วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 94 - มีค่าและความสามารถ



" คนๆนั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณไม่ผิดแน่ แม้แต่ เกา หลี่ และคนที่ถูกส่งไป พวกเขาต่างถูกใครบางคนฆ่าตาย ด้วยแรงดันวิญญาณที่มหาศาล " หลิวปิงกล่าวขณะที่ยืนตัวสั่นไปด้วยความกลัว บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก




ในวันนั้นนางและเกา หลี่ พบว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ เพื่อไม่ให้ เล้ง วู่ซุย ฆ่าเขา พวกเขาจึงเลือกที่จะตามไปจัดการกับ ชูเฟิง ขณะที่พวกเขากำลังเดินไปตามทาง จู่ๆ เกาหลี่ ก็ทรุดตัวลง หลังจากที่สังเกตุ หลิวปิงรู้สึกถึงแรงดันวิญญาณที่มหาศาลพุ่งเข้าหาเกาหลี่



จากนั้น หลิว ปิง พบว่า เกา หลี่ นั้นได้สิ้นลมหายใจ เหมือนกับ พี่น้อง จาว ซือ ร่างของพวกเขาไม่มีร่องรอยของบาดแผลใดๆ แต่อวัยวะภายในของเขากับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เห็นได้ชัดว่าเขาตายด้วยแรงดันวิญญาณที่มหาศาล



ดังนั้น หลิว ปิง จึงไม่กล้าไล่ตาม ชูเฟิง ไป นางพยายามหนีกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมารายงานให้ เล้ง วู่ซุย ทราบ



" ดูเหมือนว่าข้าจะประเมิน ชูเฟิง ต่ำไปสินะ "



เล้ง วู่ซุย จมลงสู่ห้วงความคิด ขณะที่หลิว ปิง ยืนตัวสั่น นางจ้องไปที่เขา โดยไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดๆต่อ เห็นได้ชัดว่านางกลัว เล้ง วู่ซุย อย่างมาก



" หลิว ปิง ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ทันใดนั้น เล้ง วู่ซุย ก็หยิบ ขวดหยกสีขาวขนาดเล็ก ในถุงจักรวาล มอบให้กับนาง "



" ขอบคุณศิษย์พี่เล้ง " นางรับขวดหยกสีขาวไว้ด้วยความยินดี โดยไม่คิดว่ามีอะไรแอบแฝง นางเปิดขวดออกแล้วเทของเหลวลงไปในปาก



" หลิว ปิง พบว่ารสชาติของมันแตกต่างไปจากเดิม " เล้ง วู่ซุย ยืนเอามือไคว่หลังแล้วมองไปที่นางด้วยสายตาแปลกๆ มุมปากของเขาแสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อยในความมืด



" นางรู้สึกว่ารสชาติของมันหวานขึ้นเล็กน้อย " หลิวปิงเช็ดคราบที่มุมปาก แต่แล้วจู่ๆ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก นางยกมือขึ้นมาชี้หน้า เล้ง วู่ซุย แล้วตะโกน " เจ้า . . . . . . . . . . "



" เหื้อออ ~ "



หลิว ปิง พูดอะไรไม่ออก จากนั้นใบหน้าของนางก็เปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว จาก เขียวอ่อน > เขียว > ชมพู  >  ม่วง จากนั้นปากของนางก็มีฟองสีขาวทะลักออกมา นางพยายามเอามือล้วงไปในคอ เพื่อนำของเหลวนั้นออกมา ยังไงก็ตาม นางไม่สามารถทำอะไรได้แล้วในตอนนี้



" ในเมื่อเจ้าทำงานไม่สำเร็จแล้วข้าจะเก็บเจ้าไว้ทำไม " เห็น หลิว ปิง ที่กำลังทรมานเขาไม่มีความเห็นใจนางแม้แต่น้อย จากนั้นนางก็ล้มลงกับพื้นพร้อมกับสิ้นลมหายใจ เขาก็ยืนยิ้มอย่างเย็นชาขณะมองดูนางตาาย



" มันจงใจปล่อยเจ้ากลับมารายงานข้าสินะ เพื่อให้ข้าหยุดและยอมแพ้ น่าสนใจหนิ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะปกป้อง ชูเฟิง ได้สักกี่น้ำ "



เล้ง วู่ซุย เดินกลับไปที่ห้อง แล้วนั่งลงบนโต๊ะ เขาหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนจดหมาย " ท่านพ่อ ข้าประสบกับปัญหาที่โรงเรียนมังกรฟ้า ขอให้ท่านช่วยส่งคนในตะกูลเรามาเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ "



หลังจาก 2 วันถัดมา วันนี้ก็ถึงวันที่ตะกูล ชู ได้เชิญตะกูลต่างๆบริเวณภูเขาให้มารวมตัวกัน



ด้านนอกกำแพงของภูเขา ชูพิง ยังคงมี หัวของผู้นำ ตะกูล สู่ ตะกูล ม่า และตะกูล หวัง แขวนอยู่ตรงนั้น 



ภายในเมืองภูเขา ชูพิง มีการสอนฝึกทักษะการต่อสู้บนลานประลอง รอบๆบริเวณนั้นมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าแขกตะกูลต่างๆที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญ



พวกเขาแต่ละคนต่างดูรื่นเริง และยินดี ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขณะที่กินดื่ม พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน



หลังจากที่ ตะกูล ชู ค้นพบเหมือง แร่เหล็กดำ ทำให้เกิดเรื่องราวสั่นสะท้านรอบๆพื้นที่ภูเขา ที่ตะกูลชูทำสงครามกับ สามตะกูลที่ทรงอิทธิพล ทั้งยังสามารถเอาชนะมาได้ ทำให้ข่าวนี้เป็นที่สนใจของผู้คนอย่างมาก



ตะกูล ชู สามารถต่อกรกับตะกูลทั้งสามโดยไม่ได้รับความสูญเสีย อีกทั้งยังตัดหัวของผู้นำทั้ง 3 ตะกูลที่อยู่ระดับอาณาจักรกำเนิดวิญญาณมาได้ ทำให้ตะกูลชู กลายเป็นตะกูลที่แกร่งที่สุดบริเวณภูเขารอบๆ



เมื่อตะกูลชูส่งเทียบเชิญ มาให้พวกเขาเพื่อเข้าร่วมงาน มีหรือพวกเขาจะกล้าปฏิเสธ ส่วนการจัดเลี้ยงก็เป็นหนึ่งในแผนของตะกูลชู ขณะที่ทุกคนมีรอยยิ้ม ดูสนุกสนาน แต่แท้จริงแล้วลึกๆพวกเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก เหตุผลที่พวกเขายอมมา ก็เพราะกลัวพลังของตะกูล ชู



" ทำไม ชู หยวนบ้า ไม่อยู่ที่นี่ล่ะ ? วันสำคัญเช่นนี้เขาควรมาเป็นเจ้าภาพหนิ ? "



" ชู หยวนบ้า แข็งแกร่งมากเขาสามารถเอาชนะผู้นำทั้งสามคนนั้นได้ แล้วทำไม วันนี้เขาถึงไม่ออกมาล่ะ หรือว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเก็บตัว "



" เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า พวกเขาส่งชูหยวนมาเป็นตัวแทน แต่ข้าว่าควรเป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรกำเนิดวิญญาณเท่านั้นที่จะเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าภาพ



" ข้าเชื่อว่าหากถึงเวลาคับขันไม่แน่ ชู หยวนบ้า อาจจะแสดงตัวออกมา ตะกูลชูเชิญพวกเรามาที่นี่ แต่กลับให้ใครไม่รู้ ไปนั่งตำแหน่งตรงนั้น ? "



ขณะที่ทุกคนกล่าวซุบซิบนินทา บางคนก็ชี้นิ้วไปที่ ชูเฟิง ที่นั่งอยู่ข้างๆ ชูหยวน แม้ว่าชื่อของ ชูเฟิง จะเป็นที่รู้จัก แต่พวกเขาก็ไม่เคยพบกับ ชูเฟิง มาก่อน



" เขาคืออัจฉริยะของตะกูล ชู ชื่อ ชูเฟิง ดูชุดที่เขาสวมสิ เขาเป็นถึงสาวกหลักด้วยอายุเพียงแค่นี้ ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก "



" งั้นก็หมายความว่า เขามีผ้าคลุมสัญลักษณ์มังกรฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่น่าล่ะทำไมตะกูลชูถึงได้มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขาได้รับการปกป้องจาก เครื่องหมาย มังกรฟ้า แล้วยังจะมีใครกล้าแตะต้องกับตะกูล ชู ได้กัน "



" ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แม้ว่าตะกูล สู่ ตะกูล ม่า หรือตะกูล หวัง จะได้รับการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่รอบๆภูเขาแห่งนี้ ยังมี ตะกูล หลี่ และ ตะกูล จ้าว ที่แข็งแกร่งไม่แพ้กับตะกูลทั้งสาม อีกทั้งวันนี้พวกเขายังส่งผู้เชียวชาญอาณาจักรกำเนิดวิญญาณมาเข้าร่วม "



หากตะกูล ชู พูดเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์จากเหมืองแร่ เหล็กดำก็คงจะดี แต่ถ้าตะกูลชูต้องการรวบรวมและครอบครองพื้นที่ทุกหนแห่งรอบๆภูเขา ข้ากลัวว่าจะมีคนไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก และเมื่อทุกตะกูลร่วมมือกันข้ารับรองได้ว่าตะกูล ชู ลำบากแน่



ข้ารู้มาว่าการจัดงานเลี้ยงครั้งนี้จะเป็นแค่ฉากบังหน้า มีข่าวหลุดออกมาว่าตะกูลชูนั้นต้องการรวมทุกตะกูลบริเวณภูเขาสร้างเป็นขุมพลังขนาดใหญ่ อีกทั้งจะดูว่าตะกูลไหนให้ร่วมมือและตะกูลไหนที่ต่อต้าน



" ท่านพ่อ ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้ว " ชูเฟิง กระตุ้นชูหยวนอย่างรวดเร็ว



" อ่าา " ชูหยวนลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขาม " นี้เป็นครั้งแรกที่ทุกตะกูลต่างๆมารวมตัวกันที่นี่



" ข้าเชื่อว่าพวกท่านคงได้ยินเรื่องราวเมื่อ 2 วันก่อนที่ตะกูล ชู พบกับ หายนะ โดยสามตะกูลใหญ่ลุมล้อมหวังที่จะทำลายตะกูล ชู ของข้า เพื่อต้องการแย่งชิงสมบัติ แต่บัดนี้พวกเขาได้ชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาก่อขึ้นแล้ว "



" แม้ว่าตะกูลชู ของข้าจะเป็นฝ่ายได้ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ แล้วเพราะเหตุใดชาวบ้านและคนในตะกูลของข้าต้องมาประสบกับความโชคร้ายเช่นนี้ มันจึงทำให้ข้าตะหนัก ว่าทรัพยากรมากมายที่ภูเขาเดิมเป็นพื้นที่ของใครของมัน เหตุใดจึงมีคนต้องฆ่ากันเพื่อแย่งชิง ? "




" ในที่สุดข้าก็หาทางออกจนได้ ว่าเข็มทิศจะไร้ซึ่งรูปแบบไปไม่ได้มันต้องหมุนไปทิศทางเดิมเสมอ ข้าคิดว่าตะกูลในพื้นที่บริเวณรอบๆภูเขาแห่งนี้ก็เช่นกัน เราควรมีกฏขึ้นมาให้ทุกคนปฏิบัติตามในทางเดียวกัน "



ชูหยวนนำกฏออกมาเป็นข้ออ้าง แต่ความเป็นจริง เขาต้องการจำกัดการบุกรุกพื้นที่หรือสิทธิของตะกูลต่างๆ ซึ่งตะกูล ชู ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด



* ปั้งงง *



ทันใดนั้น โต๊ะก็ถูกทำลายโดยการเตะเท้าขึ้น ผู้ใหญ่ผิวคล้ำมีเคราทั่วใบหน้ายืนขึ้นชี้หน้าชูหยวนและตะโกนเสียงดัง



" ชู หยวน เจ้าอยากให้พวกเราร่วมมือกัน
งั้นหรอ ต้องดูก่อนว่าเจ้ามีค่าและความสามารถขนาดนั้นเชียวหรอ





/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป . . . . . . . . . .