วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 158 - วิชาพยัคฆ์ฯสังหาร




เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังไปทุกทิศทางจนทั้งให้สุสานทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าจะพังลงมา



ภายใต้ความกดดันด้านหน้าที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ออร่าของหญิงสาวสีม่วงดูเล็กกระจ้อย แม้ว่าออร่าของนางไม่ธรรมดา



           " เจ้าเด็กน้อยทั้งสองพวกเจ้ากล้ามากนะที่รบกวนการพักผ่อนของเรา "



เสียงนั้นเหมือนเสียงคำรามของสัตว์นับพัน แต่ก็เหมือนคนที่มีอำนาจตะโกนเวลาพูดดังออกมาจากทุกทิศทางทิ้มแทงเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจ พลังอำนาจที่เกินคณานับ เต็มไปด้วยกลิ่นไอโบราณ อายุของมันที่ดูจากออร่าประหลาดๆราวกับว่ามันเป็นวิญญาณที่หลับไหลมาเป็นเวลาหมื่นๆปีและเพิ่งถูกปลุกให้ตื่น มันทำให้คนรู้ได้ทันทีว่าความกดดันมหาศาลไม่ได้เป็นของโลกนี้



          " ข้าน้อยขอคารวะ ข้าไม่ได้มาเพื่อรบกวนท่าน เพียงแต่ข้าน้อยไม่ต้องการให้ท่านเก็บตัวอยู่ที่นี้ ข้าน้อยจึงบังอาจมาเพื่อที่จะปลดปล่อยท่าน " หญิงสาวชุดม่วงรีบคุกเข่าคารวะทันที นางประสานมือเข้าด้วยกันและกล่าวอย่างเคารพต่ออากาศ



          " ไร้สาระ เราต้องการพักผ่อนตอนนี้แค่ออกมายืดเส้นยืดสายนิดหน่อยเท่านั้น หากเราไม่ยอมไปเจ้าจะทำไรเราได้ "



เสียงนั้นฟังดูโมโหนิดหน่อย จากนั้นกลุ่มควันสีขาวก็ปรากฏขึ้นมาจากทุกทิศทาง พวกเขาเริ่มที่จะรวมตัวกันในอากาศ ภายในพริบตา มันก็กลายเป็น พยัคฆ์ขาวขนาดใหญ่



พยัคฆ์ตัวนั้นใหญ่มาก มันยาวกว่ายี่สิบเมตรและสามารถเขี้ยวชูเฟิงได้ภายในคำเดียว แม้มันจะเป็นพยัคฆ์ขาว แต่นั้นไม่ใช่ร่างที่แท้จริง กลุ่มควันสีขาวยังคงวิ่งไปมาทั่วร่างกายของมัน เหมือนเป็นหมอกที่ลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่จ้อง ชูเฟิง ละ หญิงสาวคนนั้น



มันไม่ได้มีกายเนื้อใดๆและดวงตาของมันทั้งสองดวงก็เป็นหลุมดำ ขณะที่มองกวาดผ่าน ชูเฟิง จนทำให้เขารู้สึกได้ถึงความกดดันและความหวาดกลัวเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจ ชูเฟิง คิดว่าหากมันจู่โจมเขา เขาจะต้องพลันหายไปในพริบตาอย่างไม่ต้องสงสัย



          " เจ้านี่มันไม่มีอะไรดีสักอย่าง ไม่เพียงแต่จะลอบเข้าในสุสาน ยังวางค่ายกล พยายามรอรับผลประโยชน์เหมือนดั่งชาวนา " หลังจากที่เขากวาดสายตามาที่ชูเฟิง พยัคฆ์ขาวตัวนั่นก็ต่อว่าอย่างเย็นชา ตั้งแต่ประตูถูกเปิดเข้ามา เขาก็รู้ทุกอย่าง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างภายในสุสาน



ตอนนั้น ชูเฟิงไม่ได้เถียงใดๆ ได้แต่ขมวดคิ้วลงโดยที่ไม่ส่งเสียง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูด แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดกับมันยังไง เขารู้สึกว่าตรงหน้าเขาคือ สัตว์อสูรวิญญาณโบราณที่อาศัยอยู่มานานกว่าหมื่นปีหากพูดอะไรไม่เข้าหู มีหวังจบไม่สวยแน่ และเส้นทางของเขาก็จะถูกปิด



เมื่อสัตว์เทพ พยัคฆ์ขาว แสดงความคิดเห็นในความชั่วร้ายของชูเฟิง หญิงสาวชุดม่วง ยิ้มอย่างพอใจ ปากของนางไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ เห็นได้ชัดมุมปากนางโค้งขึ้น อีกทั้งนางรู้สึกว่า ตัวเองอาจได้รับเลือก จากพยัคฆ์ขาว และปล่อยให้ชูเฟิงเป็นหมาหัวเน่า



          " เจ้าก็เหมือนๆกันนั่นแหละ เหตุผลที่มานี่ไม่เหมือนกับที่เจ้าพูดมา ที่มาก็เพื่อพลังของเราสินะ "



          " เจ้ามีวัตถุประสงค์จึงต้องการฆ่าเขาให้ได้ ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นคนที่ไม่สนว่าจะใช้วิธีไหนก็ตามเพื่อให้เป้าหมายของเจ้าสำเร็จ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปโตขึ้นเจ้าจะเป็นยังไง " ในตอนนั้น พยัคฆ์ขาวเหลือบมองหญิงสาวชุดม่วงแล้วตำหนิ



          " ท่านอาวุโส ข้าน้อยรู้ดีว่าทำผิดเพราะหน้ามืด อยากให้ท่านรับเลือก เพื่อที่จะได้พลังที่แข็งแกร่งของท่าน ดังนั้น ข้าน้อยจึงไม่ได้ยั้งคิด ถ้าเจ้าโทษใคร เจ้าต้องตำหนิท่านที่มีพลังดึงดูดจนทำให้คนขาดสติ " หญิงสาวหุบริมฝีปาก ใบหน้าของนางทำทีให้ น่าสงสาร นางแสร้งทำเป็นเศร้าเท่าที่จะทำได้



แม้ว่านางต่างไม่เลือกยุทธวิธีที่จะงัดออกมาใช้ แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ การที่แม่นางคนนั้น พูดจาประจบประแจง ขณะนั้นพยัคฆ์ขาวมีใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการทีคนมาประจบเขา



          " ท่านอาวุโส พลังของท่านยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ ความแข็งแกร่งของท่านก็มากที่สุดในโลก ท่านไม่ควรมาหยุดพักผ่อนอยู่ที่นี่ แต่ท่านควรให้เกียรติเรามอบประสบการณ์ของท่านแสดงให้เราได้เห็น ไม่งั้น ชาตินี้คนที่ไม่ได้เห็นพลังของท่านคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต "



เห็นว่านางประจบสำเร็จ ชูเฟิงจึงไม่คิดจะนั่งรอความตาย เขาจึงรีบคุกเข่าลงเคารพพร้อมกับประจบให้พยัคฆ์ขาว



          " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าเข้าใจพูดดีหนิ แต่นั้นก็เป็นเรื่องจริง หากเรามัวแต่อยู่ที่นี่ ทุกคนคงจะผิดหวังไม่น้อย "



          " ความแข็งแกร่งไม่มีใครเทียบเราได้ แม้แต่เจ้าแก่สามตัวนั้น " พยัคฆ์ขาวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ มันใช้กรงเล็บของมันเคาะไปที่เคราเบาๆ เห็นได้ชัดว่าเขามั่นใจตัวเองแบบสุดๆ



           " เจ้าแก่สามตัว นั้นคือ . . . . " หลังจากที่ได้ยินคำพูดของพยัคฆ์ขาว ชูเฟิง ก็ พึมพำกับตัวเอง



           " ชูเฟิง เจ้าไม่ควรพลาด เจ้านี้มันโชคดีจริงๆ ถ้าเราจำไม่ผิดต้องมีผนึก ทักษะเร้นลับ อีกสามด้านในสุสานจักรพรรดิ เจ้าต้องไล่หาทางเข้าอื่นๆให้หมด "



           " ทักษะเร้นลับทั้งหมดมีถึง 4 ชนิด หากเจ้าสามารถเรียนรู้พวกเขาได้ทั้งหมด อนาคตเจ้าจะต้องแข็งแกร่งอย่างมาก ในยุคนี้จะไม่มีใครสามารถต่อกรกับเจ้าได้ เจ้านับว่าโชคดีไม่น้อย ที่ได้โอกาสที่คนทั่วไปไม่สามารถได้รับ "



ขณะที่ ชูเฟิง กำลังสังสัย เทพธิดา ก็กล่าวข้ามความตื่นเต้นของเขาไป ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่ามี ทักษะเร้นลับ ทั้งหมดอยู่ 4 ชนิด



ในตอนนั้น ชูเฟิง ในใจแสนจะตื่นเต้น หากเขาโชคดีได้รับทักษะเร้นลับทั้ง 4 คงหาคนต่อกรด้วยไม่ได้ หรืออาจทำให้คนทั้งโลกต่างอิจฉา



ชูเฟิงตอนนั้นเหลือบมองหญิงสาวชุดม่วง และพบว่านางกำลังมองหน้าเขาขณะที่ใช้สายตาดูถูกเหยียดหยาม ที่เต็มไปด้วยความเกลียดซัง ชูเฟิงหันมามองตัวเอง และรู้สึกเหมือนกับโดนนางด่า ว่า เขานั้นหน้าด้าน



ชูเฟิง ก็แอบพอใจกับปฏิกิรยาของนาง แม้ว่านางจะรู้ว่ามี ทักษะเร้นลับที่นี่ แต่เห็นได้ชัดเจนว่านางไม่ได้รู้ความลับของสุสานจักรพรรดิ นางยังคงไม่รู้ยังคงมีอีกสามทางเข้าในอาณาจักรมังกรฟ้า และยังมี อีก สามทักษะเร้นลับที่ถูกผนึก



           " เราจะทำตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น ตัวเราคือวิชาพยัคฆ์ฯสังหาร ถูกสร้างขึ้นโดย จักรพรรดิ์แห่งทักษะ แต่ไม่อาจเปิดเผยนามของนายท่านได้ แต่ด้วยพลังของเขาเพียงเล็กน้อย หรือแค่การขยับเท้า อาจทำให้แผ่นดินและผืนฟ้าแทบจะถล่มลงมาได้ เขาเป็นคนที่มีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ " ใบเวลานั้น สัตว์เทพ พยัคฆ์ขาวเล่าเรื่องของตนเล็กน้อย



ชูเฟิง ได้เตรียมใจไว้แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ เรื่องนั้นเขาพอรู้จากเทพธิดามาว่าว่าทักษะเร้นลับถูกสร้างขึ้นจากจักรพรรดิแห่งทักษะ เขาจึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่หญิงสาวชุดม่วงใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่านางไม่รู้ว่าที่มาของทักษะเร้นลับจะน่าประทับใจเช่นนี้






////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . . . .