วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 176 - ความคืบหน้า



             "เจ้าแน่ใจอย่างั้นรึ ว่าจะเข้าร่วมการทดสอบการเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวน่ะ การเข้าร่วมการทดสอบน่ะมันไม่ง่ายน่ะ มันจะแตกต่างจากการทดสอบที่เจ้าเคยผ่านมาทั้งหมด เจ้าควรจะเตรียมใจเรื่องนี้เอาไว้ให้ดีก่อนเพื่อที่ในเวลาที่เจ้าล้มเหลวและแห้วกลับมาเจ้าจะได้ไม่ต้องเสียใจกลับมันมากนัก” จูเกอ หลิวหยุน ออกเสียงเตือน



            "ฮ่าฮ่า สบายใจได้ท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังและไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าอย่างแน่นอน."



ชูเฟิงรู้สึกมีความสุข เนื่องจากเค้าได้รับการช่วยเหลือจาก ต้าน ต้าน เค้าจึงรู้สึกผ่อนคลาย



และเพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัยจาก จูเกอ หลิวหยุน ชูเฟิงจึงยังไม่ได้ปรับแต่งร้อยลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณในทันที เขาได้นอนหลับอยู่ในช่วงต้นและในคืนนั้นเขานอนหลับอย่างสงบมาก



เช้าวันรุ่งขึ้นในยามเช้าท้องฟ้าสว่างสดใสเล็กน้อย ชูเฟิงก็ได้เดินทางไปยังปราสาทโบราณของ จูเกอ หลิวหยุน แต่อย่างไรก็ตามในลานกว้างด้านหน้าของปราสาทโบราณก็เต็มไปด้วยคลื่นของฝูงชนกลุ่มหนึ่งมีทั้งสาวกและเหล่าผู้อาวุโสมารวมตัวกัน



หลังจากผ่านฝูงชนชูเฟิงก็พบกับความประหลาดใจเพราะในใจกลางของพื้นที่โล่งนั้น คือ จูเกอ หลิวหยุน และข้างๆของเขายังมีนกอินทรีหัวขาวอยู่อีกถึงสองตัว



นกอินทรีเหล่านั้นมีขนาดใหญ่มาก เมื่อยืนเทียบคนแล้วมันสูงถึง สามเมตร กรงเล็บของมันนั้นก็มีขนาดใหญ่คมราวดั่งใบมีด และในดวงตาของมันนั้นแสดงถึงความภาคภูมิใจและจ้องมองไปที่ฝูงชนโดยไร้ปราศจากความกลัวใดๆทั้งสิ้น



            "ว้าวววว นั้นมันนกอินทรีหัวขาวนิ! ชั่งสง่างามสมคำล่ำลือจริงๆ!!!” ในขณะที่มองไปยังนกอินทรีทั้งสองตัว หญิงสาวเป็นจำนวนมากได้แสดงถึงอาการตื่นเต้นมีความสุขมากออกมาอย่างเปิดเผย



           "ข้าเคยได้ยินมาว่าเจ้านกนี่คือยานพาหนะที่ดีที่สุดเชียวนะ แล้วราคาของมันนั้นก็สูงมากในสำนักมังกรฟ้ามีพวกมันเพียงแค่สองตัวเท่านั้น และมันก็ยังเป็นของจูเกอ หลิวหยุนด้วย” ได้มีคนบางคนระบุที่มาของมันอย่างชัดเจน



           "ใช่มันชั่งดูแข็งแกร่งจริงๆ แค่ข้าได้มองดูมันข้าก็มีความสุขแล้ว ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าถ้าข้าได้ขี่มันข้าจะรู้สึกดีมากแค่ไหนกันนะ."



           "ส่วนใหญ่แล้วท่านผู้อาวุโส จูเกอ จะไม่ค่อยใช้นกอินทรีหัวขาวสักเท่าไรนะเพราะเค้าเปรียบมันเป็นดั่งสมบัติอันล้ำค่า"



          "ใช่ข้าเคยได้ยินมาว่า อาวุโสหวางหนึ่งในหกปราการ มีธุระสำคัญที่จะต้องเดินทางไกลจึงได้มาขอยืม นกอินทรีหัวขาวจากท่านผู้อาวุโส จูเกอ หลิวหยุน แต่ดันกลับถูกปฏิเศษอย่างโหดร้าย



          "ไม่เพียงแค่นั้น ข้ายังได้ยินมาอีกว่า ท่านผู้อาวุโส จูเกอ ได้กล่าวกับ อาวุโสหวาง ว่า “แม้แต่ข้ายังไม่อยากที่จะใช้พวกมัน แต่เจ้ากลับจะมายืมใช้พวกมันจากข้า? เหอะ! ฝันไปเถอะ!."



         "ใช่ แต่วันนี้เค้าใช้เจ้านกอินทรีหัวขาวถึงสองตัว ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าพวกเขาจะไปที่สำคัญที่ไหนกันและใครกันนะที่ไปด้วยกันกับเขา"



ทุกคนต่างชี้ไปที่นกอินทรีหัวขาวและคุยเกี่ยวกับมันด้วยความอิจฉา พวกเขาอิจฉา จูเกอ หลิวหยุน และคนที่กำลังจะได้ไปกับ จูเกอ หลิวหยุน ไม่น้อยที่จะได้ขึ้นไปขี่บนหลังของเจ้านกอินทรีหัวขาว



เพราะพวกเขาทุกคนต้องการรับรู้สึกถึงรสชาติในการทะยานไปสู่ขอบฟ้าและมองลงมายังพื้นเบื่องล่าง



            "เฟิงเอ๋อ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว” เพียงในเพลานั้น จูเกอ หลิวหยุน ได้โบกมือเรียกชูเฟิงในฝูงชน



            "ครับท่านอาจารย์."



และภายใต้การมองของฝูงชน ชูเฟิงได้เดินไปที่ จูเกอ หลิวหยุน และได้ยื่นมือของเขาไปลูบหัวของนกอินทรีหัวขาว นอกจากนี้เขายังรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



             "เห้ยนั้น! ชูเฟิงมันเป็นชูเฟิง! โอ้วววพระเจ้าเขาออกไปกับจูเกอ หลิวหยุน?"



             "นี่มันเรื่องจริงใช่ไหมที่เขาจะสามารถเพลิดเพลินไปกับความสบายเช่นนี้! ดูเหมือนว่าผู้อาวุโส จูเกอ หลิวหยุน จะชอบชูเฟิงมากเลยซินะ."



หลังจากที่ได้เห็นฉากนี้ใบหน้าของทุกคนเริ่มที่จะแสดงความอิจฉาต่อชูเฟิงที่ได้รับความชื่นชอบจาก จูเกอ หลิวหยุน แต่เมื่อเทียบกับสาวกชายที่เพียงได้แต่อิจฉา หลายสาวกหญิงมากขึ้นเริ่มที่จะมีความหลงใหลและตกหลุมรักไปกับความเลื่อมล้ำของชูเฟิงใน ขณะนี้



ชูเฟิงนั้นได้แสดงความสามารถอันเลื่อมล้ำของเขาให้ทุกคนได้ประจักแล้ว ณ เวทีประลองและในตอนนี้เขายังได้เป็นสาวกของ จูเกอ หลิวหยุนอีก อาจกล่าวได้เลยว่าสถานะของเค้าในตอนนี้ในสำนักมังกรฟ้านั้นไม่ได้ด่อยไปกว่า กง ลู่หยุนเลย



นอกจากนี้ยังมีข่าวลืออีกว่าชูเฟิงนั้นเป็นอัจฉริยะในด้านพลังวิญญาณอีกด้วยและเพราะ จูเกอ หลิวหยุน ได้เห็นความสามารถนั้นจึงได้ยอมรับชูเฟิงเป็นศิษย์ของเขา หลังจากที่ได้เห็นกับตาทุกคนก็ได้มองชูเฟิงสูงมากขึ้น



ดังนั้นในตอนนี้ชูเฟิงได้เป็นเป้าหมายสามีในอนาคตของสาวกหญิงนับไม่ถ้วน ถึงแม้ว่าชูเฟิงจะเป็นชายหนุ่มเยาวชนเพียงอายุ 15 ปีแต่ก็ยังไม่อาจที่จะหยุดยั้งความต้องการทางเพศของสาวกหญิงเหล่านั้นได้



            "ชูเฟิง" เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาและซูเหม่ยก็เดินออกมาจากฝูงชน และเดินมาในด้านหน้าของชูเฟิงกล่าวว่า "เจ้ากำลังจะออกไปไหน?."



            "อืม ข้ากับอาจารย์จะเดินทางไปที่อาณาจักรวิญญาณเพื่อไปเข้าร่วมการทดสอบเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเสื้อคลุมสีขาว." ชูเฟิงกล่าวกับซูเหม่ยโดยไม่ปิดบังใดใด



            "เมื่อเจ้าจะไปเข้าร่วมการทดสอบเป็นผู้เชื่อมต่อวิญญาณข้าก็ขอความยินดีล่วงหน้าที่เจ้าจะได้เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณเลยแล้วกัน." ซูเหม่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม



            "เฮ่ ข้ายังไม่แน่ใจเลยนะว่าจะผ่านการทดสอบ." ชูเฟิงส่ายหัว แต่กลับแสดงรอยยิ้มที่มีความมั่นใจและมุ่งหมั่นออกมา



            "เจ้าคิดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน?" ซูเหม่ยถามอีกครั้ง



            "อาจหนึ่งเดือน" ชูเฟิงตอบ



            "นานขนาดนั้นเลย!" ใบหน้าของซูเหม่ยเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง



            "มีอะไรรึป่าว" ชูเฟิงถามอย่างสงสัย



            "ไม่มีอะไรข้าแค่ดีใจด้วยสำหรับเจ้า." ซูเหม่ยยิ้มหวาน แต่เธอไม่สามารถซ่อนความกังวลในหัวใจของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้พูด และได้ปลีกตัวเข้าไปในฝูงชน



            "น้องเหม่ย!" ชูเฟิงเริ่มลังเลในขณะที่ซูเหม่ยหายไป ชูเฟิงจึงรีบวิ่งออกมาจากฝูงชนและมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบซูเหม่ยแล้ว



แต่กลับมีร่างกาย ร่างกายหนึ่งปรากฏขึ้นในด้านหน้าของชูเฟิง นั้นคือพี่สาวของซูเหม่ย ซูรู่หญิงที่สวยที่สุดในสำนักมังกรฟ้าอยู่ห่างจากชูเฟิงไม่ไกลมากนักและในตอนนี่เธอก็กำลังมองมาที่ชูเฟิง



ซูรู่เป็นผู้อาวุโสจากฝ่ายในถ้าเกิดไม่มีเรื่องจำเป็นใดใดเธอจะไม่เข้ามาที่ฝ่ายหลัก นอกซะจากอารมความรู้สึกของซูเหม่ยก่อนหน้านี้ในจิตใต้สำนึกของชูเฟิงนั้นสัมผัสได้



             "ซูรู่มันเกิดอะไรขึ้น?" ชูเฟิงได้นำซูรู่ไม่สถานที่เงียบสงบกันสองต่อสองและได้เริ่มถาม



             "เจ้ารู้ใช่ไหมว่าซูเหม่ยมีคู่หมั่นอยู่แล้ว?" ซูรู่ไม่ได้ตอบคำของชูเฟิง แต่ถามกลับไปแทน



            "ชางกวน หย๋า จากตะกูลชางกวนใช่ไหม? เกี่ยวกับมันใช่ไหม?" ชูเฟิงถาม



            "ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้มาบ้างแล้วซินะ." ซูรู่ยิ้มแปลกมากและพูดอีกครั้ง: ". ชางกวน หย๋า และ ซูเหม่ย จะถูกจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนนี้"



            "ในอีกหนึ่งเดือน? มันเป็นความคิดของพ่อเจ้าใช่ไหม?" ชูเฟิงเริ่มขมวดคิ้ว หน้าเกลียด



            "ไม่นี่ไม่ใช่ความคิดของพ่อข้า เขาไม่มีอำนาจใดใดในเรื่องนี้ อาจกล่าวได้ว่าได้ถูกบังคับให้แต่งงาน." ซูรู่กล่าวว่า



            “ ถูกบังคับงั้นหรอ ช่างน่าขัน เขาเป็นถึงผู้ปกครองของเมือง วิหคเพลิง แน่นอนว่าเขามีฝีมือที่ไม่ธรรมดาแล้วจะเป็นไปได้ยังไงที่เขาถูกบีบบังคับ “ เห็นได้ชัดว่า ชูเฟิง ไม่เชื่อ



            “ อย่าได้ประมาทตะกูล ซ่างกวน พวกเขามีความสามารถพอที่จะควบคุมเมือง วิหคเพลิงไว้ได้ นอกจากนี้เรายังรู้มาอีกว่ายังมีอีกหนึ่งกลุ่มที่ทรงอำนาจคอยหนุนหลังเขาอยา เพราะแบบนั้นตะกูลของเราจึงตกที่นั่งลำบาก “ ซูรู่กล่าว



            " มันเป็นใคร? " ชูเฟิงถาม



            " อย่าถามเกี่ยวกับพวกเขา มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถจัดการได้ เพราะงั้นฉันจะขอถามเจ้า เจ้าสามารถนำซูเหม่ยหลบหนีไปได้ไหม?" ดวงตาของซูรู่จับจ้องไปที่ชูเฟิงอย่างมั่นคง



            " ข้าทำไม่ได้" ชูเฟิงตอบอย่างมั่นคงโดยไม่มีการลังเล



            " นี่เจ้า ...... " หลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิงหน้าอันสวยงามของซูรู่ขมวดคิ้วด้วยความโกรธทันที



ชูเฟิงไม่ได้อธิบายอะไรและหันหลังกลับไปที่ลานกว้าง



            " ชูเฟิงข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ เจ้าทำให้น้องเหม่ยข้าต้องผิดหวังเพราะเจ้า เจ้ามันคนเลว ชาติชั่ว!!!" เสียงสาปแช่งของซูรู่มาจากด้านหลัง



ชูเฟิงได้หยุดเดินหันหัวไปด้านข้างและกล่าวกับซูรู่ว่า “ทำไมข้าต้องนำน้องเหมยหนีไป? ทำใมต้องหลบหนี? ทำไม่พวกเราต้องวิ่งหนี? พวกเราทำอะไรผิดยังงั้นรึ? หรือคิดว่าข้ากำลังกลัว?”



" ..... " ซูรู่ในตอนนี้ไม่ทราบวิธีการที่จะตอบชูเฟิงเพราะเค้าไม่รู้ความหมายคำพูดของชูเฟิง



             " ข้าชูเฟิงจะไม่หนีออกจากเรื่องของพวกเจ้า ในอีกหนึ่งเดือนต่อมา ข้าจะไปหาพวกเจ้าที่เทือกเขาวิหคเพลิง ข้าจะไปพบพวกเจ้าที่นั้น"



ชูเฟิงได้ทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้เบื่องหลังแล้วเดินจากไป พร้อมปล่อยให้นางลองทบทวนคำพูดของเขา





//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





ผู้แปล โดย#นายกะทิข้น



สนุกล่ะตอนที่ ชูเฟิง มาบุกงานแต่ง ก็เป็นหลังจากที่ เทพธิดากลับมา พร้อมกับสวมชุดคลุมสี . . . . . . . .