วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 92 - ต้นกำเนิดของชูเฟิง


ณ ห้องประชุม ตะกูล ชู ชูเฟิงกับชูหยวน กำลังเดินกลับที่พักของพวกเขา



" ท่านพ่อ ลูกมีบางอย่าง อยากจะถามท่าน " ชูเฟิง ถาม ชูหยวน ในห้องพัก



" ลูกเฟิง มีอะไรก็พูดมาเถอะ " ชูหยวนมองชูเฟิง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติ



การต่อสู้ของ ชูเฟิง ที่ปกป้องตะกูลทำให้เขาและคนอื่นๆต่างตกใจ ภายในใจของเขา ชูเฟิง เป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด



เห็นชูหยวนพูดมาเช่นนั้น ชูเฟิง  ยิ้ม ขณะถามสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ " ท่านพ่อใครคือบิดา มารดา แท้ๆของข้า แล้วทำไมพวกเขาถึงทิ้งข้าไป "



" คือ . . . . . . . " เมื่อ ชูเฟิง ถามออกมา ชูหยวนที่เต็มไปด้วยความสุขก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที



" ท่านพ่อ ท่านบอกข้าไม่ได้งั้นหรอ " ชูเฟิงเห็นว่าชูหยวนกำลังลำบากใจ



" ลูกเฟิง ไม่ใช่ว่าพ่อบอกเจ้าไม่ได้ แต่เรื่องบิดา มารดา แท้ๆชองเจ้าข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย " ชูหยวนยิ้มแห้งๆพร้อมกับอธิบาย



" แม้แต่ท่านก็ยังไม่รู้หรอ ? แล้วท่านเอาข้ามาเลี้ยงได้ยังไง ? " ชูเฟิงตกใจกับคำตอบ



ก่อนหน้านี้เขาเคยได้พบขอทานบ้าคนหนึ่งเขาเหมือนกับจะรู้จักความเป็นมาของชูเฟิง ชูเฟิงรู้สึกว่าบรรพบุรุษของเขานั้นคงไม่ธรรมดา คำตอบของ ชูหยวนจึงทำให้เขาหงุดหงิด 



แต่ถ้าหากชูหยวนเก็บเขามาเลี้ยงจริงๆ ก็หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเขาและบิดามารดาแท้ๆของเขาได้ถูกปิดลง



" ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่รู้อะไรสักอย่าง จริงๆแล้วข้าถูกไหว้วานให้นำเจ้ามาดูแล " ชูหยวนค่อยๆอธิบาย แต่ดูจากสีหน้าเขาเหมือนกำลังลำบากที่จะพูด



" ใครคือคนที่ไหว้วานท่านให้เลี้ยงข้า แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่บิดามารดาของข้า ? " ชูเฟิงถามอย่างร้อนใจ



เห็นท่าทางของชูเฟิงที่กำลังร้อนใจ ชูหยวนอ้ำๆอึ้งๆ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องถอนหายใจและกล่าว



" เห้อ หากเจ้าอยากรู้มากขนาดนั้น พ่อจะบอกเจ้าก็ได้ "



" ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนั้นข้าและคนรับใช้ออกเดินทางไปทำการค้า เราเดินทางผ่านป่าบนภูเขา . . . ."



" บนทางที่เรากำลังเดิน ข้าได้พบกับชายคนหนึ่งที่กำลังอุ้มเด็กอยู่ในมือและเข้ามาถามข้าว่า ข้าเป็นคน แซ่ ชู ใช่มั้ย "



" เนื่องจากตอนนั้นพวกเรากำลังคุ้มกันสินค้าบางอย่างและผู้ชายคนนั้นก็แต่งตัวดูน่าสงสัย ข้าจึงไม่เห็นหน้าของเขา แต่ก่อนที่ข้าจะตอบ "



" ข้าเหลียวมองไปเห็นศพคน 2 คน มีเลือดกระจายกองอยู่เต็มพื้น " 



" เวลานั้นพวกเราหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก พวกเราจึงคิดที่จะหนี แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เค้าใช้แรงดันวิญญาณ สะกัดพวกเราเอาไว้ไม่ให้เราขยับไปไหนได้ "



" เจ้า แซ่ ชู ใช่มั๊ย ? ชายคนนั้นถามย้ำข้าอีกครั้ง ตอนนั้นข้าก็ตระหนักได้หากข้าไม่ยอมตอบ คนรับใช้และข้า คงจะถูกเขาฆ่าตาย "



" เมื่อข้าได้เห็นความแข็งแกร่งที่เกินหยั่งถึง ตอนนั้นข้าก็ยิ่งหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ข้าพอเข้าใจคำถามของเขา ข้าจึงมองหน้าเขาอย่างสิ้นหวัง "



" ในตอนนั้นข้าก็พบกับความประหลาดใจเมื่อข้ามองไปเห็นเปลวเพลิงที่อยู่ในดวงตาของเขา เวลาเดียวกัน สินค้าทั้งหมดที่นำมาก็ถูกเผาด้วยเปลวไฟที่รุนแรง แม้แต่เกวียนและม้าก็ยังกลายเป็นขี้เถ้า"



" เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามที่จะปกปิด จิตสังหารของเขา แต่มันก็เล็ดลอดออกมา ข้ารู้สึกว่าจิตสังหารนั้นหน้ากลัวที่สุดที่ข้าเคยสัมผัส เหมือนกับว่าเขาขึ้นมาจากนรก "



" ในตอนนั้น ข้ารู้ว่าข้า คงต้องตายอย่างแน่นอน แต่สุดท้าย เขาก็ไม่ได้ทำร้ายข้า เขายังคงถามข้าซ้ำอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย เจ้าใช่คน แซ่ ชู ใช่มั้ย ? "



" ตอนนั้น ข้าตอบเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ข้าบอกถึงที่ตั้งของตะกูลและสถานะของข้าในตะกูล



พูดถึงตอนนั้น ชูหยวน ดูเหมือนเขาจะรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ชูเฟิงพอจะเดาได้ว่าในตอนนั้นเขาคงกลัวถูกฆ่าตาย จึงได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับตะกูล ชู



เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงคิดว่าตัวเขานั้น เป็นคนที่ทรยศตะกูล ขายตะกูล ชู ให้กับคนอื่น เพื่อหนีเอาตัวรอด ยังไงก็ตาม เมื่อเขารู้ว่าข้าเป็นคนตะกูล ชู เขาจึงพูดออกมาว่า เมื่อมีชีวิตมนุษย์นั้นก็ควรจะมีเป้าหมาย



" ท่านพ่อ แล้วยังไงต่อ ? " ชูเฟิง อยากจะรู้ตอนท้าย



" หลังจากนั้นเขาก็ฆ่าบรรดาคนรับใช้ของข้าทั้งหมด เหลือข้าทิ้งไว้ พร้อมกับเด็กทารก และ เด็กคนนั้นก็คือเจ้า " 



" หลังจากนั้นข้าก็พาเจ้ากลับมาเลี้ยงดูเป็นอย่างดี เหมือนกับเจ้าเป็นลูกแท้ๆของข้า ยังไงก็ตาม ชื่อของเจ้านั้นข้าไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่ชื่อของเจ้ากำหนดมาแล้ว ว่าคือ ชูเฟิง "



" ทำไมล่ะ . . . . . . . . "



ตอนนั้น ชูเฟิง ตกใจอย่างมาก หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาคิดไม่ถึงว่า ชื่อของเขาจะไม่ใช่ ชูหยวนที่เป็นคนตั้ง แต่กลับเป็นผู้อื่นที่เป็นคนตั้งชื่อของเขา "



เมื่อเขาคิดไปถึงผู้ชายคนนั้น ชูเฟิงจึงถามชูหยวน แบบเดิมซ้ำๆกัน 3 ครั้ง มันยากที่เขาจะยอมรับ ว่าจริงๆแล้วบิดา มารดาของเขา ก็มีแซ่ ชู ส่วนการได้รับหมอบหมายหน้าที่ดูแล เป็นไปได้ว่าคนๆนั้นไม่ต้องการให้ ชูเฟิง เปลี่ยนแซ่ของเขา



" ตอนนั้นเป็นธรรมดาที่ข้าจะไม่กล้าปฏิเสธ ข้าจึงสัญญากับเขา "



" หลังจากนั้นก็จะไม่ได้เรียกร้องอะไรอื่น ข้าอาจจะไม่สามารถบอกเจ้าได้ว่าเจ้าเป็นใครและมาจากไหน แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกเจ้า คือ เจ้านั้นเป็นลูกของข้า แม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงบุตรบุญธรรม แต่ข้าก็ไม่เคยคิดร้ายอะไรกับเจ้าหรือให้เจ้าถูกใครทำร้ายข้าหวังเพียงว่าเจ้านั้นจะเติบโตอย่างแข็งแรง "



" ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า คนๆนั้นเขาพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อฆ่าล้างตะกูล ชู ดังนั้นข้าจึงปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ "



ในที่สุด ชูเฟิงก็เข้าใจว่าทำไม ชูหยวน ถึงไม่อยากพูดถึงต้นกำเนิดของเขา หรือมีท่าทีที่ไม่สบายใจ อีกทั้งยังหวาดกลัวเมื่อชูเฟิงถามเรื่องต้นกำเนิดของเขาเพราะคนๆนั้นได้ข่มขู่เอาไว้



" ท่านพ่อ ท่านรู้มั้ยว่าชายคนนั้นมีชื่อว่าอะไร หรือสัญลักษณ์อะไรก็ได้บ่งบอกลักษณะของเขา ? " ชูเฟิงถาม จริงๆเค้ามีคำตอบอยู่แล้วภายในใจ



" ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาชื่ออะไร แต่บนหน้าผากเขามีแผลเป็นแปลกๆ เหมือนกับเปลวเพลิง " ชูหยวนตอบ



ตอนนั้น ชูเฟิง ดูท่าทางสงบเพราะเขาคิดไว้อยู่แล้วว่าคงจะเป็นเขา แท้จริงแล้วเรื่องของต้นกำเนิดของเขาก็เกี่ยวข้องกับขอทานในวันนั้น



" ท่านพ่อ เขาไม่ได้พูดถึงบิดามารดาของข้าบ้างเลยหรอ ? "



" ไม่เลย เขาไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับบิดามารดาของเจ้า "



" แล้วทำไมท่านถึงคิดว่าเขาไม่ใช่บิดาของข้าล่ะ "



ได้ยินคำพูดนั้น ชูหยวน หลับตาลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวอย่างช้าๆ " เพราะหลังจากที่เขาส่งเจ้าให้ข้า ก็เหมือนกับภาระของเขาถูกปลดออก เขานั้นมีท่าทีเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากนั้นเขาก็โวยวายเหมือนกับคนบ้า



" ข้ายังจำได้ดีว่าตอนที่เขาบ้านั้นเขาพูดอะไร "



" เขาพูดอะไร ? " ชูเฟิงถามอย่างไว



" เขาตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้าว่า ท่านเห็นแล้วใช่มั้ย ว่าข้าทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง แล้วท่านจะปล่อยข้าไป ข้าขอร้องได้โปรด ปล่อยข้าไปสักที!!!!!!! "




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . .