วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 152 - พ่ายแพ้ทั้งสองฝ่าย



           " ท่านกล่าวผิดแล้ว ที่ข้ามาไม่ได้มาเพื่อความลับของพื้นที่ต้องห้าม และข้าไม่ได้ต้องการที่จะครอบครองมัน ข้าจะมอบมันให้เจ้าอย่างที่ข้าบอก และข้าจะไม่สร้างภัยพิบัติให้กับอาณาจักรมังกรฟ้าอีกด้วย หากไม่เชื่อข้าก็ตามใจ ข้าไม่สามารถบังคับใครให้เชื่อได้ . . . . . "



          " มู่หรง หยางกวน อย่าได้เปลืองน้ำลาย ลงมือได้ " คนชุดคลุมสีเทากล่าว



          " น้องชาย หากเจ้า . . . . . . .หากเจ้าไม่หลบ อย่าหาว่าข้าไร้หัวใจ " มู่หรง หยางกวน มือสั่นกัดฟันพร้อมกับมีน้ำในตาแวววาว เห็นได้ชัดว่าเขาแยกความรู้สึกของเขาออกไปไม่ได้



          " ไอ้คนทรยศ!!! ไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็นคนดี แม้แต่ปราการ 1 ใน 6 เจ้าก็ยังฆ่าเขาได้ลงคอ "



          "  วันนี้ 5 ปราการหุบเขาพยัคฆ์ฯ และข้าจะฆ่าคนทรยศพวกนี้ให้หมด "



มู่หรง หยุนหลาน โกรธมาก เขาตะโกนพร้อมพลังปล่อยพลังแก่นแท้วิญญาณในร่างพวยพุ่งขึ้นไปด้านบน ในเวลาเดียวกันปราการทั้ง 5 และผู้เชี่ยวชาญสิบคนที่ยืนล้อมรอบหัวใจประหลาดนั้น ก็ปล่อยพลังออกมาจากร่างกายของพวกเขา



อำนาจพลังเหล่านั้นถูกย่อขึ้นในกลางอากาศ และเกิดเป็นฝูงแรดขนาดใหญ่หลายสิบตัว ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังอาณาจักรแก่นแท้ ร่างของพวกมันดูสดใสและเหมือนจริง



สิ่งที่สำคัญที่สุดคือร่างกายของพวกเขามีแสงเปล่งออกมาจากร่าง แสงเหล่านั้นห่อหุ้ม มู่หรง ยุนหลาน และคนอื่นๆ พลังที่เขาปล่อยออกมาเหมือนไม่สามารถทำลายหรือผ่านมันเข้าไปได้



* คำราม *



ทันใดนั้น ฝูงแรดก็ร้องคำรามเหมือนเสือร้าย ขณะที่พากันวิ่งไปบนอากาศอย่างบ้าคลั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันวิ่งผ่านต่างถูกมันบดขยี้ ราวกับว่าพวกมันพร้อมที่จะทำลายทุกอย่างให้หมด



นั่นคือพลังที่ถูกหล่อหลอมรวมกัน สร้างขึ้นมาเพื่อโจมตีและป้องกัน มันเทียบได้กับพลังอำนาจทั้งหมดของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 6 ซึ่งน่ากลัวเป็นอย่างมาก



          " น้องชาย หลังจากนี้ เจ้าจะรู้ว่าข้านั่นทำสิ่งถูกต้องเพื่อหุบเขาพยัคฆ์ฯ " มู่หรง หยางกวน ขมวดคิ้วแน่นแล้วตะโกนเสียงดังว่า " จัดรูปแบบ "



หลังจากที่เขาตะโกนสั่งออกมา ผู้เชี่ยวชาญกำเนิดวิญญาณนับร้อยคนก็วิ่งเข้ามา ( ที่แปลไปก่อนหน้านี้ คนแปลเขียนผิดนะคับพวกเขาไม่ได้ตายแค่กระเด็นไปเท่านั้น ) จากนั่นพวกเขาก็ปล่อยพลังวิญญาณออกมาเป็นคลื่นพายุขนาดใหญ่ พุ่งขึ้นไปในอากาศ ขณะที่ฝูงแรดกำลังวิ่งเข้ามา ในที่สุดพวกเขาก็สร้างฝูงปีศาจหมาป่าได้สำเร็จ



หมาป่าพวกนั้นมีจำนวนมากเกินไปจนนับไม่ถ้วนวิ่งเข้าใส่ฝูงแรดพวกนั้น แม้ว่าพลังของหมาป่าไม่อาจสู้กับแรดได้ แต่จำนวนของมันน่ากลัวเกินไป



ทั้ง 2 ฝ่ายต่างไม่มีใครยอมถอย พวกเขาปะทะกันขณะที่ดันกันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงระเบิด กระจายเข้ามาในหู ไม่สิ้นสุดจนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทำลายล้างทุกอย่าง พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหว รอยตกเล็กปรากฏขึ้นมาตามผนังที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ



การประทะกันรุนแรงเกินไป ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าที่ดูน่ากลัวทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่สำคัญคือการก่อตัวของพลังอาณาจักรแก่นแท้ของทั้งสองฝ่ายจะมีมากพอที่จะใช้ได้นานมากแค่ไหน



ไม่ว่ามันจะรุนแรงหรือแข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็ต้องถึงเวลาที่ต้องเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากการปะทะกันหลายชั่วยามทุกคนต่างพากันแรงตก พลังที่ถูกดึงออกไปใช้จนเหือดแห้งจนไม่เหลือแม้แต่สักหยด ทำให้คนเหล่านั้นมีสภาพเหมือนกำลังจะตาย พวกเขาต่างพากันล้มลงบนพื้นโดยที่ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย



เหลือแต่ มู่หรง หยุนหลาน และ ปราการทั้ง 5 ส่วนมู่หรง หยางกวน ก็ตกอยู่ในสภาพที่เลวร้าย เพราะจากคนนับร้อย เหลือเพียงเขาและคนชุดเทาเท่านั้น



คนที่สวมชุดคลุมสีเขายืนอยู่เงียบๆพร้อมกับคอยสังเกตุทุกอย่าง และยังไม่คิดที่จะโจมตี ส่วน มู่หรง หยางกวน ก็ไม่ถึงกับอ่อนแรงเท่าไหร่ ดาบสีดำในมือของเขายังปล่อยพลังแปลกๆจนทำให้พลังในร่างกายของเขาฟื้นฟู ครั้งแล้วครั้งเล่า มันเป็นพลังที่แปลกมากซึ่งดูไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาทั้ง 6



           " ไอ้คนทรยศ หากข้ายังมีชีวิตเหลืออยู่ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งสองคนให้ได้ " ทันทีที่ มู่หรง ยุนหลาน ตะโกนพลังในร่างกายของเขาก็หลั่งไหลออกมาเหมือนกระแสน้ำ พวยพุ่งขึ้นไปเหมือนภูเขาไฟ ทันใดนั้นพลังของเขาเพิ่มจนทวีคูณ



สำหรับ ปราการทั้ง 5 ที่ยืนด้านหลังเขา พวกเขาดูเหมือนจะได้รับผลลัพธ์นั้นไปด้วย โดยพลังอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณเพิ่มขึ้นในร่างกายของเขาและส่งมันไปยังพลังที่ก่อตัว พวกเขาต้องการกำจัด มู่หรง หยางกวน และ คนชุดเทาให้ได้ภายในครั้งเดียว



พลังอำนาจทั้งหมดของหกผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณหลั่งไหลไปรวมกับฝูงแรดที่อยู่ในอากาศ หลังจากที่มันก่อตัวแทรกเข้าไป ฝูงแรดก่อนหน้านี้ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบตัว



          " น้องชาย อย่าหาว่าข้าใจร้าย "



มู่หรง หยางกวน ชะงัก จากนั้นก็ยกดาบสีดำขึ้นมาสะบัดออกเบาๆจนกลายเป็นหมอกสีดำ หมอกสีดำกลายเป็นงูตัวเล็กๆมุดเข้าไปในแขนข้างขวาของเขา ทันใดนั้นแขนของเขาก็ขยายออกจนดูน่ากลัว



           " หมัดทำลายฟ้า !!! "



ทันใดนั้น มู่หรง หยางกวน ก็ชกออกไป ขณะนั้นอากาศหายรอบๆไปในพริบตา นั้นอาจเป็นหมัดที่สามารถตัดผ่านท้องฟ้าได้ภายในหมัดเดียว



*  บูมมมมมมมมม *



เมื่อหมัดนั้นปะทะกับฝูงแรดขนาดใหญ่ ทันทีมันกลายเป็นน้ำวนของพลังแก่นแท้ที่แสนจะน่ากลัว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างปะทะด้วยพลังทั้งหมดที่มีพวกเขาจึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เมื่อพลังแก่นแท้กระจายออกไป จึงไม่มีใครสามารถป้องกันมันไว้ได้



และเมื่อพลังแก่นแท้ เป็นคลื่นน้ำวนกวาดผ่านรอบๆ มันดูเหมือนเป็นจุดจบของโลกนี้ ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณต่างพากันกระอักเลือด หลายคนกุมขมับ พลังนั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถทนได้



หลังจากคลื่นน้ำวนจากพลังแก่นแท้สลายไป พวกเขาก็พบว่าทุกคนยังมีชีวิตรอด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่มีใครเสียชีวิตจากคลื่นน้ำวนที่แสนน่ากลัว



ในตอนนั้น พวกเขาก็พบว่า คนที่สวมชุดคลุมสีเทาที่ยืนอยู่ตรงนั่น ย่อพลังสีม่วงอ่อนๆในมือกลับมา



           " เจ้าคิดจะช่วยพวกเรางั้นหรอ!!!! " มู่หรง ยุนหลาน รู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อ เห็นอยู่ว่าชัดๆว่าเขามีเจตนาแอบแฝง ไม่งั้นทำไมเขาถึงต้องมาในเส้นชีวิตเขาต้องมาเพื่อหาความลับของพื้นที่ต้องห้ามเป็นแน่ "



            " ข้าบอกแล้วว่าคนๆนี้เป็นคนดี เขาไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเราแต่เขามาเพื่อช่วยเรา " มู่หรง หยางกวน อธิบาย



            " ไร้สาระสิ้นดี!!! เขาหลอกให้เราเข่นฆ่ากันเอง ตอนนี้ คนทั้งของหุบเขาพยัคฆ์ฯต่างพากันได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มตาย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเขา เจ้ายังมาพูดอีกว่าเขาจะช่วยเรา " มู่หรง ยุนหลาน ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เขากำลังจะบ้าตายเพราะพี่ชาย ที่โง่เง่าของเขา



คนที่สวมชุดคลุมสีเทาไม่ได้สนใจคำโต้เถียงของพวกเขาทั้งสอง เขาพยายามเดินไปใจกลางเส้นชีวิต หลังจากที่มายืนหยุดตรงหน้าของมัน เข้าก็เริ่มสร้างอะไรบางอย่าง ขณะที่เขาโคจรพลัง หัวใจที่อยู่ตรงนั้นก็เริ่มหดตัวลง เมื่อมันหายไปก็เกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา



นั่นดูไม่ใช่หลุมดำธรรมดา มันถูกย่อและสร้างด้วยอากาศจนเกิดเป็นหลุมดำ มันหมุนค่อยๆ ราวกับว่ามันจะกลืนกินทุกอย่าง ผู้คนที่เหลือบมองต่างพากันตัวสั่น มันดูเหมือนเป็นทางเข้าไปก็จริง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางกลับออกมาได้เลย หากก้าวเข้าไปไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย



แต่ คนที่สวมชุดสีเทาดูไม่กลัวเลยสักนิด เมื่อเขาเห็นหลุมดำปรากฏเขาก็ดูมีความสุขอย่างมากแม้ว่าจะมองหน้าของเขาไม่เห็นก็ตาม ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายจากร่างกายของเขา



เขาเดินเข้าไปในหลุมดำ แต่พอเดินมาถึงปากทาง เขาก็หยุดพร้อมกับค่อยๆหันหน้ามามอง มู่หรง หยางกวน แล้วกล่าว " น้องชายของเจ้าพูดถูกแล้ว ความลับของพื้นที่ต้องห้ามนั่นแสนจะวิเศษ ทำไมข้าต้องร่วมมือกับเจ้า "





////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . .