วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 177 - นิกายโลกวิญญาณ



           “ซูเหม่ย เป็นหญิงที่งดงาม ทางด้านของครอบครัวก็เพียบพร้อม ในด้านฝีมือของนางก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนนัก ไม่ต้องพูดถึงลักษณะที่เหลือของนางอีก ดังนั้น เจ้าต้องการให้ข้าจัดการเรื่องงานแต่งงานให้มั้ย ?” หลังจากกลับมาที่สำนัก จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวพลางยิ้มขึ้น




           “ท่านอาจารย์ ขอบคุณในความหวังดีของท่าน แต่ข้ายังไม่อยากแต่งงานเร็วนัก” ชูเฟิง ยิ้มรับพร้อมกล่าวตอบ



           “ไปกันเถอะ !!” จูเก่อ หลิวหยุน กระโดดทะยานขึ้นและร่อนลงบนหลังของอินทรีหัวขาว ส่วนชูเฟิงนั้นได้อยู่บนหลังของอินทรีหัวขาวอีกตัวหนึ่ง



อินทรีทั้งสองตัวกางปีกพร้อมกัน ปีกของมันมีขนาดใหญ่และยาวหลายเมตร ปีกของทั้งสองตัวกระพือเร็วขึ้นเพื่อรับลม



แรงลมนั้นทรงพลังอย่างมาก เสียงนั้นดังราวกับสัตว์ร้ายคำราม คมราวใบมีด แม้สาวกหลักและเหล่าผู้อาวุโสหลักยังยากที่จะต้านทานแรงลมนั้น



ภายในแรงลมนั้นอินทรีทั้งสองค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่อากาศ พวกมันบินวนรอบสำนักสองรอบ ก่อนจะทะยานไปข้างหน้าดั่งลูกธนู



ทุกคนต่างให้ความสนใจกับฉากที่ยิ่งใหญ่นี้ ในสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและโหยหา อย่างไรก็ตาม ในมุม มุมหนึ่งของพื้นที่หลัก มีใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังมองดูฉากนี้ ซูเหม่ย จ้องมองอินทรีหัวขาวนั่น ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล



อินทรีหัวขาวนั้นมีความรวดเร็วยิ่งนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันพวกเขาก็มาถึงเมือง พวกเขาเข้ามายังขอบเขตของเมืองแห่งจิตวิญญาณ



อินทรีหัวขาวนั้น นับเป็บสิ่งที่หายากภายในสำนักมังกรฟ้า ทุกครั้งที่มันบินในอากาศผู้คนด้านล่างล้วนเงยหน้าขึ้นและมองพวกมันด้วยความชื่นชม อย่างไรก็ตาม เมื่อชูเฟิงเข้ามาถึงอาณาจักรจิตวิญญาณ เขาพบว่าอินทรีหัวขาวนั้นไม่ได้หายากแต่อย่างใด



ขณะที่เขาบินมาในอากาศ เขายังได้เห็นอินทรีหัวขาวอีกหลายตัว ความเร็วของพวกมันนั้นเร็วยิ่งกว่าอินทรีตัวที่เขาและจูเก่อขี่มาอย่างชัดเจน



นั่นทำให้ชูเฟิงคิดได้ว่า ในอาณาจักรมังกรฟ้านั้นอินทรีหัวขาวมีปริมาณที่ลดลงมาก เมื่อเทียบกับเมืองแห่งจิตวิญญาณแห่งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมท่านอาจารย์ จูเก่อ หลิวหยุน จึงได้พูดเช่นนั้น



อัจฉริยะของอาณาจักรนี้ ไม่ได้โดดเด่นมากนั้น และยังมีจำนวนไม่กี่สิบคนเท่านั้น แต่บุคคลที่จะสามารถเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะของเมืองนี้จริงๆ นั้นมีน้อยมาก หากเทียบกับเมืองอื่นๆ



ในความเป็นจริงนั้น อาณาจักรสีฟ้าแข็งแกร่งมาก ภายในอาณาจักรทั้งเก้านั้นต่างทวีความแข็งแกร่งของแต่ละเมืองขึ้น แต่มันก็ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับอาณาจักรขนาดใหญ่เช่นนี้ได้



หลังจากบินมาสองวันจากเมืองสีฟ้า ชูเฟิงก็ได้มาถึงสิ่งๆ หนึ่งที่เรียกว่า นิกายโลกวิญญาณ เมื่อเขามองจากด้านบนลงมา เขาก็พบว่านิกายโลกวิญญาณนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ



มันเปรียบเหมือนเมืองขนาดใหญ่ มีแม่น้ำไหลผ่าน มีพื้นที่ที่ครอบคลุมทั้งป่าและภูเขา มันเหมือนกับอาณาจักรขนาดใหญ่เสียมากกว่า นี่จึงเกินกว่าจินตนาการของชูเฟิงไปมาก



จากที่เห็น เขาสามารถบอกได้ว่าที่นี่แข็งแกร่งอย่างมาก และไม่ต้องสงสัยเลยหากว่าที่นี่จะเป็นตำหนักของประมุข แห่งอาณาจักรจิตวิญญาณ


ที่สำคัญกว่านั้นคือผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมขาว สามารถพบเห็นได้ทั่วไปภายในเมือง ดังนั้น จูเก่อ หลิวหยุน จึงไม่ใช่บุคคลที่สำคัญอย่างแน่นอน


ในพื้นที่ที่มีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีเทาอยู่นั้น จะอยู่สูงกว่าพื้นที่ทั่วไป เนื่องจากผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวมีจำนวนมาก พวกเขาจึงถูกเรียกว่า “ผักสีขาว” (จากอักษรภาษาจีนมันแปลได้ว่าผักกาดขาว แต่ในที่นี้จะใช้คำว่า “ผักสีขาว” แทนครับ)

             “นี่ซินะที่เรียกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า ยังมีคนอีกมากที่เหนือกว่าบุคคลเหล่านี้”

ชูเฟิง และจูเก่อ หลิวหยุน ไม่ได้ตรงเข้าไปที่นิกายโลกวิญญาณในทันที เพราะบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปยังนิกายโลกวิญญาณได้ตามต้องการ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอำนาจพลังวิญญาณ พวกเขาก็ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในเมืองนอกเขตของนิกายโลกวิญญาณ


ที่นี่มีคนที่คล้ายกับ จูเก่อ หลิวหยุน ที่เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวเต็มไปหมด แต่ส่วนใหญ่พวกเขาจะถอดผ้าที่คลุมศรีษะออก เผยให้เห็นใบหน้าของพวกเขา

             “ไม่ต้องตกใจ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณต่างๆ จากทั้งเก้าเมืองมารวมตัวกันที่นี่ ดังนั้นจึงมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณจำนวนมาก”

               “นอกจากนี้นิกายโลกวิญญาณขึ้นชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในเก้าเมือง เมื่อเทียบกับบางสถานที่ในอาณาจักรมังกรฟ้า ประชาชนจึงดูยากจนและโดดเดี่ยวไปบ้าง”



เสียงของ จูเก่อ หลิวหยุน ดังขึ้นมา เมื่อชูเฟิงหันไปมองช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะรู้สึกตกใจ เมื่อ จูเก่อ หลิวหยุน ถอดผ้าคลุมที่ปิดบังใบหน้าของเขาออก เป็นครั้งแรกที่ชูเฟิงได้เห็นใบหน้าของชายชรา



เขาค่อนข้างแตกต่างจากจินตนาการของชูเฟิง เขาดูไม่น่ากลัว เมื่อพิจารณาอย่างรวดเร็วยังให้ความรู้สึกว่าเป็นชายชราที่อัธยาศัยดี



อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นเหตุผลให้ จูเก่อ หลิวหยุน ปิดบังใบหน้าของเขา เพราะเขาต้องที่จะทิ้งความหวาดกลัวไว้ในจิตใจของผู้อื่น นี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องตัวเอง



           “หึ………ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ปิดบังใบหน้าของพวกเขาที่นี่ ทุกคนต้องปฎิบัติตามกฎนี้ หากไม่ทำตามจะถูกมองว่าต้องการท้าทายอำนาจของนิกายโลกวิญญาณ” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวอธิบาย



           “ข้าชอบลักษณะของท่านตอนนี้มากกว่า” ชูเฟิงยิ้มขึ้นขณะกล่าวออกมาจากใจ



           “เด็กน้อย เจ้าชอบลักษณะของข้าอย่างนั้นรึ” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวขณะพาชูเฟิงไปลงทะเบียน ณ สถานที่สอบ เสื้อคลุมสีขาว



           “ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาวนั้น ไม่ได้เข้มงวดเท่าไรนัก เจ้าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ได้เพื่อการสอบเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาว”



             “ชุดคลุมสีขาวของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทำจากวัสดุพิเศษ ตราบใดที่เจ้าสวมมันอยู่และไม่ส่งออร่าออกมานอกชุดคลุม จะไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบพลังวิญญาณได้



             “ที่สำคัญที่สุดคือ เสื้อคลุมสีขาวนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงสถานะของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ในอนาคตถ้าเจ้าสวมชุดคลุมกลับไปยังอาณาจักรมังกรฟ้า ข้าคิดว่าจะไม่มีใครดูถูกเจ้าอีก และยังมีผู้ที่แข็งแกร่งอีกมากที่จะมาเข้าร่วมกับเจ้า และยังได้รับการยอมรับเป็นแขกพิเศษอีกด้วย”



             “แต่แน่นอนว่า การวางรูปแบบพลังวิญญาณเป็นผลงานทางกายภาย และการสร้างพลังวิญญาณเป็นรูปแบบก็เป็นผลงานทางกายภาพเช่นกัน การวางรูปแบบปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดจึงเป็นงานชิ้นใหญ่”



             “บุคคลภายนอก อาจเห็นเพียงความน่าเกรงของเรา แต่พวกเขาไม่รู้ถึงการทำงานที่ยากลำบากของเรา” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวเตือนชูเฟิง ขณะช่วยเขาเพื่อให้ได้รับบัตรในการสอบ



             “ท่านอาจารย์ นอกจากขั้นตอนแรกแล้วนั้น ยังมีขั้นตอนต่อไปหรือไม่” ชูเฟิงถามขึ้นด้วยความสงสัย



             “แน่นอน หากเจ้าผ่านขั้นตอนแรกแล้ว เจ้าจะเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีขาว แต่ก่อนที่เจ้าจะได้รับชุดคลุมสีขาวแบบนี้ เจ้าจะต้องจ่ายราคาที่เหมาะสมเพื่อที่จะซื้อมัน” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวตอบ



             “ท่านต้องซื้อมัน แล้วมันราคาเท่าไหร่” ชูเฟิงกระซิบถาม



            “ชุดคลุมสีขาวของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้นราคา หนึ่งพันลูกแก้ววิญญาณ แต่เจ้าต้องผ่านขั้นตอนแรกเสียก่อน จึงจะสามารถซื้อชุดคลุมนี่ได้” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวตอบ



             “แพงขนาดนั้นเลยเหรอ” ชูเฟิงอุทานออกมา ด้วยตกใจกับราคาของชุดคลุม



             “ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าแล้ว ตราบใดที่เจ้าผ่านขั้นตอนแรกชุดคลุมสีขาวก็จะเป็นของเจ้า” จูเก่อ หลิวหยุน กล่าวขณะมองไปทางชูเฟิงด้วยความเอ็นดู



ในตอนนั้นชูเฟิงสัมผัสได้ว่า คำกล่าวนั้นไม่ได้โกหกแต่อย่างใด แต่เขาก็ยังกล่าวถามต่อด้วยความอยากรู้ว่า “ท่านทราบหรือไม่ว่าชุดคลุมสีเทาราคาเท่าใด”



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




แต่รู้ไม๊คับว่าพระเอกของเราจริงๆแล้ว มีชุดคลุมสีอะไร ขาว > เทา > ฟ้า > ม่วง >ทอง > แดง > ดำ
มีคนสปอยให้ฟังว่า แม่ของ ชูเฟิง เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่แกร่งมาก คนที่จับอสูรวิญญาณที่ดูน่ากลัวตัวนั้นขังไว้ในประตูบานใหญ่ในโลกวิญญาณก็คือ แม่พระเอก


ผู้แปล โดยคุณ#Abhisit

ฝากเป็นกำลังใจให้พี่เขากันด้วยนะคับ ^^