วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 165 - พื้นที่ฝ่ายในแห่งการนองเลือด



ชูเฟิงตอนนั้นได้ส่ง ชูเยว่และคนอื่นๆในตละกูลชูขึ้นรถม้าออกไป เมื่อลับสายตาไปอย่างสมบูรณ์ ชูเฟิงก็หันพร้อมที่จะเดินกลับเข้าไปที่สำนักมักกรฟ้า แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูสำนักมังกรฟ้าก็ถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มผู้อาวุโส



พวกเขาเป็นคนของฝ่ายลงทันฑ์ผู้ที่อ่อนแอที่สุดอยู่ที่ระดับ 1 ของแดนกำเนิดวิญาณและผู้ที่เป็นผู้นำอยู่ที่ระดับ 2 ของแดนกำเนิดวิญญาณ เมื่อเห็นชูเฟิงก็เปล่งเสียงดังโดยที่ไม่มีการเตือนใดใด “จับมันคุกเข่าลงซะ”



ในตอนแรกพวกเหล่าอาวุโสไม่ได้เห็นชูเฟิงอยู่ในสายตา มีเพียงสองผู้อาวุโสเดินออกมาแต่ไม่ได้ยกแขนหรือขยับแขนใดใดเพียงแต่ส่งแรงกดดันระดับแดนกำเนิดวิญญาณออกไปเพื่อกดดันชูเฟิงให้คุกเข่าลง



แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาส่งแรงกดดันระดับแดนกำเนิดวิญญาณไปที่ชูเฟิงแต่มันกลับไม่ส่งผลกระทบใดใดต่อชูเฟิงเลยแม้แต่นิดเดียว



            "นี่มันอะไรกัน!!!"



เพียงแต่ในขณะนั้น ร่างกายของชูเฟิงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ส่งพลังอำนาจของแดนกำเนิดวิญญาณออกไปดั่งพายุพุ่งเข้าใส่เหล่าผู้อาวุโสจากฝ่ายลงทันฑ์ในทันที



           “อ้าาาา”



เมื่อเจอพลังอำนาจอันแข็งแกร่งของชูเฟิง ผู้อาวุโสจากฝ่ายลงทันฑ์ได้ปลิวกระเดนกระดอนกันไปคนละทิศละทาง เมื่อตกถึงพื้นก็พบว่าผู้อาวุโสจากฝ่ายลงทันฑ์ทั้งหมดปรากฏผิวซีดเผือกและได้รับบาดเจ็บสาหัส



เหล่าคนสังเกตการเห็นฉากนี้ทุกคนถึงกับเกินอาการกลัวอย่างสมบูรณ์ ผู้อาวุโสทุกคนในที่นี้อยู่ในแดนกำเนิดวิญญาณแต่ชูเฟิงกับแสดงพลังของตนกำหลาบผู้อาวุโสทั้งฝ่ายลงทันฑ์ลงได้ นี่หรือว่าเขาจะอยู่ในแดนกำเนิดวิญญาณแล้วยังงั้นหรือ?



          “กลับไปบอกหัวหน้าของพวกเจ้า หลิว เฉิงเจิน ว่าถ้าเกิดเขา ต้องการที่จะกำจัดข้า ให้เขามาหาข้าด้วยตนเอง ” ชูเฟิงไม่ได้ให้ความสนใจกับสายตาของผู้สังเกตการทั้งหลายโดยรอบ หลังพูดเสร็จชูเฟิงก็รีบมุงหน้าไปในทิศทางสถานที่หลักของนิกายดาบทมิฬในทันที



เมื่อมาถึงสถานที่ตั้งหลักของนิกายดาบทมิฬ ชูเฟิงก็บุกเข้าโจมตีในทันทีไม่ถงไม่ถามถึงเรื่องสุขภาพใดๆทั้งนั้นโจมตีไปที่ดันเถียนทำลายการเพาะปลูกสาวกนิกายดาบทมิฬทุกคนที่ขว้างหน้าดังปีศาจกระหายเลือด



ชูเฟิงในตอนนี้สามารถสังหารระดับ 4 แดนกำเนิดวิญญาณได้อย่างสบายๆ ถ้าชูเฟิงใช้ความสามารถของสายฟ้าสีทองต่อให้ระดับ 5 แดนกำเนิดวิญญาณก็เปรียบได้ดังมดที่จะขยี่เมื่อใดก็ย่อมได้ แม้แต่ระดับ 6 ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชูเฟิงแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงเหล่าสาวชั้นในที่อยู่เพียงแค่ระดับแดนห้วงวิญญาณ



ชูเฟิงไม่ได้ตัดแขนหรือตัดขาของพวกมันเพียงแต่ เขาในขนาดนี้ได้ทำลายการเพราะปลูกและเจาะเฉพาะดันเถียน ของสาวกนิกายดาบทมิฬไปหลายร้อยคนแล้วด้วยกัน สภาพของคนเรานั้นคือนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นเต็มทุกเส้นทางที่ชูเฟิงเดินผ่านไป เป็นฉากที่น่าเศร้าเกินจะยอมรับได้



         “ชูเฟิงกลับมาแล้ว! และในตอนนี้เขากำลังล้างบาง เหล่าสาวกนิกายดาบทมิฬอย่างเปิดเผย! ตอนนี้ในพื้นพื้นที่ฝ่ายในกำลังนองไปด้วยเลือดแม้แต่อาวุโสก็ไม่สามารถที่จะควบคุมเขาได้ การกระทำของเค้ามันโจ่งแจ้งเกินไปหรือว่าเขาจริงๆจะเป็นศัตรูกับสำนักมังกรฟ้า!”



ข่าวของการกลับมาและวีรกรรมของชูเฟิงได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วแม้แต่พื้นที่ของสาวกหลักก็ยังได้ทราบข่าวจึงทำให้คนทั่วสารทิศทางมารวมตัวกันที่พื้นที่ฝ่ายในเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



ด้วยทั่วไปแล้วฝ่ายการลงทัณฑ์จะไม่ละเลยต่อการกระทำของชูเฟิง หลิว เฉิงเจินเองก็ได้นำหลายร้ายผู้อาวุโสจากฝ่ายลงทันฑ์มาล้อมลอบชูเฟิงในทันที พร้อมเปล่งเสียงดังกังวานไปทั่วว่าจะสังหารชูเฟิง หลังจากที่พวกเค้าได้มีประสบการโดยตรงจากชูเฟิง เค้าจึงจะใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะสังหารชูเฟิงแล้วล้างแค้นให้กลับหลานชายของเขาหลิวมั่ง



ผู้สังเกตการณ์โดยรอบคิดว่าชูเฟิงจะต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย หลังจากที่หลิว เฉิงเจินเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่ฝ่ายใน แต่ในขณะที่กองกำลังของหลิวเฉิงมาถึงในสถานที่ตั้งหลักของนิกายดาบทมิฬในเวลาเดียวกันก็ยังมีอีกสองกองกำลังที่พึ่งจะมาถึงเช่นกัน



นั้นมันกองกำลังของผู้อาวุโสซูรู่และนั้นก็กองกำลังของผู้อาวุโสโอวหยางนิผู้อาวุโสได้นำคนมาด้วยจำนวนหลายสิบคนแต่ผู้อาวุโสซูรู่นำมามากกว่าพันคน…(*0*) ถ้ามองในแง่ของจำนวนคนสามารถกำหลาบกองกำลังของหลิว เฉิงเจินได้อย่างสมบูรณ์



           “ซูรู่นี่มันหมายความว่ายังไง? ไอ่เด็กเหลือขอนี่มันทำผิดกฎของสำนักซ้ำยังทำลายการเพราะปลูกของพวกเดียวกันในสำนัก ฝ่ายลงทันฑ์ของฉันจึงมีน่าที่ที่จะต้องจับมันมาลงโทษ ในฐานะผู้อาวุโสในสำนักมังกรฟ้าคุณเป็นจริงที่จะปกป้องมัน? นี่คุณยังจะมีคุณสมบัติในการเป็นผู้อาวุโสในสำนักมักกรฟ้าอยู่อีกหรือ?” หลิว เฉิงเจิน ถามด้วยเสียงดังเพื่อที่เค้าอยากให้สาวกทุกคนในที่นี้ได้ยินว่าการกระทำของผู้อาวุโสซูรู่นั้นไม่ถูกต้อง



          " ชูเฟิง เป็นศิษย์หลักของสำนัก ดังนั้น หากเขาทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องรับโทษ เพราะเจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้นได้ " ซูรู่ทำหน้าเย็นชาพร้อมกับรีบกล่าว นางจ้องหน้าของหลิว เฉิงเจิน ขณะที่นางสบตาเขาเขาก็รีบหลบสายตาของนาง



" พี่หลิว ข้ารู้ว่าท่านมีความแค้นส่วนตัวกับชูเฟิง แต่ข้าหวังว่าท่านจะจัดการเรื่องทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่ใช่เอาอารมณ์ส่วนตัวของท่านมาเป็นที่ตั้ง "



" แม้ว่าสิ่งที่ชูเฟิงทำวันนี้จะเกินไปหน่อย แต่ที่เขาทำไม่ใช่ว่าไร้เหตุผล เมื่อนิกายดาบฯทำร้ายนิกายชู ตอนนั้นฝ่ายลงทัณฑ์ของท่านไปอยู่ที่ไหน " ผู้เฒ่า โอวหยาง พูดขึ้นมา แม้ว่าเขาจะยิ้มด้วยความอ่อนโยนแต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการประชดประชัน



          “เจ้า…...” หลิวเฉิง ได้เงียบกลิบไร้การต่อต้านเพราะเค้าไม่สามารถที่จะเถียงได้ ได้แต่ยอมรับมันดังนั้นตอนนี้เค้าจึงไม่สามารถทำการใดๆกับชูเฟิงได้



แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นเค้าก็ไม่ได้กังวลจนมากเกินไปเพราะคนที่ต้องการจะสังหารชูเฟิงนั้นไม่ได้มีเค้าแต่เพียงผู้เดียวเมื่อคนในพื้นที่หลักมาถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้สังหารชูเฟิงด้วยตัวเอง แต่ชูเฟิงจะไม่ถูกปล่อยไปอย่างง่ายๆแน่นอน



          “ชูเฟิงคุณเคยคิดจริงๆจังๆบ้างไหมว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันเป็นปัญหาใหญ่มากเกินไป คุณได้ทำลายการเพาะปลูกของคนในสำนักเดียวกัน ปัญหานี้ในสำนักมังกรฟ้านั้นใหญ่เกินไปแม้ว่าพี่สาวของฉันอยากจะปกป้องคุณแต่เค้าไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากมายนัก”



เมื่อซูเหม่ยมาถึง เธอรีบมายืนข้างชูเฟิงในขณะที่มองไปที่นิกายดาบทมิฬที่อยู่ในสภาพเกลื่อนกลาดเต็มพื้นโดยมีกายช่วยเหลือจากผู้อาวุโส ภายในดวงตาอันสวยงามของเธอได้แสดงออกถึงความกังวล แน่นอนว่าเธอไม่ได้กังวลถึงความปลอดภัยของนิกายดาบทมิฬ แต่เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของชูเฟิง



          " แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไง เมื่อตอนที่นิกายดาบฯพากันรังแกครอบครัวของข้าตอนที่ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ เจ้าและพี่สาวของเจ้าไปอยู่ไหน "



ชูเฟิง คร่ำครวญเล็กน้อย พร้อมกับมอง ซูเหม่ย เขานั้นไม่กังวลหรือหวาดกลัวใครทั้งสิ้น เพราะเนื่องจากเข้าใช้รูปแบบอำนาจวิญญาณได้แล้ว ตราบใดที่จูเก่อ หลิวหยุน รู้เรื่องนี้ เขาจะต้องยอมรับ ชูเฟิง เป็นลูกศิษย์อย่างแน่นอน



ภายในสำนักมังกรฟ้าหากได้รับการปกป้องจากเขา ก็จะไม่มีใครกล้าแตะต้อง ชูเฟิง ไม่ต้องพูดการทำลายพลังวิญญาณของศิษย์ฝ่ายใน แม้แต่การจะฆ่าพวกเขา ชูเฟิงก็แทบจะไม่ต้องรับโทษ อีกทั้งยังไม่มีใครกล้าคิดเอาชีวิตของเขา



            " ชูเฟิง หากเจ้าพูดเช่นนี้ เจ้าก็หมายความว่าเป็นความผิดของข้าและพี่สาวใช่มั๊ย " หลังจากได้ยินคำพูดของ ชูเฟิง ซูเหม่ย ก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจ นางยื่นหน้ามาใกล้ๆและกล่าว " แม้ว่านี้จะเป็น ฝีมือของ อู๋ จิ่ว ที่รังแก ครอบครัว ของเจ้า แต่ความเป็นจริงผู้บงการคือ กง ลู่หยุน "



           " ในวันนั้น ที่นิกายดาบฯ เริ่มลงมือ พี่สาวของข้ากำลังจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ตอนนั้น กง ลู่หยุน ก็มาพบพี่สาวของข้าซะก่อน "



          " เขาต้องการเดิมพันกับพี่สาวของข้า โดยการบอกว่า ตราบใดที่นางสามารถเอาชนะเขาได้ เขาจะปล่อยเจ้าปล่อยโดยไม่เอาเรื่องใดๆ แต่หากพี่สาวของข้าพ่ายแพ้ เขาก็ไม่ขออะไรมาก แค่ต้องการให้นางอย่าเข้าไปยุ่งปัญหาระหว่างนิกายชูและนิกายดาบฯ



         " หากพี่สาวข้าไม่ได้เป็นอาวุโส นางคงได้เป็นศิษย์อันดับ 1 ของสำนักมังกรฟ้า ใช่หรือเปล่า นอกจากนี้เมืองวิหคเพลิงก็ไม่ค่อยถูกกับเมือง เต่าทมิฬ อยู่แล้ว ดังนั่น พี่สาวของข้าจึงรับคำท้าของ กง ลู่หยุน "



           " แต่ก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น . . . . . . . พี่สาวของข้าพ่ายแพ้ให้กับเขา "



           " ด้วยเหตุนั้น นางจึงไม่ต้องการผิดคำพูด ดังนั้น พี่สาของข้า จึงไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งปัญหาระหว่างนิกายดาบฯและนิกาย ชู ได้ " ซูเหม่ยที่ทำหน้าเหมือนเต็มไปด้วยความคับข้องใจนางบอกความจริงและรายละเอียดทุกอย่าง




ผู้แปลโดย #นายกระทิข้น



ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่โน้น!!!



จบตอนนี้ก็พลิกหน้าต่อไปได้เลยคับผม