วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 163 - รีบมุ่งหน้ากลับ สำนักมังกรฟ้า



          " นี่ ต้าน ต้าน (ไข่ ) เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ที่พูดหมายความว่าไง ? แล้วท่านกำลังจะไปที่ไหน ? " ชูเฟิงแสนจะวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เขาได้สูญเสียความเยือกเย็นไปทั้งหมด ลึกๆเขาก็พอรู้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ



           " นี่เจ้า . . . .  ยังกล้าเรียกข้าว่า ต้าน ต้าน งั้นหรอ ข้าเคยบอกให้เจ้าเรียกว่าท่านเทพธิดา " เทพธิดายิ้มขณะที่มองใบหน้าของชูเฟิงด้วยความอาวรณ์ เมื่อ ชูเฟิง เห็นเช่นนั้นหัวใจเขาเหมือนถูกบีบ เหมือนว่ามันจะแตกสลาย



            " ท่านเทพธิดา เกิดอะไรขึ้นกับท่านกัน บอกข้ามา ว่าข้าทำอะไรผิด หรือท่านจะทิ้งข้าไป ? " หัวใจชูเฟิง แสนจะเจ็บปวด ขอบตาของเขามีน้ำน้อยๆเอ่อขึ้นมา



แม้ว่าเขาจะอยู่กับนางไม่นานมากนัก แต่นางก็เติบโตมาพร้อมกับ ชูเฟิง ทั้งสองคนใช่ร่างกายและสัมผัสร่วมกัน และประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตต่างอยู่ในความทรงจำของนาง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หมด



          " ไม่ต้องห่วง เราแค่เหนื่อยนิดหน่อย จึงอยากจะนอนพัก ตอนนี้เจ้าได้ทักษะเร้นลับแล้วใช่มั้ย ? " เทพธิดาถามอย่างเป็นห่วง



          " อืม " ชูเฟิงพยักหน้าหลายครั้ง



          " ดีที่สุด เราอุส่าลงทุนบังคับควบคุมร่างกายของเจ้า ดีแล้วที่มันไม่สูญเปล่า " เทพธิดามีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่ร่างกายของนางกับโปร่งใส เห็นได้ชัดว่านางกำลังจะจากไป



          " ไม่จริง ท่านยอมเพื่อข้า จนทำให้ร่างกายตัวเองได้รับบาดเจ็บ หรืออาจจะสูญเสียพลังวิญญาณไปทั้งหมด ข้าเป็นคนทำให้ท่านเป็นเช่นนี้ใช่มั้ย ? " ชูเฟิงรู้สึกเหมือนจะร้องไห้เขาเสียใจอย่างมากที่เขาทำให้นางเป็นเช่นนี้



          " อย่าได้ตำหนิตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร นั่นก็เป็นความต้องการของเราเอง ในเวลาเดียวกันเจ้าควรที่จะตั้งใจฝึกฝน ปกป้องตัวเองให้ได้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถอยู่ดูเจ้าสู้กับ กง ลู่หยุน แต่เราก็รู้ ว่าเจ้าเอาชนะได้แน่ๆ "



          " จำไว้ว่า ข้าจะคอยอยู่กับเจ้า และเจ้าไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง " หลังจากพูดคำนั้นจบ ร่างกายของเทพธิดาก็ค่อยจางลง จางลง ในตอนท้าย นางกลายเป็นดวงไฟ หลากสี



ดวงไฟเหล่านั้นมีอยู่ทุกๆสีและดูสวยงามอย่างมาก พวกเขาเข้ามาโอบล้อม ชูเฟิง เหมือนกับว่าอยากจะอยู่กับเขา แต่นั้นก็เหมือนเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย



           " ต้าน ต้าน อะไรที่ข้าสามารถทำเพื่อช่วยให้ท่านกลับมา ข้าจะยอมทำมันทั้งหมด !!! "



ชูเฟิงเอาแต่ร้องเรียกนาง แต่ก็ไม่มีการตอบสนองกลับมา เมื่อแสงที่ห้อมล้อมเขาหายไป ชูเฟิงทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงสายตาของเขาดูเหมือนไร้ชีวิต



หัวใจของเขาแสนบอบช้ำเป็นเพรานางทิ้งเขาไว้แบบนั้น เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าของนางอีกต่อไป ความเจ็บที่ค่อยๆแผ่ขยายออกมาจากจิตใจของเขา ราวกับว่าวิญญาณถูกแบ่งครึ่งตามไปกับนาง



          " ต้าน ต้าน ข้าจะต้องช่วยเจ้ากลับมา " หลังจากนั้น ชูเฟิง ก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ ใบหน้าที่สิ้นหวังจางหายเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น



แม้ปัจจุบันเขาจะไม่รู้สึกถึงออร่าของเทพธิดา แต่พันธะสัญญาการเชื่อมต่อกับนางยังคงอยู่ นั่นหมายความว่านางยังไม่ตาย ดังนั้นจึงมีหนทางที่จะเอานางกลับมา



ถึงแม้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ คนอื่นๆไม่รู้ ดังนั้น ชูเฟิง จึงต้องรีบกลับไปสำนักมังกรฟ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจาก จูเก่อ หลิวหยุน ทังหมดนี้ก็เพื่อนาง ชูเฟิง ไม่สนใจว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม



หลังจากที่ตัดสินใจได้ ชูเฟิง ไม่ลังเลอีกต่อไป เขามองไปรอบๆภายในสุสาน เพื่อต้องการค้นหาสมบัติที่ มู่หรง เสียวเหยา ซ่อนไว้  แต่ที่เขาพบ ก็มีแค่การถอดรูปแบบ สัญลักษณ์ และรูปแบบคลายผนึกที่ถูกทิ้งไว้โดยฝีมือ หญิงสาวชุดม่วง นอกจากนั้นก็ไม่พบอะไรเลย



เขาไม่สามารถทำอะไรได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ชูเฟิงจึงได้แต่มองไปที่เสื้อคลุมสีเทาของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ที่ถอดออกมาจากแม่นางคนนั้น เขาดูแล้วมันคงไม่ธรรมดา จะต้องเป็นของล้ำค่า  บางทีวันข้างหน้าเขาอาจจะต้องนำไปขาย เพื่อหาเงินซื้อลูกแก้ววิญญาณมาฝึกฝน



เขาก้าวเข้าไปในหลุมดำ และหลังจากที่เข้าไปในแรงดึงดูดที่มืดมิดก็พา ชูเฟิง มาถึงสถานที่แห่งหนึ่งใน หุบเขาพยัคฆ์ เขามองดูไปรอบๆเมืองที่มีร่องรอยของสงคราม แต่ ในช่วงเวลานั้นไม่มีเสียงตะโกนและเข่นฆ่ากันเหมือนเมื่อก่อน คล้ายๆกับว่าการต่อสู้นั้นสิ้นสุด



ชูเฟิง ไม่ได้สนใจซักนิด เมื่อเขาเห็นม้าชูเฟิงก็กระโดดขึ้นขี่พร้อมกับควบมัน เพื่อกลับไปยังสำนักมังกรฟ้า ขณะที่หุบเขาพยัคฆ์นั้นถูกปิด ผู้ที่ใดก็ไม่สามารถจะก้าวออกไปได้ แต่หลังจากที่ตรวจสอบรอบๆ ชูเฟิงก็พบว่ายังเหลือทางออกอื่นอยู่อีก หลังจากที่เดินทางอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ในที่สุดเขาก็กลับมาถึงสำนักมังกรฟ้า



เมื่อมาถึงทางเข้าของสำนักมังกรฟ้า เขาก็พบกับกลุ่มคนที่กำลังล้อมรอบชายสองคน เขาจึงมองดูอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อดูดีๆกับกลายเป็นว่า ชาย 2 คนที่ถูกล้อมเป็นคนรู้จักของเขา




คนที่กำลังล้อมรอบพวกเขาเป็นนิกายที่รู้จักกันดีในฝ่ายในของสำนักมังกรฟ้า นั้นคือสาวกนิกาย ดาบทมิฬ ส่วนคนที่กำลังถูกทำร้าย ก็คือคนในตะกูลของเขา สองพี่น้อง ชูเฉิง และ ชูเซิน


 

            " ข้าบอกให้พวกเจ้าออกไปจากสำนักมังกรฟ้าซะ หากยังไม่ยอมฟัง หรือว่าไม่ยอมไป นั้นก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจะตีพวกเจ้า จนกว่าพวกเจ้าจะคลานออกไป "



สาวกนิกายดาบทมิฬ เริ่มที่จะตีพวกเขาและด่าทอต่างๆนาๆ ชูเฉิง และ ชูเซิน ก็ไม่พูดอะไรได้แต่เอามือกอดหัวเอาไว้ ไม่ว่าพวกนั้นจะตีเขาเท่าไหร่ เขาก็ไม่ร้องอ้อนวอนแต่อย่างใด



           " เห้อ นิกายดาบฯ ช่างไร้เหตุผลยิ่งนัก ทั้งวี้ทั้งวัน พวกเขาเอาแต่รังแก คนของตะกูล ชู แม้แต่พวกผู้ใหญ่ก็ไม่ยอมห้าม หากเป็นแบบนี้ตะกูล ชู จะอยู่ในสำนักมังกรฟ้ารอดได้ยังไง ? "



           " หากจะโทษใครสักคน ก็คงต้องโทษ ชูเฟิง ที่อยู่ในตะกูล ชู ใครใช้ให้เขาไปล่วงเกิน ท่านอาวุโส  กง ลู่หยุน ศิษย์ #1 ในสำนักมังกรฟ้าของเรา ? "



          " ใช่แล้ว ใครบ้างไม่ รู้จักศิษย์พี่ กง ลู่หยุน ที่เป็นผู้นำของสำนักมังกรฟ้าในอนาคต ถ้าใครทำให้เขาไม่พอใจ หรือ ไปขัดใจ เขา เหมือนกับ ชูเฟิง คนๆนั้นคงมันสมองเท่ากับเม็ดถั่ว " ผู้คนที่มองดูต่างชี้ ตำหนิ สาวกนิกายดาบฯ และ คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องที่ทำให้พวกเขาถูกตี



          " ไอ้พวกบัดซบ คุกเข้าขอร้องซะ ไม่งั้นข้าจะทำลายพลังวิญญาณของเจ้า " ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งในกลุ่ม ก็ชักดาบเหล็กสีดำออกมาจากด้านหลังของเขาพร้อมกับชี้ไปที่ ชูเฉิง



           " ฮ่าๆๆๆ ถ้าเจ้ากล้า ก็ลงมือเลย รอชูเฟิง กลับมาก่อนเถอะ เขาจะไม่ยอมยกโทษให้พวกเจ้าแน่ๆ " ชูเฉิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง บนไม่หน้าเขาไม่มีแม้แต่ความกลัว เหมือนเขายินดีที่จะให้คนพวกนั้นลงมือ



           " ใช่แล้ว เราจะจำหน้าคนที่รังแกคนในตะกูลชูของเราไว้ทั้งหมด เมื่อ ชูเฟิง กลับมา แม้พวกเจ้าอยากจะหนี ก็คงหนีไปไม่รอด " ชูเซิน ก็ตะโกนออกมา เหมือนกับต้องการบอกทุกคนถึงความคับข้องใจที่พวกเขาได้รับมาจนถึงทุกวันนี้



           " ชูเฟิง งั้นหรอ พวกเจ้าอย่าหวังเลย มันคงหนีหางจุกตูดไปแล้ว เพราะมันดันไปมีเรื่องกับ อาวุโส กง ลู่หยุน คิดจะรอให้มันมาช่วยงั้นหรอ ความฝันโง่ๆ " สาวกนิกายดาบฯ กล่าว



           " ค๊ากกกก ถุ้ยยยยย!!! รอดูก็แล้วกัน พวกเจ้าจะต้องร้องไห้เมื่อวันนั้นมาถึง " ชูเฉิงอ้าปากของเขาพร้อมกับถุยเสมหะลงบนเสื้อของสาวกนิกายดาบฯ



           " เจ้าเบื่อชีวิตแล้วใช่ไม๊ !!! ข้าจะฆ่าเจ้าซะตอนนี้ ดูสิว่า ชูเฟิง จะทำอะไรได้ " ด้วยความโกรธ สาวกนิกายดาบฯ ยกดาบขึ้นมาพร้อมกับแทงไปที่ตันเถียนของ ชูเฉิง



           " อ้าาาาา ~ ~ ~ "



เมื่อได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังออกมา คนที่มองดูอยู่รอบๆถึงกับ ยืนอึ้งกันทั้งหมด



ในตอนนั้นเอง ชูเฉิงกับนั่งอยู่เฉยๆ แต่คนที่นอนร้องอยู่บนพื้นคือสาวกนิกายดาบฯ บนตัวของเขา มีฝ่าเท้า ขนาดใหญ่กระทึบลงมา จนทำให้ได้ยินเสียงของกระดูกที่หัก จากนั้นเขาก็บดเท้าลงไป จนทำให้เสียงแตกร้าวดังชัดขึ้นเลื่อยๆ



เมื่อทุกคนเห็นเจ้าของฝ่าเท้าอันนั้น สีหน้าของทุกคนต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก ด้วยความตกใจพวกเขาถึงกับตะโกนออกมาพร้อมกัน " ชูเฟิงงงงง  ! ! ! ! "




//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




ผู้แปล โดยคุณ#นิยาย MGA  




ตอนต่อไปมันส์กว่านี้แน่คับ หลังจาก ดราม่า ก็เริ่มซัดกัน นัวเนีย หากจำไม่ผิดพระเอกถึงกับตีกลอง ท้าประลอง ใครสักคนหรือหลายๆคน นี้แหละ . . . . . . .