วยความตื่นตระหนก ทำให้นางสะดุดล้ม ในเวลาเดียวกัน ชายชุดดำ 2 คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ยกดาบในมือแทงใส่ มู่หรง ซินยู๋



เนื่องจากความกลัว มู่หรง ซินยู๋ จึงได้แต่หลับตาลง ไม่กล้ามอง นางรู้สึกได้ว่านางกำลังจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย



* ซึบบ....... *



ในตอนนั้นมีเสียงคนถูกฟันดังขึ้นมา และเลือดอุ่นๆก็สาดกระเด็นเต็มบนใบหน้าของนาง แต่นางกับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเจ็บปวดแต่อย่างใด



ขณะที่ มู่หรง ซินยู๋ เต็มไปด้วยความสับสน และความอยากรู้ นางจึงค่อยๆลืมตา แต่เมื่อนางเห็นภาพด้านหน้า นางถึงกับพูดไม่ออก . . . . .




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . .