วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 159 - น่าสนใจดีหนิ


   
           " การโจมตีของเรา นับได้ว่ารุนแรงที่สุดในโลก ไม่มีอะไรสามารถป้องกันเราได้ ไม่ต้องพูดถึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ แม้แต่ผู้มีโลกวิญญาณ หลายร้อยดวงยังถูกเราสังหารภายในครั้งเดียว " พยัคฆ์ขาวเล่าอย่างภาคภูมิใจ



           " ผู้มีโลกวิญญาณหลายร้อยดวง นี่เทพธิดามันสามารถทำแบบนั้นได้ด้วยงั้นหรอ " ชูเฟิง ถามนางในใจ เขาอยากรู้ว่าผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทำแบบนั้นได้ยังไง



           " ทำได้สิ หากผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทำสัญญากับโลกวิญญาณเหล่านั้นได้ พลังของผู้เชื่อมต่อจะแข็งแกร่งอย่างมากตราบใดที่โลกวิญญาณเต็มใจ เขาจะดึงพลังจากโลกวิญญาณออกมาใช้เท่าไหร่ก็ได้



           " จำนวนของโลกวิญญาณนั้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะระบุความแข็งแกร่งของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ  คนที่สามารถควบคุมโลกวิญญาณจำนวนนับร้อย คงจะก้าวเข้าสู่ วิถีเทพแห่งสงคราม " เทพธิดาอธิบาย



           " ก็ทำนองนี้แหละ " ตอนนั้น ชูเฟิง ตกใจอย่างมาก ที่เขาสามารถฆ่ายอดฝีมืออย่าง เทพแห่งสงคราม นั้นมีความหมายอยู่ 2 ประการ ประการแรกหมายความว่า เจ้านายของพยัคฆ์ขาวที่สร้างวิชาร้ายกาจเช่นนี้ขึ้นมา อาจเป็นไปได้ว่า เขาคือ บุคคลในตำนาน ชิงหลง เทียน



ประการที่สอง วิชาพยัคฆ์ฯสังหารนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ แม้แต่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่เชี่ยวชาญการสร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ คนเหล่านั้นต่างถูกเรียกว่า เป็นผู้มีการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขายังสามารถทำลายมันได้ภายในครั้งเดียว และยังสังหาร ผู้เชื่ยวชาญที่เข้าสู่ วิถีเทพแห่งสงคราม



ไม่ต้องสังสัยเลยว่าทำไม มู่หรง เสียวเหยา ในยุคนั้น ถึงได้มีการโจมตีที่ร้ายกาจหาใครเปรียบ มันต้องเป็นฝีมือของทักษะเร้นลับ วิชาพยัคฆ์ฯสังหาร 



           " ยังไงก็ตาม เราสามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้ตลอดกาล แต่ต้องดูวิธีการของพวกเจ้า เราไม่มีปัญหาที่จะอยู่ที่นี้ แต่มันคงน่าเสียดาย ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะออกสู่โลกภายนอกเพื่อทำให้ยุคนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง "



พยัคฆ์ขาวหมุนตัวเป็นวงกลมรอบๆในอากาศขณะที่กล่าว แต่ แม้ว่าคำพูดของเขาจะเถรตรงและเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มากจนเกินเหตุ แต่ ชูเฟิง และ หญิงสาวชุดม่วง ก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของเขาเลย เพราะเขาเป็นถึง ทักษะเร้นลับในตำนาน



         " แม้ว่าเจ้าทั้ง 2 จะไม่มีคุณสมบัติ แต่เราก็ต้องเลือกใครคนหนึ่ง ดังนั้นเจ้าต้องต่อสู้กันโดยที่เราจะเป็นคนตัดสินใจ ดังนั้นพวกเจ้าควรทำให้เต็มความสามารถเพื่อทำให้เรายอมรับ "



         " แต่ไม่ต้องห่วง หากพวกเจ้ามีความสามารถที่น่ากลัวทั้งคู่ เราจะไม่โทษพวกเจ้า เราจะโทษว่าเป็นความผิดของเราที่มีตาหามีแวว แม้แต่มู่หรง เสียวเหยา ในปีนั้นเขาก็ธรรมดาๆ ตอนนั้นเราก็พูด เขาก็ไม่ยอมทำ เราก็ไม่ตำหนิใดๆ จากนั้น เราก็ได้เลือกเขา " พยัคฆ์ขาว พูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจ



          " อะไรนะ มู่หรง เสียวเหยา นะหรอ ธรรมดา เขาเคยบอกแล้วมู่หรง เสียวเหยาไม่ทำ แล้วตอนนี้จะมาบ่นทำไม " ชูเฟิงแสนจะไม่พอใจ ที่ทักษะเร้นลับแสนจะเป็นคนที่หยิ่งผยอง เห็นแก่ตัว และไม่เอาใคร



แต่ที่กล่าวเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ต้องการให้พวกเขาทำอย่างเต็มที่ โดยที่ ชูเฟิง และ หญิงสาวชุดม่วง ไม่ต้องเกรงใจเขาเพื่อให้ความบันเทิงของพยัคฆ์ขาวเพิ่มมากขึ้น



แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเหมือนบอกใบ้บางอย่าง พยัคฆ์ขาวพูดเป็นในๆแล้ว ว่าใครต้องการครอบครองพลังของเขา จะต้องเป็นผู้ชนะในการต่อสู้



          " มัวจ้องอะไรอยู่ ทำไมเจ้าทั้งสองถึงไม่เริ่ม หากยังมัวลังเล ระวังเราอาจจะเปลี่ยนใจ " พยัคฆ์ขาวกวาดสายตาไปที่ทั้งสองคน พร้อมกับแสดงความหงุดหงิด 



          " ตายซะ!!! "



เมื่อพยัคฆ์ขาวพูดจบ หญิงสาวก็เข้ามาจู่โจมดั่งสายฟ้าแลบ ออร่ารอบๆตัวเส้นผมและดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีม่วงอีกครั้ง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยจิตสังหาร นางต้องการให้ ชูเฟิง ตายอย่างแท้จริง



ออร่าสีม่วงกระจายออกไปเหมือนลูกไฟ สีของมันดูแสนจะชั่วร้าย พุ่งเข้ามาอย่างสัตว์ที่กำลังล่าเหยื่อ ซึ่ง ชูเฟิง ไม่สามารถรับได้หมดแน่ๆ เขาจึงตั้งหลัก พร้อมกับสร้างธนูสีทองและลูกศรขึ้นมาในมือข้างซ้ายของเขาเพื่อเตรียมตอบโต้



จากนั้นเขาก็ง้างธนูพร้อมกับลูกศรเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวงเมื่อยิงออกไปมันเหมือนกับฝนดาวตก ลูกศรที่ลอยอยู่เต็มอากาศเป็นสีทอง เข้าปะทะกับลูกไฟสีม่วงจนเกิดระเบิด เป็นควันสีม่วงกระจายออกมา แต่ที่น่าตกใจ คือควันสีม่วงเหล่านั้นไม่หายไป มันก่อตัวหนาเหมือนกำแพงเหล็ก



* ตูม ตูม ตูม * หลังที่ลูกศรปะทะกับลูกไฟสีม่วงไม่หมด มันก็พุ่งลงมาใส่สุสานจนเกิดเป็นหลุมลึกปรากฏขึ้นมาบนพื้น ที่ทำมาจากวัสดุพิเศษ



จนทำให้ฝุ่นและหินกระจายไปทั่ว ชูเฟิงขณะนั้นก็ว่องไวเหมือนลิงเขากระโดดหลบลูกไฟที่กำลังพุ่งเข้ามา แม้ว่ามันจะมีจำนวนมากแต่ก็ไม่สามารถตามความเร็วของเขาได้ทัน ชูเฟิง จึงได้แต่หลบไปเรื่อยๆ



ขณะที่เขาหลบไปมา เขาก็หันหน้าไปมองหญิงสาวชุดม่วง เขาพบว่านางกำลังยืนอยู่โดยที่ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว นางใช้สายตาเหยียดหยาม มอง ชูเฟิง เหมือนเป็นปลาตัวหนึ่งที่นอนรออยู่บนเขียงรอเวลาที่จะถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย



          " ยัยเด็กบ้า หากข้าไม่ลงมือ เจ้าคงคิดว่าข้าเป็นแมวป่วยสินะ "



ตอนนั้น ชูเฟิง หยุดคิดที่จะหลบ จู่ๆสายฟ้าสีทองก็ปรากฏขึ้นมาภายในดวงตาของเขาเวลาเดียวกันพื้นที่รอบๆก็เต็มไปด้วยคลื่นสายฟ้าเล็กๆสีทอง จากนั้น พวกเขาก็เริ่มก่อตัวปกคลุมทั่วตัวชูเฟิงเหมือนกับโล่ป้องกันทุกส่วน ทันใดนั้นชูเฟิงก็เข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 2



*  บูม บูม บูม บูม บูม *



ทันใดนั้น ลูกไฟสีม่วงจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง จำนวนของมันผนึกเส้นทางของ ชูเฟิง อย่างสมบูรณ์ จากนั่นก็ระเบิดใส่ร่างกายของเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น จนทำให้สุสานเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง



แต่ภายใต้การโจมตีนั้น หญิงสาวชุดม่วงไม่ได้รู้สึกว่ามันสำเร็จ นางแสนจะกังวล คิ้วของนางจึงได้แต่ขมวดลง พร้อมกับใช้สายตาจ้องมองเงาที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาอย่างจริงจัง



สำหรับพยัคฆ์ขาวที่ลอยอยู่ในอากาศ เหมือนมีรอยยิ้มปรากฏออกมาทางมุมปาก จากนั้นก็พูดเบาๆ " น่าสนใจดีหนิ "




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . . . .