วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 156 - คว้าทุกอย่างเท่าที่จะคว้าได้



          " ทักษะเร้นลับ นับได้ว่าหนึ่งในทักษะที่แกร่งที่สุดในโลกใบนี้ "



เทพธิดากล่าวถึงอย่างไม่รู้จบ ในตอนนั้น ชูเฟิงที่ได้ยินกับตื่นเต้นมากกว่า เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะได้มันมา เท่าที่ฟังนางบอก นี้ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาดังนั้นเขาจะต้องครอบครองมันให้ได้



           " เทพธิดา ท่านว่ามันคือทักษะเร้นลับจริงๆงั้นหรอ " ชูเฟิงถาม เพราะความอยากรู้จากก้นบึ้งของหัวใจ เขาหวังว่ามันจะเป็นทักษะเร้นลับ



           " เจ้าสงสัยในความสามารถของเรางั้นหรอ เรามีความรอบรู้เรื่องทักษะเร้นลับเป็นอย่างดีรับรองว่าไม่มีพลาด นี้คือลักษณ์ของทักษะเร้นลับไม่ผิดแน่ " เทพธิดาเถียง



           "  แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จะยินดีมาอยู่กับข้างั้นหรอ "



ชูเฟิงเริ่มกังวล ขณะที่เสียงนั้นยังคำรามออกมาจากทุกทิศทาง เห็นได้ชัดเจนว่ามันคือสิ่งที่ไม่ธรรมดาที่สำคัญคือจำนวนออร่าของมัน มันมีพลังที่สามารถกำราบได้ทุกสิ่งและไม่มีใครต้านทานมันได้



           " เจ้าไม่เข้าใจงั้นหรอ นี้คือความน่าประทับใจของทักษะเร้นลับ อย่างที่เราบอก ทักษะเร้นลับ จะเลือกเจ้านายของมัน และไม่มีใครสามารถบังคับหรือขโมยไปได้ "



          " ต้องเป็นคนที่มีพลังอำนาจมากกว่าทักษะเร้นลับถึงสามารถบังคับพวกเขาหรือกลืนกินเข้าไปเพื่อปรับปรุง และเรียนรู้ แต่คนที่จะบังคับทักษะเร้นลับแบบนั้นได้ อย่างน้อยต้องอยู่ระดับ วิถีเทพแห่งสงคราม "



         " แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เทพแห่งสงครามจะสามารถดึงพลังทักษะเร้นลับออกมาได้ทั้งหมด เนื่องจากพวกเขาถูกบังคับไม่ใช่ความสมัครใจ  "



         " บางทีเทพแห่งสงครามอาจจะพยายามสร้างทักษะเร้นลับขึ้นมา แต่ต่อให้เป็นเทพแห่งสงครามก็มิอาจสร้างทักษะเร้นลับได้สำเร็จ หากจะสร้างมันก็คงต้องเป็น จักรพรรดิแห่งทักษะ "



          " หากเราจำไม่ผิด ทักษะเร้นลับ ในสุสานแห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นโดย จักรพรรดิแห่งทักษะ " เทพธิดาอธิบาย



          " อะไรนะ จักรพรรดิแห่งทักษะ ชิงหลง เทียน ที่เข้าสู่วิถึเทพแห่งสงครามแล้วยังเป็น จักรพรรดิแห่งทักษะ อีกงั้นหรอ " ชูเฟิงได้ยินแล้วยิ่งตกใต สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก คำเดียวที่ปรากฏบนใบหน้าเขาคือคำว่า ตะลึง ( ชูเฟิงคงเข้าใจว่า สุสานจักรพรรดิ ถูกสร้างขึ้น โดยชิงหลง เทียน เขาจึงคิดว่า ชิงหลง เทียน เป็น จักรพรรดิแห่งทักษะ )



หลังจากประสบการณ์มากมายที่ ชูเฟิงได้ฟังจากเทพธิดากล่าว ว่าอาณาจักรพลังวิญญาณ ที่ชูเฟิง เคยได้ยินมา ไม่ได้มีเพียงแค่ 4 อาณาจักร นอกจาก ห้วงวิญญาณ กำเนิดวิญญาณ แก่นแท้วิญญาณ และ วิญญาณสวรรค์ ยังมีอาณาจักรที่แข็งแกร่งมากกว่านั้น



วิถีเทพแห่งสงคราม พวกเขาเปรียบได้ดั่งเทพที่ลงมาจุติจากสรวงสวรรรค์ ผู้ที่สามารถเข้าสู่อาณาจักรนั้นต้องมีพลังเป็นอย่างมาก และพวกเขาคงเป็นคนที่คนทั้งโลกต่างให้การยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง



วิถีเทพแห่งสงคราม อยู่เหนืออาณาจักรวิญญาณสวรรค์ พวกเขานับเป็นเทพอย่างแท้จริง และผู้ที่ได้ชื่อว่า จักรพรรดิแห่งทักษะ คนผู้นั้นคงมีพลังและความรู้มากมายจนเหลือล้น พวกเขาต่างได้รับโอกาสมหาศาลและโชคชะตาที่กำหนดให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดทั้งปวง



จักรพรรดิแห่งทักษะ เป็นชื่อเรียกขานอาณาจักรที่สมบูรณ์กว่า เทพแห่งสงคราม ผู้ที่ก้าวเหยียบถึงระดับนั้นได้คงมีร่างกายและเลือดเนื้อที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาจะต้องมีศักยภาพที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ และความรู้ความเข้าใจของเขาที่มี คนทั่วไปก็ไม่อาจเข้าใจ



พวกเขายังคงต้องการโอกาสที่มหาศาลหรือสิ่งต่างๆเพื่อทำให้ศักยภาพสูงขึ้น แม้แต่ใช้สมบัติทั้งหมดทั้งอาณาจักรก็ยังไม่รู้ว่าจะก้าวเข้าไปเหยียบระดับนี้ได้หรือเปล่า ผู้ที่สามารถเข้าสู่วิถีเทพแห่งสงครามและกลายเป็นจักรพรรดิแห่งทักษะเป็นคำสรรเสริญที่ยิ่งใหญ่ ชื่อและเรื่องราวของพวกเขาจะถูกเล่าขานต่อกันมานับเป็นเวลาพันๆปี




ส่วนรายละเอียดลึกๆ เทพธิดาไม่คิดจะเปิดเผยไปมากว่านี้ นางแค่ทิ้งคำพูดให้ ชูเฟิง มีความพยายามมากขึ้นบนเส้นทางการต่อสู้ อาณาจักรพลังวิญญาณที่พูดกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่อาณาจักรสุดท้ายของอาณาจักรพลังวิญญาณ



อาณาจักรที่บรรพบุรุษได้กล่าว นั้นเป็นตำนาน คนจำนวนไม่มากที่จะรู้ เพราะอาณาจักรเช่นนั้นมีเพียงไม่กี่คน แต่ยังไม่มีใครแน่ใจว่า บรรพบรุษคนไหนมาที่ก้าวสู่ระดับนั้น หากใครได้เข้าสู่วิถีเทพแห่งสงครามและกลายเป็นจักรพรรดิแห่งทักษะจะถูกยกย่องสรรเสริญดั่งเทพเจ้า แต่พวกเขาจะไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองและต่อสู้อย่างต่อเนื่อง



เหล่าผู้คนที่รู้จักรวิถีเทพแห่งสงคราม ในตำนานกล่าวว่าแม้พวกเขาจะมีตัวตนอยู่จริง แต่คนทั่วไปก็ไม่อาจพบเห็นพวกเขา พวกเขาเป็นเหมือนดั่งเทพที่สถิตอยู่สรวงสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นบนโลก



ส่วนด้านของจักรพรรดิแห่งทักษะคือผู้ที่แตกฉานด้านการต่อสู้ แม่แต่อัจฉริยะมากมายหรือแม้แต่ผู้ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนทั้งชีวิต ก็ไม่อาจเข้าถึงได้ง่ายๆ



ตามตำนาน ตอนที่ ชิงหลง เทียน เสียชีวิต เขามีอายุเพียง 15 ปี นั่นก็ทำให้ชูเฟิงตะลึงไม่น้อย แต่เขาที่กลายเป็นจักรพรรดิแห่งทักษะตอนอายุ 15 นี้และที่ทำให้เขาน่ากลัว หลังจากที่ใช้ความคิด ชูเฟิง ก็พลันรู้แจ้งและสามารถเข้าใจความหมายของสุสานจักรพรรดิ



           " ทำไมเจ้าถึงตกใจล่ะ ทักษะเร้นลับไม่ต้องสงสัยเลยว่าถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิแห่งทักษะ เพราะฉะนั้นเจ้าอย่าได้พลาดไปเด็ดขาด "



           " แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะถูกสร้างขึ้นโดย ชิงหลง เทียน นอกจากนี้ ตำนานก็เป็นแค่ตำนานเท่านั้น มันมีความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับตำนาน ดังนั้น ต่อให้ทักษะเร้นลับนี้ถูกสร้างโดย ชิงหลง เทียน นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถเป็น จักรพรรดิแห่งทักษะ ตอนอายุ 15 ปี "



           " บางทีเขาในตอนนั้นอาจเป็นแค่ชายชราที่กำลังจะจบชีวิตลง เขาจึงได้สร้างสุสานเพื่อฝังตัวเองขึ้นมา " เขารู้ว่าชูเฟิงอาจจะคิดผิด เทพธิดาจึงเตือนเขา



           " งั้นหรอ " หลังจากที่ได้ฟังการวิเคราะห์ของนาง ชูเฟิง ก็พยักหน้าเห็นด้วย ตำนานก็เป็นแค่ตำนานเท่านั้น มันแตกต่างจากความเป็นจริง



แต่เขาก็ยอมรับนับถือ ชิงหลง เทียน ที่สร้างที่แห่งนี้ขึ้นมา จักรพรรดิแห่งทักษะไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเข้าไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดิแห่งทักษะของอาณาจักรทั้ง 9 ในปัจจุบัน ที่สูงสุดมีแค่อาณาจักรวิญญาณสวรรค์เท่านั้น ส่วนจักรพรรดิแห่งทักษะอาจมีอยู่เพียงในตำนาน



           " โฮ่กกกกก ~ ~ ~ "



ในตอนนั้นก็มีเสียงคำรามสั่นสะเทือนโลกดังขึ้นมาอีกครั้ง ภายในสุสานทั้งหมดสั่นอย่างรุนแรงราวกับว่าสวรรค์กำลังจะถล่ม



           " ทักษะเร้นลับ กำลังจะปรากฏออกมาแสดงให้เจ้าเห็น เจ้าอย่าได้นอนเฉยโดยที่ไม่ทำอะไร ไม่งั้นเจ้าจะพลาดโอกาส "



          " ชูเฟิง รีบหลอกล่อให้ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมาที่นี่ แล้วฆ่ามันซะ หากเจ้าปล่อยให้ทักษะเร้นลับเลือกเขาเป็นเจ้านาย เจ้าจะพลาดโอกาสครั้งนี้ไป และเจ้าจะมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต " เทพธิดาเตือนอย่างจริงจัง



ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิง ก็รู้สึกได้ถึงออร่าในร่างกาย อำนาจพลังวิญญาณที่ทะลักออกมาจากทั่วร่างกาย ตอนนี้ ชูเฟิงเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 1 เห็นได้ชัดว่านางถ่ายโอนพลังของนางให้ชูเฟิง



           " เห้ยไอ้ตุ๊ดดดด นี้เจ้าไม่ต้องการแหล่งพลังวิญญาณของเจ้าแล้วหรอ ข้าจะเอา มู่หรง เสียวหยุน ไปแล้วน้าา ? " ในตอนนั้น ชูเฟิง ก็ถึงกับเครียดมากขึ้น เขาไม่รู้ว่าจะหลอกล่อ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมาได้ยัง เขาจึงตะโกนออกไปยั่วยุ



* ตุบ ตุบ * ขณะที่เขาพูดจบ ก็มีร่างวิ่งออกมาจากอุโมงค์อย่างรวดเร็ว เขาคนนั้นคือคนที่สวมชุดคลุมสีเทา แม้ว่าจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาแต่สามารถมองเห็นดวงตาของเขาได้ เขารู้สึกว่าคนๆนั้น โกรธอย่างมาก จิตสังหารก็ส่งออกมาอย่างรุนแรง



           " นั้นคือผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ชุดเทา ไม่ผิดแน่ ชูเฟิงเจารีบเอาชุดคลุมของเขาออกไม่งั้นกับดักจะรั้งเขาได้ไม่นาน เพื่อที่จะลดความสามารถของเขา เจ้าจำเป็นต้องหาทางถอดชุดคลุมของเขาออก " เทพธิดาเตือน



* พรึบบบบ * .



ในเวลาที่นางกำลังเตือน คนที่สวมชุดเทาก็ไม่พูดอะไรสักคำ เขาพุ่งเข้ามาโจมตี ชูเฟิง ในทันที เขายกฝ่ามือขึ้นมาพร้อมกับกระโดดใส่ ชูเฟิง อย่างโหดร้าย เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการฆ่า ชูเฟิง มากแค่ไหน



แต่เมื่อคนๆนั้นก้าวเข้ามาบนลาน ชูเฟิงก็เปิดใช้งานกับดัก สัญลักษณ์ที่ถูกลงอักขระไว้เคลื่อนที่และมีแสงพุ่งออกไปทุกทิศทางเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเขา ส่วนฝ่ามือที่ปล่อยออกมา ชูเฟิง สามารถหลบมันได้ทัน



ในตอนนั้น คนชุดเทาก็ถึงกับตกใจนิดหน่อย เขาไม่คิดว่า ชูเฟิง จะเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญษรเช่นเดียวกัน อำนาจพลังวิญญาณที่ใช้สร้างกับดักทำให้พลังวิญญาณของเขาถูกผนึก



ชูเฟิง ได้โอกาสและขยายมือของเขาออก ตามที่เทพธิดาสั่ง เขาคว้าชุดคลุมสีเทาของคนๆนั้นออกมาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าเพื่อไม่ให้เขาสามารถตอบโต้ได้ทัน ขณะนั้นฝ่ามือของ ชูเฟิง คว้าไปที่หน้าอกเต็มๆ



           " นี่มัน . . . . . .  "



ตอนที่ ชูเฟิง ใช่ฝ่ามือสัมผัสบริเวณนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ ใบหน้าของเขาได้แต่กลายเป็นสีแดงเล็กน้อย เพราะในตอนนั้น ไม่เพียงแต่มือขวาที่คว้าเสื้อคลุมสีเทา เขายังคว้าบางอย่างที่นุ่มๆติดขึ้นมาด้วย



           " ว๊ายยยย ~~~~~~~ "




เสียงกรีดร้องดังออกมาจนแสบแก้วหู เสียงนั้นไม่เพียงแต่ฟังดูอายุยังน้อย อีกทั้งยังเป็นเสียงของหญิงสาวอีก เมื่อได้ยินเสียงหวานๆเช่นนัน คนๆนี้คงเป็นผู้หญิงไม่ผิดแน่  




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . . . .