วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 155 - ความลับของพื้นที่ต้องห้าม



* หืมม  *



ทันใดนั้น แสงสีเทา ก็ค่อยๆส่องออกมาจากภายในส่วนโลกอุโมงค์ด้านหนึ่ง แสงสีเทามันดูแปลกมาก มันก็คือรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ



           " บ้าที่สุด . . . .  คนๆนี้คือผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดเทา . .. " หลังจากที่เห็นแสงประหลาดนั่น เทพธิดาถึงกับเครียด



           "  ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดเทา ? " ชูเฟิง ค่อนข้าง งง แต่เทพธิดากับพูดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก เขารู้สึกว่าคนๆนี้อาจจะไม่ธรรมดา



           " ชูเฟิง เจ้าไม่ควรประมาท ครั้งนี้ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มากกว่าแขกอาวุโสจากสำนักมังกรฟ้า จูเก่อ หลิวหยุน " เทพธิดากล่าวอย่างเคร้งขรึม



          " อะไรนะ แข็งแกร่งกว่าท่าน จูเกอ หลิวหยุน งั้นหรอ " ชูเฟิงถึงกับตกใจ



          " ถูกต้อง ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ พวกเขามีการแบ่งอำนาจพลังวิญญาณเป็นระดับแตกต่างกันออกไป ได้แก่ ชุดคลุมสีขาว ชุดคลุมสีเทา ชุดคลุมสีฟ้า ชุดคลุมสีม่วง และ ชุดคลุมสีทอง "



          " เห็นได้ชัดว่า สำนักมังกรฟ้าของเจ้า จูเก่อ หลิวหยุน เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดขาว ส่วนพวกที่สวมชุดคลุมสีขาวนั่นหมายถึงขึ้นพัฒนาหรือพึ่งเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ถ้าจะให้พูดล่ะก็ เจ้าก็ยังเป็นแค่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดขาว "



         " ส่วนแสงที่เจิดจ้าในตอนนี้เห็นได้อย่างชัดเจน หากเขาเป็นแค่ขึ้นเริ่มพัฒนา คงไม่มีแสงสีแบบนี้ นั้นหมายความว่า ตอนนี้เขาใช้อำนาจพลังวิญญาณก่อตัวเพื่อทำอะไรบางอย่าง "



         " คนๆนั้นค่อนข้างที่จะร้ายกาจ เขาเข้าใจสถานที่นี้มากกว่าเจ้า และเป้าหมายของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เราคิดว่าเขากำลังพยายามค้นหาสมบัติของ มู่หรง เสียวเหยา ที่ซ่อนไว้  "



        " ถ้าเดาไม่ผิด เขาคงจะต้องการหาแหล่งพลังวิญญาณ ของ มู่หรง เสียวเหยา หรือพลังที่มากกว่า ดังนั่นเราคิดว่า " เทพธิดากล่าว



       " คิดว่าอะไร ? " ชูเฟิงรีบถาม



       " ความสามารถของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขามีมากกว่าเจ้า และเขายังสามารถรู้วิธีหาสมบิติที่เจ้าทำไม่ได้ อีกทั้งยังเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทา ไม่ต้องสงสัยว่าเขาคงทำสัญญากับโลกวิญญาณเรียบร้อย ความแข็งแกร่งของเขาคงไม่ธรรมดา ดังนั้น อย่าได้ประมาท "



        " ตอนนี้ เจ้าไปซ่อนอยู่ในโลง รอเขาเข้าไปอุโมงค์อื่นๆแล้วค่อยออกมา พร้อมกับคอยวางกับดักที่สามารถยับยั้งพลังของเขา "



        " หลังจากที่เขาพบสมบัติ เขาจะออกมาดูดกลืนแหล้งพลังวิญญาณของ มู่หรง เสียวเหยา ในตอนนั้น เจ้าก็ลอบโจมตีเขาและแย่งเอาทุกอย่างที่เขาหามาได้ " เทพธิดาวางแผนอย่างชั่วร้าย



        " ดี  . . . . . 守株待兔 shǒu zhū dài tù นั่งรออยู่ใกล้ต้นไม้ ระหว่างที่กระต่ายออกอาหาร สินะ ? " หลังจากได้ยินแผนของนาง ชูเฟิงก็พยักหน้าเห็นด้วย
[ มีนิทานสุภาษิตเกี่ยวกับกระต่ายเรื่องหนึ่ง เล่าว่า มีชาวนาคนหนึ่งออกไปทำนา ในที่นาของเขามีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง กระต่ายน้อยตัวหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วจนชนต้นไม้ตาย ชาวนาเห็นเค้าก็ร้องด้วยความดีใจที่ได้กระต่ายไว้ทำอาหารโดยไม่ต้องออกแรง
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชาวนาจะมานั่งใต้ต้นไม้เพื่อรอให้กระต่ายวิ่งมาชนต้นไม้อีก ต่อมาจึงกลายเป็นสุภาษิตว่า 守株待兔 shǒu zhū dài tù อุปมาว่า นั่งรอให้โชคลาภลอยมาโดยไม่ทำการใดใด ]



จากนั้น ชูเฟิง ก็ใช้รูปแบบอำนาจพลังวิญญารสร้างภาพลวงตาอำพรางไว้ด้านนอกโลงศพ เมื่อมีคนมองจากด้านนอกเขาก็จะเห็น ร่างของ มู่หรง เสียวเหยา ที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ความจริงมันคือของปลอม แม้ว่า ชูเฟิง จะลงไปในโลง เขาก็ยังมองเห็นว่าเป็น มู่หรง เสียวเหยา



ขณะที่ ชูเฟิง เตรียมการเสร็จเรียบร้อยเขาก็ทำบางอย่างกับโลงศพคริสตัล จากนั่นแสงสีเทาจากส่วนลึกภายในอุโมงค์ก็หายไป เทพธิดาจึงรีบเตือนชูเฟิง ว่าให้รีบเข้าไปในโลง เพราะเขากำลังจะมา เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชูเฟิงรีบกระโดดลงไปภายในโลงคริสตัล



ชูเฟิงรู้สึกเครียดไม่มากก็น้อย ขณะที่นอนอยู่ภายในโลง หลังจากได้ยิน เทพธิดากล่าวว่า ในแง่ของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ คนๆนั้นแกร่งกว่า จูเก่อ หลิวหยุน ดังนั่นเขานึกไม่ออกเลยว่าพลังที่แท้จริงของเขาจะมีมากขนาดไหน



แม้ว่าเทพธิดาจะเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ และด้วยความช่วยเหลือของนางหากต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญ อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 6 ก็พอที่จะสูสี แต่หากไม่วางกับดัก ชูเฟิง ก็ไม่มั่นใจเช่นกัน



* ตึบ ตึบ ตึบ *



ในตอนนั้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ค่อยๆเดินเข้ามาจากที่ไกลๆ ชูเฟิง รีบทำให้จิตผ่อนคลาย เพื่อสงบพลังวิญญาณของเขา นั่นทำเพื่อเขาคนๆนั้นมั่นใจว่าเขา อยู่ในสุสานแห่งนี้คนเดียว



หลังจากที่ ชูเฟิง เริ่มวางกับดักรอบๆโลงศพคริสตัล จำนวนมาก เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสุสาน แต่ภายนอกก็ดูไม่มีอะไรแปลก แต่เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ร้ายกาจกำลังคลืบคลานเข้ามา



           " บ้าเอ้ย ความรู้สึกนี้ทำให้ไม่สบายใจจริงๆ เขาคนนั้นคงไม่ได้ปลดผนึกทางเข้าสุสานจักรพรรดิ และปล่อยอสูรร้ายออกมาด้วยหรอกนะ ? "



แม้ว่า ชูเฟิง จะอยู่ในนั้น เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเนื่องจากเขายังอยู่ในสุสาน โดยที่ไม่รู้วิธีออกไป หากอสูรร้ายโผล่หัวออกมา เขาไม่รู้จะหนีไปทางไหน และแน่นอนว่าเขาต้องพลีชีพเยี่ยงสุนัข



          " ไม่ต้องกังวัล รูปแบบการก่อตัวเช่นนี้ เขาคงต้องการค้นหาบางอย่าง ดูจากสัญลักษณ์พวกนั่นก็ยังไม่หายไปแต่อย่างใด "



          " ถ้าการวิเคราะห์ของเราถูกต้อง เขาคงไล่คลายผนึกที่ซ่อนสมบัติไปเลื่อยๆ เพื่อเปิดผนึกทักษะ ซึ่งเป็นความลับ ของ พื้นที่ต้องห้าม " เทพธิดาอธิบาย



         " จริงเหรอเนี่ย งั้นก็เยี่ยมไปเลยสิ " ตอนนั้น ชูเฟิง จู่ๆก็ตื่นเต้นขึ้นมา หลังจากได้ยินคำพูดนาง ทักษะของ มู่หรง เสียวเหยา ที่สามารถทำให้เขากลายเป็นสุดยอดของยุคนั้น กล่าวได้ว่าเป็นไพ่ตายไว้ปลิดชีพที่แท้จริง



* เสียงดังก้องงงง *



หลังจากที่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดเทา เข้าอุโมงค์สุดท้ายที่เหลือ สุสานทั้งหมดก็เริ่มดังก้องเหมือนมีบางอย่างที่แข็งแกร่งกำลังออกมา มันช่างแตกต่างจากเสียงที่ได้ยินออกมาจากตอนที่อยู่หน้าเส้นชีวิต



         " เกือบจะเสร็จหมดแล้ว ที่เราคาดเดาของเรานั้นไม่ผิดอย่างแน่นอน ว่าเขาต้องคลายผนึกที่ซ่อนสมบัติ ถ้ามันไม่ใช่ความลับของพื้นที่ต้องห้าม หรือไม่มีทักษะที่ร้ายกาจ มันคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ " เทพธิดากล่าวอย่างตื่นเต้น



ชูเฟิงก็ตื่นเต้นเหมือนกันในขณะนั้น เขารีบโดดออกมาวางกับดัก แล้วโดดเข้าไปอีกครั้ง



           " โฮ่กกกกกกกก ~ ~ ~ "



ในตอนนั้น เสียงคำรามของเสือก็ดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง เสียงมันค่อนข้างที่จะอึกทึก จนทำให้โลกต้องสั่นสะท้าน มันเป็นเสียงคำรามของจักรพรรดิของสัตว์อย่างแท้จริง จนทำให้ใครต่างที่ได้ยินต่างรู้สึกหวาดกลัวเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจและทำให้เขายอมศิโรราบ



          " ไม่นะ . . . .  เสียงนี้มัน . . . .  ไหนท่านบอกเขาไม่ได้ปล่อยอสูรร้ายไง ? " ชูเฟิงเหงื่อไหลเต็มหน้าผากของเขา เพราะเขารู้สึกกลัวจากเสียงของสิ่งมีชีวิตที่คำราม



          " เจ้าโง่ เจ้าเป็น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณแต่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างอสูรร้ายกับอสูรวิญญาณ ปีศาจบ้านไหนจะมีอ่อร่าที่อ่อนโยนแบบนี้ "



          " นี่ไม่ใช่อสูรร้าย มันเป็นโอกาสดีที่จะได้ไม่ต้องลงมือเอาทักษะเร้นลับ เจ้ารู้มั้ยว่ามันคืออะไร ? " เทพธิดา กล่าวอย่างผิดหวังในความรู้เพียงน้อยนิดของเขา ขณะที่นางกล่าวน้ำเสียงของนางก็ฟังดูผิดปกติ



         " ทักษะเร้นลับ อะไร ? " ได้ยินคำพูดของนาง ชูเฟิง ไม่เข้าใจความหมายของมันเขาจึงถามนางอย่างจริงจัง



         " ทักษะเร้นลับเป็นสุดยอดทักษะการต่อสู้ พวกเขาไม่สามารถจำกัดระดับพลังได้ตายตัว มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามบุคคลที่ใช้ แต่หากคนที่มีความสามารถได้มันไปได้ครอบครอง มันสามารถเขย่าโลกได้ทั้งใบ "



         " ทักษะเร้นลับเป็นสิ่งมีชีวิต พวกเขาไม่ใส่สิ่งที่เขียนไว้บนคัมภีร์ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าใจมันได้ เพราะการที่จะได้เรียนรู้พวกเขา ทักษะนั้นจะเป็นผู้ที่เลือกนายของตน "



         " หลังจากผู้ที่ครอบครองสิ้นชีวิต ทักษะเร้นลับ จะแยกออกมาจากร่างกายของเจ้านายพวกเขาและรอวันที่จะได้พบกับเจ้านายใหม่ของตน "



         " ทักษะเร้นลับ เป็นวิธีที่ทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่คนที่จะได้เจอพวกเขาและได้เขามาครอบครองของมีแต่ทำให้เขายอมรับไม่ใข่ว่าจะเดินไปขอเขาดื้อๆหรือบังคับ พวกเขาต่างเป็นที่ต้องการของผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วน บางคนต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามพวกเขา "



          " มิน่าล่ะ......ไม่ต้องสังสัยเลยว่าทำไม มู่หรง เสียวเหยา ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะได้ครอบครองทักษะเร้นลับในตำนาน "





///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . . . . . . . .