วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 166 - ใครคือ อู๋ จิ่ว



           " พี่สาวเจ้า แพ้ กง ลู่หยุนงั้นหรอ !!! "



ชูเฟิงแปลกใจนิดหน่อย เขาเห็นความสามารถของซูรู่มาก่อน และนางยังอยู่ในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 1 และแน่นอนว่านางเกือบได้ชื่อว่าเป็น ศิษย์ # 1



ขณะที่ กง ลู่หยุน อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 1 หากเขาสามารถเอาชนะซูรู่ได้ นั้นหมายความว่า ด้านทักษะ ไหวพริบ ของ กง ลู่หยุน เหนือกว่า ซูรู่



            " ไม่เพียงแต่เขาเอาชนะพี่สาวของข้า แม้แต่ผู้เฒ่า โอวหยาง ยังพ่ายแพ้ให้กับเขา " ซูเหม่ยทิ้งสายตาไปมอง ที่ ผู้เฒ่า โอวหยาง



           " แม้แต่ผู้เฒ่า โอวหยางนะหรอ แพ้ ? " ชูเฟิงขมวดคิ้วลง



หลายคนไม่รู้ว่าผู้เฒ่า โอวหยาง มีความสามารถขนาดไหนเพราะเขาปกปิดไว้อย่างดี แต่หลังจากที่ได้ยิน ซูเหม่ย พูด ผู้เฒ่า โอวหยาง คงเข้าสู่อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณมานานแล้ว และเขากำลังจะเข้าสู่ อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับ 2 เขานับได้ว่าเป็นคนที่เป็นคนที่อยู่จุดสูงสุดในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณระดับต้นๆ



ซูรู่ และ ผู้เฒ่า โอวหยาง ค่อนขางสนิทกัน แม้ว่าเขาเคยประลองกันมาก่อน แต่ผลจบลงที่เสมอ ในความเป็นจริง โอวหยาง อ่อนข้อให้ ซูรู่



หาก กง ลู่หยุน เอาชนะทั้ง ซูรู่ และ ผู้เฒ่า โอวหยาง นั่นทำให้ ชูเฟิง ตระหนักได้ว่า กง ลู่หยุน อาจจะเอาชนะไม่ได้ง่ายๆเหมือนที่เขาคิด



             " ชูเฟิง มีอาวุโสมาจากพื้นที่หลักกำลังมาที่นี่  เจ้ารีบวิ่งไปยังเมืองวิหคเพลิงของข้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เจ้าจะต้องปลอดภัย " ซูเหม่ยยืนพิง ชูเฟิง และพูดกับเขาข้างหูเบาๆ



            " คนพี่ หรือ คนน้อง ที่ห่วงข้ากันน้าาา ? " ชูเฟิงยิ้มและถาม



            " นี่เป็นความต้องการพี่สาวของข้า ละก็ข้า เราทั้งสองไม่ได้หวังให้เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับเจ้า . . . . . " สายตาของซูเหม่ยเต็มไปด้วยความอ้อนวอน นางกลัวจริงๆว่า ชูเฟิงจะยังดื้อดึง และ ตายเพราะความดื้อรั้น



           " เจ้าทั้งสองช่างดีกับข้าจริงๆ!!! "



ชูเฟิงหัวเราะ พร้อมกับยื่นมือของเขาตอบรับความรักจากซูเหม่ย เขาโอบนางจากนั้นก็ลูบผมเบาขณะที่ค่อยๆเดินออกจากกลุ่มคน



ขณะนั้นความอึมครึมใจของ ชูเฟิง ก็พลันหายไปเหมือนดั่งท้องฟ้าที่กระจ่าง เพราะว่าเขารู้ว่าซูรู่และซูเหม่ยไม่เคยทอดทิ้งคนในครอบครัวของเขา แต่เป็นเพราะพวกเขาเจอกับปัญหา สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเพราะเขา



           " ชูเฟิง เจ้าจะไปไหน ? " ซูเหม่ยเห็นว่าชูเฟิง กำลังเดินไปทิศทางที่ไม่ถูก



           " ตั้งแต่ อู๋ จิ๋ว ปฏิบัติกับตะกูลชู ของข้าเช่นนี้ ข้าไม่อยากปล่อยเขาไป โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ? " ชูเฟิงพูดพร้อมกับยิ้ม



           " อะไรนะ เจ้าจะบ้าไปแล้วหรอ คิดจะไปพื้นที่หลัก แล้วสู้กับ อู๋ จิ่ว งั้นหรอ " ซูเหม่ย นางพยายามห้าม ชูเฟิง แต่นางก็ไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้ ภายในพริบตา ชูเฟิง กระโดดออกมาจากผู้คนและวิ่งเตลิดไปพื้นที่หลักเหมือนลิง



           " ชูเฟิง หนีไปแล้ว จับเขาไว้ !!! "



           " ซูรู่ ท่านตั้งใจที่จะปกป้องเขาใช่มั้ย ข้าจะรายงานเรื่องวันนี้ทั้งหมดให้ผู้นำของสำนักทราบ "



เมื่อ หลิว เฉิงเจิน เห็น ชูเฟิง หนีไป เขาถึงกับตกใจ หากชูเฟิงยังอยู่ภายในสำนักมังกรฟ้าก็คงดี และมันคงยากสำหรับชูเฟิงที่จะหลีกเลี่ยงความตายไปได้ หากชูเฟิง หนีออกนอกสำนัก คงยากที่เขาจะฆ่า ชูเฟิง ได้



เมื่อ ซูรู่ และ ผู้เฒ่า โอวหยาง เห็นเช่นนั้น เขาก็แสนจะโล่งใจ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่ตามไป พวกเขายังไม่คิดที่จะห้ามชูเฟิง พวกเขาสั่งให้ผู้ติดตามขัดขวางคนของ หลิว เฉิงเจิน ไว้ เพื่อให้ชูเฟิง หนีไป



แต่เมื่อพวกเขาพบว่าทิศทาง ที่ชูเฟิง กำลังหนีไปมันแปลกๆ ใบหน้าของพวกเขาจากความยินดี กลายเป็นใบหน้าเหมือนจะเป็นลม ชูเฟิง ไม่ได้คิดจะหนี แค่คิดจะก่อเรื่องเพื่อฆ่าตัวตายก็เท่านั้น




             " คนๆนี้ ทำไมเขาถึงไม่เคยทำให้คนอื่นสบายใจได้เลยสักวัน ? "



สีหน้าของ ซูรู่ เต็มไปด้วยความโกรธขณะที่ยืนอยู่นางก็กระทึบเท้า หลังจากคิดสักพัก นางก็วิ่งไปรีบไปตาม ชูเฟิง ไป แม้แต่ ผู้เฒ่า โอวหยาง ก็วิ่งตามนางไปอย่างติดๆ เขาอยากจะรู้ว่า ชูเฟิง คิดจะทำอะไรกันแน่



ชูเฟิงวิ่งไปอย่างรวดเร็ว จนเข้าไปในพื้นที่หลัก หลังจากที่เข้ามาแล้ว เขาก็ยังไม่หยุด เขาวิ่งไปลานตรงใจกลาง



ใจกลางเป็นทรงวงกลมที่มีการสร้างที่ดูเป็นเอกลักษณ์ ตรงกลางนั้นมีลานประลองขนาดใหญ่ พื้นบนลานประลองถูกย้อมด้วยสีแดงของเลือด



แม้แต่บนลานประลอง ยังมีระฆังใบใหญ่เป็นสีแดง มีป้ายขนาดใหญ่แขวนไว้ตรงนั้น บนป้ายมีอักษรขนาดใหญ่เขียนว่า " ลานประลองชี้เป็นชี้ตายสำหรับผู้ต้องการชำระความแค้น "



ชูเฟิง ชอบใจอย่างมาก เขาก็กระโดดขึ้นไปเหมือนลิงแล้วหยุดอยู่ด้านหน้าของระฆังใบใหญ่ จากนั้นก็ตีระฆังเสียงเสียงกึกก้องทั่วอากาศ มันดังไปทั้งพื้นที่หลักอย่างรวดเร็ว ซึ่งดึงดูดความสนใจของศิษย์หลักเป็นอย่างมาก เพราะนี้คือเสียงระฆังจากลานประลอง ชี้เป็นชี้ตาย



ลานประลองชี้เป็นชี้ตาย ดั่งชื่อของมัน หากมีความแค้น ไม่ว่าเป็นหรือตาย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ประลอง ซึ่งเป็นกฏของสำนักมังกรฟ้า ตราบใดที่ศิษย์ทั้งสองมีความแค้นที่ไม่อาจอภัยกันได้ พวกเขาต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาชีวิตมาเดิมพัน หากทั้งคู่มาถึง ก่อนหน้านั้น พวกเขาจะต้องลงนามในใบยินยอมหากมีกรณีการตายเกิดขึ้น



ผู้ที่กล้าตีระฆังใหญ่บนลานประลองชี้เป็นชี้ตาย หมายความว่าเขายอมรับความตายไว้แล้ว เมื่อทุกคนได้ยินต่างคึกคัก และอยากเห็นคนที่ตีระฆังมากที่สุด ในช่วงเวลานั้น เกือบจะทุกคน ในพื้นที่หลักมากันวิ่งมา แม้แต่เหล่าอาวุโสก็ยังมี



            " นั้นมัน ชูเฟิง ไม่ใช่หรอ เขาไม่ได้ทำร้ายคนฝ่ายในอยู่งั้นหรอ ทำไมถึงได้มาที่นี่ ? "



            " ผู้ชายคนนี้ช่างบ้าบิ่นยิ่งนัก ครั้งแรกที่เข้ามาพื้นที่หลักก็ไปสะดุดขาอาวุโส กง ลู่หยุน แล้วยังทำลายพลังวิญญาณของศิษย์ฝ่ายใน ในตอนนี้ยังมายืนอยู่บนลานประลอง ชี้เป็นชี้ตาย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ? "



ชื่อของชูเฟิงที่ไม่ค่อยดีกระจายไปทั่วทั้งสำนักมังกรฟ้าและภาพวาดของเขาต่างติดอยู่ทั่วทุกที่ มีใครบ้างไม่รู้จัก ชูเฟิง พวกเขาจึงสับสนในการกระทำของเขาในเวลานั้น ทุกคนต่างมีความคิดเดียวกัน ว่าเด็กหนุ่มคนนี้รนหาที่ตาย



เมื่อเห็นคนเท่าภูเขาและมหาสุมทรรอบล้อมเวทีลานประลอง ชูเฟิง จึงหยุดตีระฆัง แล้วก้าวออกมาพร้อมกับตะโกนเสียงดังใส่ผู้คนที่รายล้อม " ใครคือ อู๋ จิ่ว ขึ้นมายอมรับความตายซะ !!! "





////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





เด๋วจะบวกกันแล้ว คับ วางเดิมพันได้ ใครลงข้าง อู๋ จิ่ว @ รับแทงหมด ไม่อั้น . . . . . .