วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 148 - สังหารหมู่



กำแพงป้องกันที่มองไม่เห็นถูกสร้างขึ้นมาด้านหน้าของพวกเขา มันเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งปกป้อง ชูเฟิงและมู่หรง ซินยู๋



แม้เหล่านักฆ่าจะระดมใช้ทักษะต่างๆเข้าใส่ จนเกิดแรงระเบิดอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็ไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้



           " นี่คือ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ "



มู่หรง ซินยู๋ ตะลึงอย่างมาก แม้ว่านางจะไม่สนใจการฝึกฝนพลังวิญญาณ แต่เนื่องจากนางเป็นคุณหนูใหญ่ของหุบเขาพยัคฆ์ แม้ว่านางจะไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน แต่นางก็เคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของโลกภายนอก เป็นธรรมดาที่นางจะเคยได้ยินเรื่องราวของ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ดังนั้นนางก็พอจะรู้ว่านี้คือพลังของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณซึ่งเป็นการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก



แต่ไม่ว่ายังไง นางก็คิดไม่ถึงว่า เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านาง คือ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้



คนอายุน้อยแค่นี้มีใครบ้างที่แข็งแกร่งเหมือนเขาภายในหุบเขาพยัคฆ์ มู่หรง ซินยู๋ ไม่สามารถคิดเป็นอื่นได้ นางจึงคิดว่า " ด้านนอกหุบเขาพยัคฆ์ คงเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและเหล่าอัจฉริยะมากมายเลยสินะ ? "



          " ให้ตายเถอะ ไอเด็กนี้มันใช้วิธีแปลกๆอะไรกัน ทำไมถึงไม่สามารถเข้าไปถึงตัวมันได้ " เมื่อเผชิญหน้ากับสถาการณ์เช่นนี้ เหล่านักฆ่าต่างรู้สึกหมดหนทาง



          " เป็นไปไม่ได้ ที่เขาอายุเพียงแค่นี้แล้วจะสามารถควบคุมรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณได้ ?" ผู้นำของกลุ่มนักฆ่ากล่าวขณะขมวดคิ้วแน่นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดการกับชูเฟิงในตอนนี้


          "อะไรกัน ? หมดแค่นี้งั้นหรอ งั้นก็ถึงทีข้าบ้างไอ้พวกนักฆ่าทั้งหลายยย! "


ชูเฟิงสะบัดแขนของเขา อำนาจพลังวิญญาณหดตัวอย่างรวดเร็ว จากอำนาจพลังวิญญาณขนาดใหญ่หดลงมาพอดีขนาดตัวของ ชูเฟิงและมู่หรง ซินยู๋


ในขณะที่ชูเฟิงยกเท้าของเขาและก้าวออกไปด้านหน้า เขาก้าวออกมาจากรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ มือซ้ายของเขาก็มีคันธนูสีทองปรากฏขึ้น เขาดึงด้วยมือข้างขวาของเขาและลูกศรสีทองเข้มก็ปรากฏ


จากนั้นชูเฟิงกระหน่ำยิงออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงลมดังพัดผ่านดังสนั่นลั่นจนแสบหู ลูกศรสีทองกลายเป็นฝนดาวตกปรากฏอยู่เต็มท้องฟ้าด้านบนเหนือหัวของศัตรู จากนั้นไม่นานก็มีเลือดสาดกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง



ภายใต้การกระหน่ำยิง กว่าครึ่งหนึ่งจากร้อยคนที่สวมชุดดำต่างพากันล้มตายหรือไม่ก็รับบาดเจ็บโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แทบจะไม่มีใครสามารถหลบลูกศรของชูเฟิงได้เพราะมันเหมือนกับว่าลูกศรมีเวทมนตร์ พวกเขาพยายามที่จะหลบหนีแต่ก็ยากทีจะทำได้ แม้แต่จะป้องกันพวกเขาก็ยังทำไม่ได้



          " ถอยก่อน!!!"


เห็นร่างของพรรคพวก ที่ถูกลูกศรเจาะพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเป็นแอ่งน้ำ พวกเขาตะโกนให้คนที่เหลือหนีไปเพื่อเอาชีวิตรอด



          " หาาา พวกเจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปได้งั้นหรอ ? "


ชูเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา จากนั้นก็เล็งไปที่ผู้นำชุดดำพร้อมกับยิงลูกศร เมื่อใดก็ตามที่แสงของธนูสีทองพุ่งออกไปก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดมันได้ ต้นไม้หลายต้นที่สัมผัสกับลูกศรบ้างเป็นหลุมบ้างก็หัก ในตอนท้าย หัวของผู้นำกลุ่มนักฆ่าก็หลุดกระเด็น


  นั่นคือผลลัพท์ที่สูงที่สุดของทักษะ ธนูร้อยแปลง ยามใดที่ยิงออกไปมันจะไม่เสียเปล่า เว้นแต่ว่าพวกเขาจะมีพลังที่เหนือกว่าชูเฟิง นอกนั้นก็ไม่สามารถหลบหนีได้ ณ บริเวณนี้เปรียบได้กับลานประหาร

ในระยะสายตาไม่มีใครรอดชีวิตสักคนจากผู้คนจำนวนนับร้อยที่สวมชุดดำ พวกเขาทั้งหมดตายด้วยทักษะของชูเฟิง บ้างก็ถูกศรเจาะทะลุหน้าอกบ้างก็ชิ้นส่วนขาดกระเด็นยิ่งตัวผู้นำถึงกับหัวขาด พวกเขาแต่ละคนต่างพากันตายอย่างอะเน็จอนาจ

  
   
       "นี้มัน…"


  มองไปที่เกิดเหตุแอ่งเลือดขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของมู่หรง ซินยู๋ นางขมวดคิ้วแน่น มันไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นฉากที่น่าตกใจเช่นนี้ แต่เนื่องจากทะเลเลือดด้านหน้าของนางเกิดจากฝีมือของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางเป็นธรรมดาที่นางจะช็อคจนสุดจะบรรยาย


นี่มันมันไม่เกี่ยวกับเรื่องของพลังแต่นี้มันเกี่ยวกับสภาพจิตใจ ถ้าหากเขาเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะกระทำ แต่นี่เด็กหนุ่มวัยแค่นี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา หากชูเฟิงไม่ได้ปกป้องนาง นางคงคิดว่าชูเฟิงเป็นแค่ปีศาจไร้หัวใจ



          " ผู้จัดการจางท่านอยากจะพูดอะไรหรือเปล่า "


ชูเฟิงเห็นว่าผู้จัดการจางเหมือนกับคนใกล้ตายและยังดูเหมือนว่าเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงเดินไปหา โดยที่ไม่ได้ตระหนักว่าตนเองนั้นแอบเข้าไปในหุบเขาพยัคฆ์ขาว 


          " ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเข้ามาที่แห่งนี้โดยมีเป้าหมายอะไร แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำร้ายคุณหนูใหญ่ของข้า ตอนนี้ในหุบเขาพยัคฆ์ขาวนั้นมีการลอบสังหารคุณหนูใหญ่ของข้าอย่างเปิดเผย อาจเป็นไปได้ว่าหุบเขาพยัคฆ์อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ "


          " ข้าหวังว่าเจ้าจะปกป้องนาง ตราบใดที่นางปลอดภัยจนไปถึงหุบเขาพยัคฆ์ฯแน่นอนว่าเจ้าจะได้รับค่าตอบแทน "ผู้จัดการเจียงขอร้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ เห็นได้ชัดว่าเขากังวลมากเกี่ยวกับมู่หรง ซินยู๋



          “ ผู้จัดการ จาง!!! ” ได้ยินเช่นนั้นนางจึงรีบวิ่งเข้าไป เมื่อนางเห็นเขาที่กำลังจะสิ้นใจ น้ำตาของนางไหลพรากอย่างเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสองคนมีความผูกพันธ์มาเป็นเวลานาน



ชูเฟิงยืนอยู่ด้านข้างมองดูสองคนนั้นเงียบๆ ทันใดนั้นผู้จัดการจางก็ปิดตาลง ชูเฟิงจึงได้แต่ตบไหล่ของมู่หรง ซินยู๋เบาๆ และกล่าว " ผู้จัดการจางไปดีแล้ว อย่าห่วงเลย!!! " 
  มู่หรง ซินยู๋ ทำท่าทีเข้มแข็ง ฝืนลุกขึ้นยืนพร้อมกับเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนางพร้อมกับมองไปที่ชูเฟิงแล้วกล่าวว่า " จะบอกได้รึยัง ว่าเจ้าเป็นใคร ? "



          " มันไม่สำคัญว่าข้านั้นเป็นใคร ที่สำคัญคือข้านั้นได้ปกป้องเจ้า " ชูเฟิงตอบอย่างเยือกเย็น



          " ปกป้องข้างั้นหรอ เจ้าเป็นสายลับที่แอบเข้ามาในหุบเขาพยัคฆ์ฯเจ้าคงมีเจตนาที่ชั่วร้ายอย่างแน่นอน หรือว่าเจ้าช่วยข้าเพราะหวังอะไร ? "



          " ข้านะหรอมีเจตนาที่ชั่วร้าย ? เจ้าใช้แค่ทักษะยังไม่เป็น ทำไมข้าต้องทำร้ายเจ้า ? ข้าเห็นว่าเจ้านั้นน่าสงสารข้าเลยยื่นมือเข้าไปช่วย หากข้าจะฆ่าเจ้าจรองๆแค่ดีดเพียงนิ้วเดียวเจ้าก็ตายแล้ว "



          " แน่นอนว่าข้ามีเป้าหมายในหุบเขาพยัคฆ์ แต่ข้าไม่ได้มาร้ายอย่างแน่นอนเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้เจ้าไม่ทางเลือกหากเจ้าไม่ทำตามที่ข้าบอก เจ้าก็ไม่อาจมีชีวิตรอดกลับไปยังหุบเขาพยัคฆ์ขาว "



ชูเฟิงขี้เกียจที่จะอธิบายใดๆ เขาพุ่งไปยังต้นไม้บริเวณใกล้พร้อมกับตัดเชือกของม้าที่ผูกติดอยู่กับรถม้าโดยไม่รอช้า



หากคำพูดของผู้จัดการ จาง เป็นเรื่องจริง คนที่สั่งการให้มาลอบสังหาร มู่หรง ซินยู๋ คงจะอยู่ในหุบเขาพยัคฆ์และเขาอาจทำให้เมืองเกิดการเปลี่ยนเปลงบางอย่าง แต่สิ่งที่ชูเฟิงคิดไว้ว่าภายในหุบเขาพยัคฆ์คงจะเกิดความวุ่นวายน่าดู และในตอนนั้นมันก็จะสะดวกแก่การสืบหาความลับของหุบเขาพยัคฆ์ฯโดยใช้อำนาจพลังวิญญาณอีกครั้ง



สำหรับมู่หรง ซินยู๋ ชูเฟิงไม่เพียงแต่จะช่วยนางทั้งยังมีความเมตตากับนาง โดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ชูเฟิงจึงไม่กลัวว่านางจะบอกความลับของเขา ด้วยการบอกว่าเขาเป็นสายลับที่แอบลอบเข้ามาในหุบเขาพยัคฆ์ขาว หากมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับเมืองพยัคฆ์ขาว มู่หรง ซินยู๋ คงไม่รอช้า แล้วจะมีวิธีใดที่จะกลับไปยังหุบเขาพยัคฆ์ขาวโดยที่ไม่ให้นางบอกความลับของเขากับคนอื่นๆ ?



คิดถึงจุดนั้น ชูเฟิงไม่ลังเล เขารีบขึ้นม้าพร้อมกับเตรียมตัวที่จะกลับไปยังหุบเขาพยัคฆ์ ในตอนนั้น เสียงตกใจก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง



          " อย่าทิ้งข้าไว้นะ!!! "



เมื่อหันหน้ามองย้อนกลับไป เขาเห็น มู่หรง ซินยู๋ กำลังวิ่งตามเขา ใบหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความกลัวและความกังวล เห็นได้ชัดว่านางกลัว ชูเฟิง จะทอดทิ้งนางและไม่ยอมดูแลนาง



          " อะไรกัน เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำอะไรเจ้าแล้วงั้นหรอ " ชูเฟิงยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับกล่าว



          " ไม่ว่าเจ้าจะมีเป้าหมายอะไร มันก็ยังเป็นความจริงเรื่องที่ว่าเจ้าพึ่งช่วยชีวิตข้าไว้ ตราบใดที่เจ้าปกป้องข้าจนถึงหุบเขาพยัคฆ์ฯ รับรองข้าจะตอบแทนเจ้าอย่าง . . . . " มู่หรง ซินยู๋ กล่าวเบาๆ เห็นได้ชัดว่านางยอมแพ้ชูเฟิง



          " ขึ้นมา!!! "



ชูเฟิงยิ้มเบาๆพร้อมกับดึง มู๋หรง ซินยู๋ ขึ้นมาบนหลังของม้า แม้ว่าผู้หญิงจะเป็นภาระในการเดินทาง แต่เขาพึ่งจะช่วยชีวิตนางมา เขาจึงไม่อาจทิ้งนางได้ ชูเฟิงจึงเลือกที่จะปกป้องนางอีกครั้ง





///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . .