วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 162 - มรดก




สาวชุดม่วงจ้องมองชูเฟิงด้วยดวงตาที่ซับซ้อนมาก จากดวงตาของเธอชูเฟิงยังเห็นได้ว่าเธอไม่เต็มใจที่จะพ่ายแพ้ต่อชูเฟิง



แต่หลังจากนั้นไม่นานสาวชุดม่วงก็กล่าวคำพูดกับชูเฟิงโดยไม่เรียกร้องใดใด ด้วยที่ดูแผ่วเบา “ ข้าแพ้แล้ว ”



           " หืม "



ณ ตอนนั้นพยัคฆ์ขาวที่ยึดตัวขึ้นในอากาศได้ยกกรงเล็บอันทรงพลัง กวัดแกว่งเบาๆในด้านหน้าของชั้นบรรยากาศจนเกินความผันผวนแล้วมีหลุมดำปรากฏขึ้นมา



มันมีลักษณะคล้ายประตูทางเข้าสุสาน แต่มันคือประตูทางออกที่จะถูกส่งไปยังพื้นดินเบื่องบนและในขนาดนี้มันถูกสร้างขึ้นกลางอากาศ



            “เจ้าไปซะ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก” พยัคฆ์ขาวกล่าวกับสาวชุดม่วง



แล้วหันไปมองที่ชูเฟิงด้วยความพึงพอใจอย่างท่วมท้น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะแสดงพลังอำนาจที่แสนน่ากลัวของเทพธิดา มันเป็นพลังแห่งความมืดที่สูงมากอาจกล่าวได้เป็นการรบกวนแห่งความชั่วร้ายอันทรงพลัง แต่พยัคฆ์ขาวก็ยังต้องการเจ้านายที่มีคุณสมบัติเพียงพอต่อตนเองเช่นกัน



           “ แล้วเราจะได้พบกันอีก ครั้งต่อไปข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้ แม้ว่าเจ้าจะมีทักษะเร้นลับ ข้าก็จะไม่พ่ายแพ้ต่อเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง” สาวชุดม่วงมองไปที่ชูเฟิง ด้วยสายตาที่ดื้อรั้น ก็กระโดดลงไปในหลุมดำและหายไป



ขณะนี้ชูเฟิงไม่สามารถช่วยถอนหายใจด้วยความโล่งอก สาวชุดม่วงแข็งแกร่งมากเกินไปถ้าไม่มีเทพธิดาเขาคิดว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน เค้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปีศาจเช่นนี้อยู่ในอาณาจักรสีฟ้าด้วยความแข็งแกร่งนี้ก็เพียงพอทำให้เธออยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรสีฟ้าได้เลย



หลังจากที่สาวชุดม่วงหายไปพยัคฆ์ขาวก็ปิดเส้นทางหลุมดำแล้วเปิดหลุมดำขึ้นมาใหม่ในอีกฟากหนึ่งแล้วก็กล่าวกับชูเฟิงว่า “ พวกเจ้าทั้งสองมีความสามารถที่หาได้ยาก นอกจากนี้นางยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เจ้าไม่ควรไปใส่ใจคำพูดของนาง ”



พอได้ยินคำกล่าวของพยัคฆ์ขาว ชูเฟิงก็เกิดรอยยิ้มในใจธรรมชาติเขาสามารถเข้าใจความคิดของพยัคฆ์ขาวกลัวว่าชูเฟิงจะเกินความขุ่นแค้นแล้วตามไปฆ่านาง เพราะในมุมมองของพยัคฆ์ขาวนั้นชูเฟิงแข็งแกร่งกว่านาง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น



           “ ข้าน้อยขอสัญญา ถ้าเกิดข้าน้อยได้พบหญิงสาวผู้นั้นอีกครั้งในอนาคตแม้ว่าจะพบนางหรือพวกพ้องของนาง ข้าน้อยก็จะไม่สังหารนางหรือพวกพ้องของนาง.”



ชูเฟิงให้สัญญาอย่างเคร่งขรึมเพราะเข้ารู้ว่าในเวลานี้พยัคฆ์ขาว จะส่งมอบมรดกมายังเขาในเวลานี้เขาต้องฟังคำของพยัคฆ์ขาว



            “ ไม่จำเป็น ถ้าเกิดในอนาคตเจ้าต้องสังหารนางจริงๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ เพราะว่าเจ้าเป็นผู้ได้รับมรดกจากข้า”



พยัคฆ์ขาวส่ายหัว มันดูเหมือว่าชูเฟิงจะเข้าใจความหมายของเค้าผิดไป แล้วพยัคฆ์ขาวก็แผดเสียงร่างกายกลายเป็นเมฆแพร่กระจายพุ่งเข้าสู่สมองของชูเฟิง



             "อ่ะอ้า ~ ~ ~"



และในขณะนี้สมองของชูเฟิงรู้สึกเจ็บปวดจากการไหลของข้อมูลทักษะเร้นลับในความคิดของเขาข้อมูลนี้มีขนาดใหญ่เกินไปไม่ว่าจะเป็นทักษะระดับใดๆก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้



การหลั่งไหลเนื้อหาของทักษะเร้นลับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในสมองอย่างท่วมท้นเพื่อให้ชูเฟิงได้เข้าใจอย่างเต็มที่,ในเวลาเดียวกันพยัคฆ์ขาวก็พูดดังกึกก้องอยู่ในหัวของชูเฟิง



            “ นี่เจ้าหนุ่มจำคำพูดของข้าเอาไว้ให้ดีทักษะเร้นลับของข้าเรียกว่า พยัคฆ์ฯสังหาร ส่วนใหญ่แล้วไม่มีทักษะต่อสู้สามัญใดที่สามารถเทียบเคียงได้



            “ วันนี้ข้าได้ถ่ายทอดความสามารถของข้าให้แก่เจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าความแข็งแรงของข้าจะอยู่ในการควบคุมของเจ้าได้อย่างอิสระในอนาคต”



            “ แม้ว่าความแข็งแรงของเจ้าจะมีผลกระทบต่อความแข็งแรงของข้า แต่ถ้าเกิดข้าไม่ยอมรับเจ้าเจ้าก็จะไม่สามารถใช้ความสามารถของข้าได้ ”



             “ ดังนั้นเจ้าต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ อย่าทนกับความชั่วร้ายแต่เจ้าสามารถสังหารคนชั่วช้าได้ แต่อย่าได้สังหารผู้บริสุทธิ์ ความแค้นสามารถกำจัด แต่หากเขาไม่ได้ชั่วร้ายก็อย่าได้ปลิดชีวิต "



เสียงของพยัคฆ์ขาวได้อ้อยอิ่งอยู่ในหูของชูเฟิง นอกจากบอกคำเตือนชูเฟิงแล้วยังบอกถึงลักษณะการใช้ทักษะเร้นลับด้วยเช่นกัน



แน่นอนว่าทักษะเร้นลับนี้มีความแข็งแกร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ชูเฟิงยังไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ตามที่ปรารถนา มันเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถและการเพาะปลูกของชูเฟิงซึ่งก็ยังต้องอาศัยการยอมรับจากทักษะเร้นลับของตนเอง



ซึ่งก็หมายความว่าทักษะเร้นลับอยู่ในร่างกายของชูเฟิงตราบใดที่ชูเฟิงยังไม่ตาย ทักษะเร้นลับก็ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปในร่างกายของเขา ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถพูดได้อีกต่อไปก็ตาม แต่มันก็ยังคงมีอำนาจในควบคุมความแข็งแกร่งของตนเองที่ได้มอบให้กับชูเฟิง



ควันสีขาวที่ล้อมรอบชูเฟิง กลายเป็นน้อยลงเลื่อยๆ อักษรพยัคฆ์ขาวก็ยังเจือจางลง แต่เมื่อควันกระจายออกและหายไป ทักษะเร้นลับ เทคนิคพยัคฆ์ขาวสังหาร ได้หลอมรวมแล้วอย่างทั่วถึงแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับชูเฟิง



           “ พยัคฆ์ขาวสังหาร โปรดให้ชูเฟิงได้เห็นพลังของท่าน”



ชูเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาได้ยกนิ้วมือเขาขึ้นมาและเริ่มมีควันสีขาวล้นออกมาจากปลายนิ้วมือ ควันนี้ค่อนข้างเปราะบางและอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันซ่อนพลังอันแข็งแกร่งเอา



เพียงแค่ฟัง “ปัง” เปรียบเหมือนลูกศรคันธนูที่ออกมาจากปลายนิ้วมือของชูเฟิง ระเบิดยิงออกมาด้วยความเร็วที่เหมือนดังดาวตกแนวโน้มผ่านพ้นตรงเข้าไปที่ผนังสุสาน



สุสานนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุพิเศษแม้ว่าการต่อสู้กันก่อนหน้านี้ก็สร้างได้เพียงรอยร้าวเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่ด้วยการโจมตีจากปลายนิ้วของชูเฟิงนั้น ได้ทะลุผ่านผนังโดยตรงด้วยความรุนแรงนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์เกินไป



            “ รุนแรงมากเกินไป! เทพธิดา ท่านเห็นมันไหม? ฉันได้รับทักษะเร้นรับ พยัคฆ์ขาวสังหาร! ด้วยทักษะนี้แม้แต่ผู้ที่อยู่แหล่งกำเนิดวิญญาณ ระดับ 7 ก็จะถูกสังหารโดยฉัน



ชูเฟิงมีความสุขอย่างท่วมท้นที่ได้ พยัคฆ์ขาวสังหาร มาครองเป็นเพราะมันรุ่นแรงเกินไปที่จะต่อต้าน เกือบจะไม่มีใครที่จะสามารถต้านทาน พยัคฆ์ขาวสังหาร ได้



            "เทพธิดา เทพธิดา !!!"



อาจในเวลานั้นใบหน้าของชูเฟิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ที่เขาสื่อสารกับเทพธิดา แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ จึงทำให้ชูเฟิงถึงกลับตื่นตระหนก



ชูเฟิงนั่งไขว่ห้างได้อย่างรวดเร็ว ความรู้สึกของเขาได้ก้าวเข้าไปสู่โลกวิญญาณและเมื่อเขาเข้าไปในโลกวิญญาณทั่วใบหน้าของเขาก็เกิดการหวาดกลัวแล้วตื่นตระหนกมากขึ้น



สิ่งที่เขาเห็นในขนาดนี้คือใบหน้าอันขาวซีดแม้ร่างกายก็ยังกลายเป็นควันเจือจาง ในลักษณะที่นอนอยู่ตรงกลางในพื้นที่โลกวิญญาณในสภาพที่อ่อนแอมาก



            " เทพธิดาท่านเป็นอะไร !!"



ชูเฟิงได้ตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์ เข้าได้พุ่งตัวเองไปหา เทพธิดาอย่างรวดเร็วและพยามที่จะโอบกอดเทพธิดาเอาไว้แต่กลับพบว่ามือของเขาได้ผ่านร่างกายของเทพธิดาไปดั่งเหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนอย่างไงอย่างงั้น



และดูเหมือนการกระทำของชูเฟิง จะทำให้เทพธิดาค่อยลืมตาขึ้นมาขนตาอันเรียวงามของเธอสั่นเบาๆ ลดลงในสองดวงตาจันทร์เสี่ยวอันหวานแหววอันมีเสน่ห์ของเธอ เธอได้พยายามพูดด้วยเสียงที่อ่อนแอกับชูเฟิง



           “ ชูเฟิงเจ้าโง่ เราเกรงว่าเราคงจะต้องไปแล้ว ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเราจะสามารถสู้ไปกับคุณได้และในขนาดนี้….. ”




ผู้แปล โดยคุณ #Kimhan 




ความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าดีขึ้นมากเลยนะคับ แต่พี่เขาบอกมาว่า ใช้เวลา 7 ชม. คงต้องให้เวลาพี่เขาหน่อย พวกเราจะได้อ่านวันละ 3 - 4 ตอน ทุกวัน หากพี่เขา คล่องแล้ว ฝากเพื่อนๆพี่ๆเป็นกำลังใจให้ คุณ#Kimhan ด้วยนะคับ ^^