วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 96 - ป้ายทอง-ม่วง


" วันนี้ ตะกูลชูของข้าจะรวบรวมพื้นที่ทั้งหมดบริเวณภูเขาแห่งนี้ ใครที่มันต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน ข้าจะตัดคอของมันโดยไม่มีการละเว้น " 




" โฮ ~ ~ "



เมื่อ ชูเฟิง พูดออกมา ทุกคนรอบๆบริเวณนั้นต่างพากันเงียบด้วยกันประหลาดใจ จากนั้นพวกเขาก็จ้องมองชูเฟิงอย่างว่างเปล่า



เมื่อเขาทบทวนในที่สุด ก็พบกับความจริงที่น่าตกใจ เหตุผลที่ตะกูล ชู สามารถเอาชนะ 3 ตะกูลใหญ่ ไม่ใช่ฝีมือของ ชู หยวนบ้า หรือ ชูหยวน แต่มันเป็นเพราะเด็กหนุ่มที่มีอายุแค่ 15 ปี



เมื่อก่อนทุกคนต่างคิดว่าคงเป็นฝีมือของ ชู หยวนบ้า แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเข้าใจผิด เพราะความแข็งแกร่งของชู หยวนบ้าไม่ได้มากไปกว่า 3 ตะกูลสักเท่าไหร่ หากเป็น ชู หยวน ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่



สำหรับความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง ที่พวกเขาได้ประจักษ์มากับตา พวกเขาจึงปฏิเสธมันไม่ได้ จึงต้องยอมรับความจริง



ตอนนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ถึงกับตาค้าง ปากค้าง พวกเขารู้ว่าสิ่งที่ชูเฟิงพูดมันยากที่จะยอมรับ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะขัดขืน



เด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 15 ปี ที่สามารถตัดหัวผู้ที่แข็งแกร่งในระดับอาณาจักรกำเนิดวิญญาณได้ มันก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเหตุนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยอมรับ 




" ตะกูล เถียน ของข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ตะกูล ชู กล่าว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราพร้อมที่ปฏิบัติตามกฏที่ตะกูล ชู เป็นคนกำหนด และ รับคอยรับใช้ตะกูล ชู " ผู้นำ ตะกูลเถียนประกาศจุดยืนของตน ซึ่งแต่เดิมแล้วตะกูลนี้ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับตะกูลชูมาตั้งแต่ช้านาน 





" ตะกูล เซียว ของข้าก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งตะกูล ชู "หลังจากนั้นพวกคนที่เคยวางตัวเป็นกลางก็เริ่มจำนนต่อตะกูล ชู



แม้แต่คนที่คิดต่อต้าน บัดนี้ก็ต้องยอมจำนนกับพลังที่แข็งแกร่งของตะกูล ชู ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจก็ตาม แต่ต่อหน้าอำนาจพลังของ ชูเฟิง พวกเขาจึงไม่มีทางเลือก



เพราะความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง ที่สามารถปลิดชีพผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรกำเนิดวิญญาณทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นสาวกหลักของโรงเรียนมังกรฟ้า แล้วใครบ้างจะกล้าขัดขืน



ตราบใดที่ชูเฟิง ยังเป็นคนของตะกูล ชู ก็ไม่มีใครคิดที่จะต่อต้าน ได้แต่ยอมร่วมมือกับตะกูล ชู เขาช่างเป็นเด็กหนุ่มที่น่ากลัวจริงๆ



คำว่าอัจฉริยะที่เรียกกัน แท้จริงแล้วมันเป็นยังไง ในวันนี้พวกเขาก็ได้สัมผัสมันมากับตา อัจฉริยะคือคนที่มีฝีมือสูงส่งแม้ว่าระดับอาณาจักรวิญญาณจะไม่เท่ากัน แต่ก็ยังสามารถสังหารคนที่มีระดับอาณาจักรวิญญาณที่สูงกว่าได้



พวกเขาเกือบทั้งหมดได้ยอมจำนนต่อตะกูล ชู แต่โดยดี จากนั้น ชูเฟิง ก็ค่อยๆเดินขึ้นไปบนลานประลอง และกล่าวกับผู้คนว่า



" ในเมื่อทุกท่านได้แสดงจุดยืนของพวกท่านแล้ว ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อม จากนี้ไป กฏในพื้นที่บริเวณรอบๆภูเขา ชูพิง ตะกูลข้าจะเป็นคนกำหนด  สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือให้พวกท่าน ปฏิบัติตาม!!! "



" ข้าอยากให้ท่านทำตามกฏด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ลมปาก เพื่อให้พวกท่านแสดงความจริงใจ จงคุกเข่าลงซะ!!! "



" อะไรนะ นี่มันหมายความว่าไง ? พวกเขาตกใจอย่างมากกับสิ่งที่ชูเฟิงพูด พวกเขาคิดว่าทำไมต้องยอมทำตาม



" ข้าพูดไม่ชัดงั้นหรอ งั้นข้าจะพูดมันอีกครั้ง ข้าอยากให้พวกท่านคุกเข่าลง ใบหน้าของชูเฟิงขนาดนั้นดูเยือกเย็น พร้อมกับปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมาปกคลุมทั่วพื้นที่รอบๆสนามประลอง



* พรึบบบ * .



พวกเขาทั้งหมดยอมคุกเข่าลงกับพื้นเหลือเพียงแต่ตะกูล ชู เท่านั้นที่ยังคงยืน พวกเขาไม่มีใครกล้าถามว่าเพราะอะไร ได้แต่นั่งคุกเข่าขณะที่ตัวสั่น



ทุกคนต่างยอมรับ และแสดงความจริงใจด้วยการคุกเข่า ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยเป็นสหาย หรือคนที่วางตัวเป็นกลาง หรือแม้กระทั้ง คนที่เคยต่อต้าน ตะกูล ชู อย่างตะกูล จ้าว และ ตะกูล หลี่ ก็ยังต้องยอมคุกเข่าลงกับพื้น



ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับพวกเขาอีกต่อไป เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย พวกเขาก็ยอมทิ้งได้แม้แต่ศักดิ์ศรีของพวกเขา



ตะกูลชูมองทุกคนที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นบริเวณรอบๆลานประลอง พวกเขาต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความประหลาดใจ



เพราะเขาหันไปเจอคนที่โจมตีเขาก่อนหน้านี้ กำลังนั่งคุกเข่า พวกเขาต่างไม่เลือกที่จะทิ้งชีวิตและยอมตาย มันแทบไม่หน้าเชื่อว่าพวกเขาจะยอมคุกเข่า



สำหรับชูหยวน การที่ลูกชายของเขาจะทำได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่มีอยู่เพียง 15 ปี ทำให้ในใจเขาซับซ้อนเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับตัวเอง ชูเฟิง ช่างเหมาะสมจะเป็นผู้นำของตะกูลจริงๆ


ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่ใช่ผู้นำของตะกูล แต่ตอนนี้ชูเฟิงเสมือนกับเป็นผู้นำน้อย ซึ่งเขาสามารถจัดการทุกอย่างภายในตะกูลชูได้  



" วันข้างหน้าเขาต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน เจ้าคิดจริงๆหรอว่าเขาจะมาเป็นแค่ผู้นำบนภูเขาเล็กๆแห่งนี้ "



" พวกเจ้าทั้งหมดนั้นแหละที่ไร้ความสามารถเอง ถึงกับยอมนั่งคุกเข่าให้กับเด็ก พวกเจ้ามันไร้ศักดิ์ศรี ?"



ในตอนนั้น มีเสียงดังออกมาจากด้านหลัง เมื่อมองไป ก็พบกับกลุ่มคนที่ค่อยๆเดินเข้ามาที่ลานประลอง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ธรรมดา



ทุกคนต่างยอมรับในฝีมือของคนกลุ่มนั้น พวกเขามีทั้งพลังอำนาจในพื้นที่บริเวณภูเขา เสือร้ายแห่งสำนักคุ้มภัย ชายชราคนนั้นเป็นหัวหน้าสำนักคุ้มภัยที่ทุกคนต่างเรียกเขาว่า ผู้จัดการหลิน



ผู้จัดการหลินเป็นตะกูลที่มาจากต่างเมือง พลังของเขาอยู่ในระดับ 9 ห้วงวิญญาณ เขาคอยคุ้มกันสินค้ามาส่งให้กับตะกูลต่างๆเป็นประจำ ที่ตั้งของพวกเขาอยู่บริเวณภูเขา



ยังไงก็ตาม เมื่อเทียบกับตะกูล ชู แล้วสำนักคุ้มภัยก็ไม่เท่าไหร่ ปกติแล้วเขามักจะสุภาพกับตะกูล ชู มาตลอด แต่วันนี้ เขากล้ามาพูดแบบนี้มันทำให้ทุกคนต่างรู้สึกสับสน



" เจ้าา . . . . เจ้าอยู่ภายนอก จะมารู้เรื่องอะไร ถึงได้กล้าพูดเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะเบื่อชีวิตแล้วสินะ "



" ใช่ๆ เจ้าคงจะเบื่อชีวิตแล้วสินะ หากเจ้ายังไม่ยอมจำนนกับตะกูล ชู !!!"



ก่อนที่ตะกูลชูจะได้พูด พวกเขาที่ให้สัจจะว่าจะเป็นพลังให้กับตะกูลชูก็ระเบิดความโทสะออกมา พวกเขาวิ่งเข้าใส่ผู้คนที่มาจากสำนักคุ้มภัย



เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาต้องการจะได้ความไว้วางใจจากตะกูล ชู เพราะหลังจากนี้ ตะกูลทั้งหมด จะรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป็นขุมพลังขนาดใหญ่ ตราบใดที่ยังมี ชูเฟิง ก็มีความเป็นไปได้ว่าตะกูล ชู อาจจะยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับเมืองๆหนึ่ง เวลาเช่นนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เลียแข้งเลียขา




ขณะที่เผชิญหน้ากับจิตสังหารจำนวนมากที่กำลังพุ่งเข้ามาใส่พวกเขา แต่ผู้จัดการหลินไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาหยิบเอาป้ายบัญชาในถุงจักรวาลออกมา พร้อมยกขึ้นและตะโกน " ข้ามี ป้ายทอง-ม่วง ใครกล้าแตะต้องข้ามันต้องตาย 



" อะไรนะ ป้ายทอง-ม่วง ! ! ! ! ! ! "



ได้ยินคำพูดนั้น ทุกคนตกใจกันเป็นอย่างมาก คนที่เต็มไปด้วยจิตสังหารก็ต้องหยุดชะงักทันทีที่เห็นป้ายบัญชา



แม้ว่าสายตาพวกเขาเหมือนกำลังจะบอกว่า ช่างแม่งสิ!!! แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก ความกลัวค่อยๆเพิ่มขึ้น เขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหาใหญ่ บางคนจึงเริ่มถอยกลับมา



นอกภูเขาห่างไป 500 ลี้ มีเมืองชื่อว่า นครทอง-ม่วง ตั้งอยู่ ความแข็งแกร่งของเมืองเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในพื้นที่รอบๆ 1000 ลี้ ของที่ตั้ง เมืองแห่งนี้คือผู้ครอบครองพื้นที่รอบๆภูเขาอย่างแท้จริง



แต่เนื่องจากมันอยู่ห่างไกล และทรัพยากรบนภูเขาก็ไม่ค่อยมี พวกเขาจึงไม่เข้ามาครอบครองพื้นที่เหล่านี้



สำหรับป้ายทอง-ม่วง เจ้าเมืองจะเป็นคนมอบให้กับคนที่ไว้ใจ เมื่อเห็นป้ายนี้เหมือนได้เห็นตัวเจ้าเมือง โดยปกติแล้วทุกคนจะต้องคุกเข่า




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





โปรดติดตามตอนต่อไป. . . . . . . . . . . . . . . . . .