วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 150 - พบจุดหมาย


มู่หรง ซินยู๋ ที่แทบจะไร้พลังวิญญาณ นางจึงวิ่งได้ช้ามาก เพื่อที่พวกเขาจะเข้าไปในส่วนลึกให้รวดเร็วที่สุด ชูเฟิงจึงจำเป็นต้องแบกนางไว้บนหลังของเขา พร้อมกับให้นางนำทาง ต้องบอกว่าด้านหลังของเขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก



          " ผู้คนเรียกที่นี่ว่าอะไรงั้นหรอ ? " ชูเฟิงใช้ทักษะ ท่องนภาวิ่่งไปด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับแกล้งสงสัย



          " ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่พวกข้าเรียกมันว่า เส้นชีวิต ที่นี่ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับหุบเขาพยัคฆ์ฯ " มู่หรง ซินยู๋ ตอบ



          " งั้นหรอ "  เห็นได้ชัดว่าที่ชูเฟิงถาม นางตอบแค่ครึ่งเดียว เส้นชีวิตต้องมีความลับบางอย่างที่นางไม่สามารถบอกคนอื่นได้ มู่หรง ซินยู๋ ค่อนข้างทีจะระวังตัวแจ ดังนั้นนางจึงไม่ยอมบอกเรื่องราวทั้งหมด



แต่ถึงอย่างนั้น ชูเฟิง ก็พอเข้าใจว่า หากเส้นชีวิตถูกสร้างขึ้นในเวลาเดียวกับหุบเขาพยัคฆ์ฯ เห็นได้ว่าพวกเขาซ่อนความลับมากมายเอาไว้



ชูเฟิงยังคงวิ่งต่อไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ม้าก็อาจตามเขาไม่ทัน ศูนย์กลางของเส้นชีวิตอยู่ด้านล่างของหุบเขาพยัคฆ์ขาว หลังจากที่วิ่งไปไม่นาน ชูเฟิง ก็เข้ามายังพื้นที่หลักของเส้นชีวิต



ภายในอุโมงกว้างใหญ่เหมือนกับปราสาทใต้ดิน ชูเฟิงกับมู่หรง ซินยู๋ เห็นศพหลายศพมีเลือดไหลนองและยังอุ่นๆ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพึ่งตายเมื่อเร็วๆนี้



เมื่อพวกเขาเดินหน้าตอไป ก็ยังพบศพคนเพิ่มขึ้นเลื่อยๆ พลังวิญญานของพวกเขานั้นก็แข็งแกร่งจากระดับต้นของอาณาจักรกำเนิดวิญญาณจนไปถึงขั้นสูงสุดของอาณาจักรกำเนิดวิญญาณ พวกเขาเหล่านี้มีพลังวิญญาณระดับเดียวกับคนของสำนักมังกรฟ้า



ขณะที่เดินต่อไปก็ยังพบศพของกระทั้งผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ แม้ว่าจะเป็นระดับ 1 ก็ตาม ซึ่งแม้แต่ระดับอาณาจักรแก่นแท้ยังถูกฆ่าตาย



          " โห นั้นมันร่างของอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ  รีบๆดูดแหล่งพลังวิญญาณของเขามาเร็ว " เทพธิดาที่เอาแต่เงียบมาตลอด เมื่อเห็นศพของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้ นางจึงอดไม่ได้ที่จะพูด



เทพธิดาที่เข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณนางไม่สนใจแหล่งพลังวิญญาณของอาณาจักรกำเนิดวิญญาณแม้แต่น้อย มีแต่ร่างของอาณาจักรแก่นแท้เท่านั้นที่ดึงดูดนางได้



ชูเฟิง ไม่รอช้า เขาเดินไปหาร่างของผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้วิญญาณ และเริ่มดูดแหล่งพลังวิญญาณให้กับเทพธิดา



แต่เมื่อเทียบกับใบหน้าของชูเฟิง มู่หรง ซินยู๋ ไม่อาจใจเย็น นางร้องไห้ด้วยความเสียใจ " ผู้เฒ่า 6 ปราการ ไม่เคยเลยว่าเขาจะถูกลากมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ "



          " เขาเป็นคนยังไง ? " หลังจากที่ดูดกลืนแหล่งพลังวิญญาณ ชูเฟิง ถาม



          " เขาเป็นหนึ่งในหกคนที่คอยปกป้องหุบเขาพยัคฆ์ฯและข้า  และยังเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ที่สุดของพ่อของข้าพร้อมกับคอยปกป้องพ่อของข้าให้ปลอดภัย "



          " การที่เขาถูกฆ่าตายเช่นนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการทำลายกำลังสำคัญของพ่อข้าและในตอนนี้พ่อของข้าอาจจะตกอยู่ในอันตราย " มู่หรง ซินยู๋ ขณะที่อธิบายก็ยิ่งกังวล



* ปั้งงงงงงงงงงง * เสียงดังก้องเกิดขึ้นในส่วนลึกภายในเส้นชีวิต เหมือนกับเสียงฟ้าฝ่าดังไปทั่วทุกพื้นที่




แม้ว่าระยะห่างจะไกลพอสมควร ที่เสียงมันก็ยังเข้ามาถึงหูของ ชูเฟิงและมู่หรง ซินยู๋ แม้แต่พื้นใต้ฝ่าเท้าของพวกเขายังสั่นสะเทือน ด้วยระดับการโจมตีด้วยแรงมหาศาลจึงจะสามารถทำให้เกิดเสียงดังเช่นนี้ได้

* ปั้ง ปั้ง ปั้งงงง * หลังจากเสียงดังกระหึ่ม ก็ยังคงมีเสียงนั้นดังออกมาอยู่ตลอดเวลา แม้ว่า ชูเฟิง จะสามารถทนได้ แต่มู่หรง ซินยู๋ นางแกว่งซ้ายขวาอยู่ตลอด เหมือนกับว่ายืนอยู่กับที่ไม่ไหว



แต่ถึงแบบนั้น นางก็ยังพูดกับชูเฟิงว่า " รีบพาข้าไปที !!!  ข้าไม่ยอมให้พวกเขามาทำร้ายพ่อของข้าได้อย่างเด็ดขาด "



          " เจ้าจะบ้าไปแล้วหรอ เสียงต่อสู้ดังขนาดนั้น อาจจะเป็นการปะทะกันของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณก้ได้ หากพาเจ้าไปที่นั้นเจ้าอาจถูกลูกหลงตายก็ได้ " ชูเฟิง จ้องมองและกล่าวกับนาง แต่มู่หรง ซินยู๋ ทำท่าทีดื้อรั้น เขาจึงนำเอาเข็มทิศโลกวิญญาณออกมาเพื่อให้มันแนะนำ



           " นั้นมัน เข็มทิศโลกวิญญาณหนิ เจ้าเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณจริงๆด้วย " มองเข็มทิศที่อยู่ในมือของชูเฟิง ที่เปล่งแสงเป็นสัญลักษณ์ มู่หรง ซินยู๋ ตกใจอย่างมาก แม้ว่านางไม่เคยเห็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมาก่อน แต่นางก็พอจะรู้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ



เมื่อนางยืนยันได้ว่า ชูเฟิง เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ นางแทบไม่อยากจะเชื่อที่เขาสามารถทำได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้



ชูเฟิงในตอนนั้นสนใจและเน้นวิเคราะห์สถานการณ์ด้านของของเขาพร้อมกับ เทพธิดา ในที่สุดเขาก็ได้ผลลัพธ์ที่สุดยอดบางอย่าง เส้นชีวิตอาจจะเป็นทางเข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ แต่ ทิศทางที่จะเข้าไปมีผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้สู้กันอยู่



ชูเฟิงเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะในหุบเขาพยัคฆ์ฯคนที่แข็งแกร่งและรู้ความลับของเส้นชีวิต คงมีอยู่ไม่กี่คน และพวกเขาเหล่านั้นกำลังฆ่าฟันกันอยู่หน้าทางเข้าของสุสานจักรพรรดิ เหตุผลที่พวกเขาต่อสู้ก็อาจจะเป็นสมบัติในนั้นที่มีอยู่มากมายมหาศาล และต้องการครอบครองมันไว้แต่เพียงผู้เดียว



เมื่อชูเฟิงรู้ว่ามีสมบัติรออยู่ตรงหน้า แต่มีศัตรูที่ร้ายกาจขวางอยู่ เขาจะไม่คิดที่จะผลีผลามเข้าไป เพราะหากเขาเข้าไปอาจจะถูกแรงปะทะจนเขาอาจสลบ หากไม่เว้นระยะห่างจากการปะทะของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ



          " งั้นก็ไม่เป็นไร หากเจ้าไม่พาข้าไป งั้นข้าไปเอง " ในตอนนั้น มู่หรง ซินยู๋ กล่าวในขณะที่วิ่งเข้าไปในส่วนลึกของเส้นชีวิต



          " เจ้าอยากตายงั้นเหรออ ? " เห็นเช่นนั้น ชูเฟิง วิ่งตาม มู่หรง ซินยู๋ และคว้านางเอาไว้



          " ปล่อยข้า!!! " มู่หรง ซินยู๋ พยายามขัดขืน เมื่อนางคิดว่าพ่อของนางอาจจะตกอยู่ในอันตราย นางจึงไม่อาจใจเย็นได้


   

          " เจ้าใจเย็นก่อน เจ้าแทบจะไม่มีพลังวิญญาณหรือทักษะ เจ้าไปถึงแล้วจะช่วยเขายังไงได้ ไม่เพียงแต่เจ้าไม่สามารถช่วยพ่อของเจ้าได้ เจ้ายังไปเป็นตัวถ่วงของเขาจนทำให้เขาอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีของศัตรูอีก " ชูเฟิงเตือนนางเสียงดัง



          " แล้วจะให้ข้าทำยังไงล่ะ พ่อของข้าตกอยู่ในอันตรายนะจะให้ข้าอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยงั้นหรอ " มู่หรง ซินยู๋ ร้องไห้จนไม่มีเสียง นางรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก นั้นบ่งบอกได้ชัดว่านางเป็นห่วงพ่อของนางมากแค่ไหน



ในตอนนั้น เสียงปะทะก็หยุดลง ชูเฟิงจึงฉวยโอกาศนั้น อุ้ม มู่หรง ซินยู๋ ขึ้นบนหลังของเขาอีกครั้ง



          " เจ้าจะเข้าไปมั่วๆโดยไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ได้ หากพ่อเจ้าถูกรบกวนตอนนี้ เจ้าจะเป็นคนที่ทำให้เขาถูกฆ่า "


          
          " ก็ได้ . . . . . ข้าจะเชื่อเจ้า "



มู่หรง ซินยู๋ ยอมพยักหน้า เพราะในเวลานั้น นางไม่มีทางเลือก จากนั้นเด็กหนุ่มก็ค่อยๆวิเคราะห์สถานการณ์ด้านหน้าผ่านดวงตาของเขา และแบกนางเดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับบังคับให้นางอยู่เฉยๆ



ในสถานการณ์เช่นนี้ ชูเฟิงรีบซ่อนออร่าของเขาพร้อมกับชะลอความเร็ว พร้อมกับค่อยๆย่องเดินเข้าไป เขาไม่กล้าที่ใช้อำนาจพลังวิญญาณของเขาเพราะไม่รู้ว่าหนึ่งในนั้นมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณหรือเปล่า หากมีล่ะก็คงไม่ดีแน่ๆ

หลังจากที่เดินเข้าไปได้หลายกิโล ก็ไม่พบความผิดปกติ แต่เสียงนั้นก็ค่อยๆชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนทำให้ชูเฟิงได้ยินคำพูดจากบริเวณใกล้เคียง



          " มู่หรง หยางกวน เจ้าคิดจะทำอะไร เจ้าต้องการทำลาย สิ่งที่เป็นลากฐานของตะกูล มู่หรง ที่มีความเป็นมามากกว่า 500 ปีงั้นหรอ " เสียงนั้นดังขึ้นมาอย่างชัดเจน แต่คนที่พูดเหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนัก



แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น มู่หรง ซินยู๋ ที่อยู่บนหลังของชูเฟิงก็ได้แต่กระตุกไปมา เห็นได้ชัดว่าเสียงของคนผู้นั้นคือพ่อของนางคนที่ควบคุมหุบเขาพยัคฆ์ขาว มู่หรง ยุนหลาน



เมื่อ มู่หรง ยุนหลาน พูดออกมาเช่นนั้น เสียงที่กระหยิ่มยิ้มย่องก็ดังขึ้นมาต่อจากนั้น " น้องชายข้า เจ้าคงพูดผิดแล้ว ข้านั้นไม่ได้ต้องการทำลายรากฐานของตะกูล หรือ หุบเขาพยัคฆ์แต่อย่างใด แต่ข้านั้นจะทำให้มันกลายเป็นเมืองที่สุดยอดและยิ่งใหญ่เท่าที่เคยมี "




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .