วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 173 - การสนทนาระหว่างอาจารย์และศิษย์



            " เจ้าสามารถใช่พลังในการเชื่อมต่อโลกวิญญาณได้คล่องแคล่วแล้วยังงั้นรึ?"



ในขณะที่เขามองไปที่รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่หมุนไปรอบๆตัวของเขา, จูเกอ หลิวหยุน ข่อนค่างที่จะตะลึงและประหลาดใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าเค้าจะใส่ชุดคลุมสีขาวและปกปิดใบหน้า แต่ชูเฟิงสามารถรู้ได้ว่าเค้าแสดงถึงความสุขและมีลักษณะถึงความประหลาดใจ



            " หึ ... "



ชูเฟิงยิ้มและไม่ได้ไม่ได้ตอบคำถามของ จูเกอ หลิวหยุน แต่แสดงทักษะรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณในด้านหน้าของ จูเกอ หลิวหยุน แทน



             “ ชูเฟิงเจ้าสามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณได้รึไม่” ทันใดนั้น จูเกอ หลิวหยุน ได้พูดขึ้นอีก



             “ ท่านอาจารย์ชนิดของการเปลี่ยนแปลงใดที่ท่านต้องการ?” ชูเฟิงถาม



             “การเปลี่ยนแปลงรูปทรงต่างๆ ” จูเกอ หลิวหยุน กล่าว



             " อื้มได้ตามที่ท่านต้องการ "



หลังจากที่ จูเกอ หลิวหยุน ได้พูดจบรูปแบบอำนาจวิญญาณที่ล้อมรอบพวกเค้าก่อนหน้านี้อยู่ได้หายไป และอีกหลายรูปทรงของอำนาจพลังวิญญาณได้เปรากฎขึ้น ณ เวลานั้นเองได้มีสองรูปทรงปรากฏขึ้นอยู่ในมือของชูเฟิง



ในช่วงแรกเป็นเพียง รูปร่างพลังวิญญาณขนาดใหญ่มีลักษณะโปล่งแสงอยู่ในมือของชูเฟิง และเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป็นรูปแบบต่างๆ สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม หรือแม้จะเป็นดาวห้าแฉก ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนไปได้ดั่งใจนึกของชูเฟิง



             “ ชูเฟิง นี่เจ้ามีเข็มทิศโลกวิญญาณอย่างงั้นรึ” จูเกอ หลิวหยุน ถามอีกครั้ง



ชูเฟิงพยักหน้าพร้อมกับแสดงเข็มทิศโลกวิญญาณออกมา กล่าวได้ว่าสิ่งนี้นั้นเปรียบเสมือนสัญญาลักษณ์ที่เป็นตัวแทนต่างๆ ด้วยการแนะนำของ ต้าน ต้าน (ไข่) ซึ่งเขาสามารถควบคุมใช้มันได้อย่างชำนาญ



หลังจากนั้น จูเกอ หลิวหยุน ก็ได้ถามคำถามกับชูเฟิงมากมาย เกี่ยวกับความรู้ในหนังสือ แม้ว่าตอนนี้จะไม่มี ต้าน ต้าน อยู่คอยช่วยเค้าตอบคำถามเหล่านี้ แต่ด้วยความเลื่อมล้ำของชูเฟิงก็วิเคราะห์และตอบคำถามไปอย่างง่ายดาย



"ดี! ดี!! ดี!!!"



หลังจากการทดสอบของ จูเกอ หลิวหยุน เค้าไม่ได้เอยคำพูดใดมากนักนอกจาก เพียงแค่พูดคำว่า ดี ถึงสามครั้งแต่เพียงแค่นั้นก็สามารถทำให้ตกใจได้ในขณะนี้



             “ ข้าจูเกอ หลิวหยุน ในตลอดครึ่งชีวิตที่ผ่านมาข้าได้พยายามหาศิษที่มีประสิทธิภาพมาโดยตลอด เพื่อที่ข้าจะได้ส่งผ่านทักษะโลกวิญญาณของข้าไปยังเขาและในที่สุดตอนนี้ข้าก็ได้พบศิษย์ที่มีประสิทธิภาพเช่นนั้นสักที”



จูเกอ หลิวหยุน ได้มองดูชูเฟิงที่อยู่ในด้านของเขาแล้วพยักหน้า แม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นชูเฟิงได้ตั้งความหวังไว้เพียงนิดเดียวเท่านั้นแต่ไม่คาดคิดว่าในขณะนี้มันได้เกินความคาดหวังของเขาไปแล้ว



              “ ท่านอาจารย์! โปรดยอมรับการคารวะจากศิษย์ด้วย!!!” ชูเฟิงคุกเข่าลงพื้นดินและประสานมือเข้าด้วยกันและทำการคารวะต่อ จูเกอ หลิวหยุน ผู้เป็นอาจารย์



              “ เจ้าเป็นคนมีพรสวรรค์ในอนาคตเจ้าจะต้องมีความสำเร็จในด้านผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเกินข้าอย่างแน่นอน”



               “ แต่มันชั่งน่าเสียดายที่ข้าจะให้คำแนะนำเจ้าเท่านั่นแต่ไม่อาจสอนเจ้าได้ถึงแก่นแท้ของมันได้ แต่ถ้าเจ้ายินดีเจ้าสามารถเรียกข้าว่าอาจารย์ได้” จูเกอ หลิวหยุน ได้งอหลังและพยายามดึงชูเฟิงให้ลุกขึ้น



               “ ท่านจะเป็นอาจารย์ของศิษย์เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น” ชูเฟิง ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเคารพที่มีต่อ จูเกอ หลิวหยุน



               " ฮ่าฮ่า! ดี ข้ามองเจ้าไม่ผิดจริงๆ" แม้ว่า จูเกอ หลิวหยุน จะกล่าวไปอย่างผิวเผินแต่ดูเหมือนว่าเค้าจะชอบคำพูดไม่กี่ประโยคนี้ของชูเฟิง



หลังจากที่เขาถอดใจเรื่องการตามหาลูกศิษย์ไปแต่ จูเก่อ หลิวหยุน ก็ได้บังเอิญเจอผู้มากความสามารถอย่างชูเฟิง ด้วยความสามารถที่หาได้ยาก ชูเฟิงจึงเหมาะเป็นผู้สืบทอดของเขาๆ



หลังจากนั้น จูเกอ หลิวหยุน ได้สอดมือเขาไปในถุงจักรวาลที่แนบอยู่ที่เอวเขาแล้วได้หยิบลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณขึ้นมา ด้วยการมองอย่างรวดเร็วของชูเฟิงนั้นได้ตรวจสอบแล้วว่ามีมากกว่าร้อยลูกที่อยู่ในมือของจูเกอ หลิวหยุน



               “ เฟิงเอ๋อ ( ปล.เป็นการเรียกแบบเอนดูเหมือนลูกเหมือนหลานอะไรประมาณนี้ ) การต่อสู้ระหว่างเจ้าและ กง ลู่หยุน นั้นใกล้จะมาถึงแล้ว ในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้ ข้าหวังว่าลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณเหล่านี้จะสามารถช่วยเหลือเจ้าได้ได้บ้าง”



                " ขอบคุณท่านอาจารย์."



ชูเฟิงได้รับลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณมาอยู่ในมือของเขา เขารู้ว่าจูเกอ หลิวหยุน นั้นเป็นคนที่ร่ำรวยมากแต่เค้าไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนใจปล้ำถึงขนาดนี้



ชูเฟิงนั้นได้ขอบคุณ จูเกอ หลิวหยุน จากใจของเขา เพราะในสายตาหนึ่งร้อยลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณนี้มีค่ากับเขาอย่างมาก



แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือในสำนักมังกรฟ้าว่า ได้ส่งลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณให้ จูเกอ หลิวหยุน ทุกๆเดือนแต่ตอนนี้ชูเฟิงได้เข้าใจแล้วว่าเรื่องเหล่านั้นมันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ในความจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น



เพราะเขารู้ดีว่ายาแก่นแท้คุณภาพสูงหรือลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณนั้นหายากมาก และเปรียบได้ดั่งสมบัติล้ำค่าเนื่องจาก พลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในตัวของมัน



ในฐานะคนที่อยู่ในระดับ 9 แดนแก่นแท้วิญญาณนั้นที่ต้องการจะข้ามขั้นขึ้นไปสู่แดนสวรรค์วิญญาณนั้นมันสามารถที่ช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นผ่านอุปสรรคและก้าวเข้าประสบการณ์ครั้งใหม่ได้มันจะช่วยทำให้เขาเข้าใจอำนาจใหม่ๆของแดนสวรรค์วิญญาณและสามารถเดินชมจันทร์และออกไปแตะขอบฟ้าได้ดั่งใจปรารถนา (ปล.คนที่เข้าสู่แดนสวรรค์วิญญาณได้แล้วนั้นจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้)



ดังนั้นลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณจึงมีคุณค่ามาก ไม่ต้องพูดสำนัก #2 อย่างสำนักมักกรฟ้าเลย ต่อให้เป็น สำนัก #1 อย่างสำนักหลิง - หยุน ก็ไม่มีปัญญาส่งให้กับผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทุกๆเดือนอย่างแน่นอน



ดังนั้นชูเฟิงจึงวิเคราะห์ได้ว่า ข่าวที่เกี่ยวกับ จูเกอ หลิวหยุน นั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือ นั[ประสาไรกับลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณทุกเดือนแค่ยาแก่นแท้คุณภาพสูงสุดทุกเดือนก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มากโขแล้ว ถ้านำไปเปรียบเทียบกับคนปดติแล้วยาแก่นแท้คุณภาพสูงสุดนี่เปรียบได้ดั่งกลับสมบัติอันมหาศาล



แม้กระทั่งคุณหนู แห่งเมืองวิหคเพลิง เช่น ซูรู่ ได้เห็นยาแก่นแท้คุณภาพสูง ยังแสดงออกถึงอาการที่มีความสุข   แล้วจะนับประสาอะไรกับ จูเกอ หลิวหยุน ตอนได้พวกมันมา



หลังจากที่ชูเฟิงได้รับลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณมา เค้าก็มีความสุขอย่างเหลือล้น เขาปรารถนาและอยากจะรู้ว่าถ้าเขาใช้ลูกแก้วทั้งหมดนี้พลังวิญญาณเขาจะสูงขึ้นถึงขนาดไหน



นอกจากนี้เค้ายังมองไปที่ จูเกอ หลิวหยุน ด้วยความเคารพและกตัญญูมาจากหัวใจ แม้ว่า จูเกอ หลิวหยุน จะมั่งคั่ง แต่เค้าก็ยังคงต้องการเพิ่มพลังวิญญาณของเขา



หากคนอื่นๆที่ร่ำรวยดั่งเขา พวกเขาคงไม่อาจมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้กับคนอื่นง่ายๆหากพวกเขาไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือไม่คิดว่าเป็นหนี้บุญคุณ



อย่างไรก็ตามหลังจากที่รู้จัก ชูเฟิงได้ไม่นาน จูเกอ หลิวหยุน ยังให้ความช่วยเหลือเค้ามากถึงเพียงนี้ เป็นธรรมชาติอยู่ในแล้วที่ชูเฟิงจะต้องแสดงความกตัญญูตอบสนองในอนาคต



              " เจ้าอย่าได้เกรงใจ ในอนาคตของเจ้าจะได้ประสบความสำเร็จที่ดีอย่างแน่นอน. ถึงวันนั่นข้าอาจจะได้พึ่งเจ้า"



             " แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับ กง ลู่หยุน มากเกินไปจงต่อสู้ได้อย่างสบายใจ ถึงแม้ว่าเจ้าจะแพ้แต่ข้าจะปกป้องชีวิตของเจ้าเอง ." จูเกอ หลิวหยุน กล่าวอีกครั้ง



             " ฮ่าฮ่า." ชูเฟิงได้เพียงแค่หัวเราะคำของ จูเกอ หลิวหยุน เบาๆเพราะ จูเกอ หลิวหยุน ยังไม่ทราบว่าชูเฟิงนั้นได้กำลังเล็งที่จะสังหารกง ลู่หยุน ในวันประลอง



อย่างไรก็ตามหลังจากที่ จูเกอ หลิวหยุน ได้เห็นรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณและการควบคุมของชูเฟิงแล้ว เค้าก็แสดงให้เห็นถึงความรักและเอนดูต่อชูเฟิงอย่างเปิดเผยโดยที่ไม่ปกปิดมัน อาจารย์และลูกศิษย์ได้คุยกันเป็นเวลานานและพวกเขาก็พูดคุยกันมากขึ้นในหลายๆเรื่อง



ในช่วงท้าย จูเกอ หลิวหยุน และ ชูเฟิง ก็ได้นั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยกันถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้หรูหรามากนักแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาหารเหล่านี้ จูเกอ หลิวหยุน เป็นถึงผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณได้ทำอาหารเป็นการส่วนตัว น้อยคนนักในโลกนี้ที่ได้จะได้กินอาหารฝีมือของเค้า






//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





ผู้แปลโดย #นายกระทิข้น



ตอนนี้อาจจะซับซ้อนเรื่องใช้คำ เนื่องจากอำนาจพลังวิญญาณที่มั่วซั่วจนน่าปวดหัว แต่ส่วนใหญ่ ชูเฟิง จะแสดงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ และการควบคุม รูปทรงหรือรูปร่างต่างๆ ให้กับ จูเก่อ หลิวหยุนได้ดู
ซึ่งหนังสือที่เขาเคยให้ ชูเฟิง ไปชูเฟิงสามารถเข้าใจมันได้หมดแล้วโดยที่แทบจะไม่ได้แตะ ตอนนี้เขาจึงไม่อาจสั่งสอนอะไรเขาได้ เพราะตัวเขาเองก็ยังเป็นแค่ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดขาว . . . . . . แต่ ชูเฟิง เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทา เนื่องจากปล้นแม่นางชุดม่วงในสุสานมา หากได้เห็น จูเก่อ ก็อาจจะสะดุ้งได้



หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ . . . . . . . .