วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 183 - ป่าวงกต



           " ขยะ!!! "



หญิงสาวไม่ได้พูดแต่ใช้สายตาด่าขณะที่เดินผ่านชายหนุ่มคนนั้น นางเข้ามาด้านหน้ารูปปั้นเหล็ก จากนั่นก็ยกขานางขึ้นมาเตะไปที่รูปปั่นอย่างแรง พลังวิญญาณระดับ 4 กำเนิดวิญญาณ ถูกปล่อยออกมาโดยไม่มียั้ง



* ตุบบบบ *



เพลงเตะของหญิงสาวค่อนข้างน่าประทับใจ ความเร็วที่ยากจะมองได้ทัน อีกทั้งพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้รูปปั้นถูกยกขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทักษะเตะธรรมดา เป็นทักษะการต่อสู้ ด้านเพลงเตะ อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นทักษะระดับ 4



* ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ * หลังจากที่เตะครบ 5 ครั้ง รูปปั้นเหล็ก ก็แตกเป็นเสี่ยงๆโดยฝีมือนาง



           " เจ้าเห็นนี้มั๊ย ข้าโจมตีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น " หญิงสาวกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าพร้อมกับเดินมาที่ชายหนุ่ม



ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้แทบอยากจะมุดรูหนี ไม่ว่าจะเป็นพลังวิญญาณหรือทักษะนางล้วนแข็งแกร่งกว่าเขา เขาไม่ได้พูดอะไรตอบโต้หลังจากที่ถูกนางล้อเลียน ใครใช้ให้เขาไปยุ่งกับนางก่อน



             " หืม ไม่เลว ผ่าน!!! " อาวุโสนิกายโลกวิญญาณพยักหน้าด้วยความพอใจ



ในตอนนั้น ทั้งสามคนรวมผู้คุมสอบ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เหวี่ยงสายตาของพวกเขาไปมองที่ ชูเฟิง ด้วยความสายตาที่ไม่ค่อยคาดหวัง



หลังจากหญิงสาวผ่านเรียบร้อย นางรู้สึกว่าตัวเองหมดหน้าที่ เขารู้สึกว่า ชูเฟิง อาจจะต้องขายหน้า เพราะนางรู้สึกได้ว่า ชูเฟิง มีพลังวิญญาณแค่ระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ



การทดสอบด้านหน้าของพวกเขาไม่เกี่ยวกับรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณแต่เป็นการทดสอบพลังวิญญาณและทักษะ ดังนั่น นางจึงรู้สึกว่า ชูเฟิง จะต้องขายหน้ามากที่สุดเมื่อเขาสอบไม่ผ่าน



สายตาของทั้งสามคนจ้อง ชูเฟิง อย่างใจจดใจจ่อพร้อมกับยกหัวขึ้น ชูเฟิงดูไม่เร่งรีบ เขาค่อยๆก้าวเข้ามาด้านหน้ารูปปั้นเหล็ก จากนั้นก็เปิดฝ่ามือออก แล้วก็ปิดเข้ามา จากนั้นก็ง้างหมัดออกมาและต่อยเข้าไปที่รูปปั้นเหล็ก



หมัดของชูเฟิงรวดเร็วอย่างมาก เหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างแท้จริง ด้วยพลังของเขาทำให้รูปปั้นเหล็กนั่นแตกละเอียดด้วยน้ำมือของเขา มันไมได้แตกออกเป็นชิ้นๆเหมือนกับคนอื่นๆ แต่มันกลายเป็นผุยผง



              " นั้นเขา ต่อยเพียงแค่ครั้งเดียวเองนะ !!!! "



เมื่อพวกเขาเห็นรูปปั้นเหล็กที่แตกเป็นผุยผง ทั้งสามคนทั้งตะลึงทั้งประทับใจ หญิงสาวคนนั่นถึงกับอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ สายตาของนางจ้องไปที่ ชูเฟิง ที่เต็มไปด้วยความตกใจจนสุดจะพรรณนา



สำหรับอาวุโสนิกายโลกวิญญาณ สายของของเขาเป็นประกาย เหมือนกับจะแสดงออกถึงความตกใจจากนั่นเขาก็ตั้งสติแล้วพยักหน้า พร้อมกับยิ้มและกล่าวด้วยความพึงพอใจ " ไม่เลว ไม่เลว นับเป็นคนมีความสามารถที่หาได้ยาก ผ่าน!!! "



              " มันเป็นไปได้ยังไง ? ผู้ชายคนนี้เห็นอยู่ชัดๆว่าเขาอยู่แค่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 1 อีกทั้งยังไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ แต่สามารถทำลายรูปปั้นเหล็กแหลกเป็นผุยผงเหมือนกับไม่ได้ออกแรง "



กับการแสดงออกที่ประหลาดใจจนถึงขีดสุด ไม่ว่าพวกเขาจะดูยังไง ชูเฟิง ก็ดูแสนจะอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้



แม้แต่คนที่เข้าสู่อาณาจักรกำเนิดวิญญาณระดับ 5 ก็ไม่อาจทำแบบนั้นได้ แต่ ชูเฟิง ที่อยู่ใน ระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ กับทำได้ นั่นหมายความว่ายังไง ผู้ที่ไหวพริบและความฉลาดก็สามารถเข้าใจได้ทันที



การทดสอบพลังวิญญาณและทักษะการต่อสู้ เป็นวิธีทดสอบตายตัวของมัน แต่ส่วนที่สำคัญ คือ การควบคุมพลังจากแหล่งกำเนิดวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการเค้นพลังหรือระยะเวลาในการรีดเค้น



ตอนแรก ชายหนุ่มคนนั่นก็มีทัศนคติที่ดี ต่อชูเฟิงอยู่แล้ว เขารู้สึกว่าพลังของชูเฟิงดูผิดปกติ เขาจึงสงสัยว่า ชูเฟิง ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเพิ่มพลังวิญญาญ หรือจะเป็นไปได้ว่า เขาอาจจะแข็งแกร่งในแง่ของทักษะหรืออำนาจพลังวิญญาณซึ่งเหนือกว่าเขาและหญิงสาว



แต่เมื่อตอนที่ ชูเฟิง แสดงการควบคุมรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขา ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือหญิงสาว หรือแม้กระทั้ง อาวุโสนิกายโลกวิญญาณ พวกเขาทั้งหมด ต่างห่อเหี่ยวเป็นอย่างมากเนื่องจากเห็นความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง



เมื่อจบขั้นตอน พวกเขาทั้งสามได้ผ่านการทดสอบขั้นแรกของการทดสอบเป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดขาว จากนั้นพวกเขาก็ได้รับป้ายชื่อ เพื่อนำไปแสดงยังสถานที่ที่สามารถซื้อเสื้อคลุมสีขาว



หลังจากที่สอบเสร็จ อาวุโสจากนิกายโลกวิญญาณ ต่างจดจำชื่อ ของชูเฟิงไว้ เขามองดูชูเฟิงที่กำลังเดินจากไปและก็กล่าว " ยากที่จะได้พบอัจฉริยะเช่นนี้ "



             " พี่ชูเฟิง ท่านแข็งแกร่งจริงๆปกติข้าจะไม่ค่อยชื่นชมผู้ใด "



             " พี่ชูเฟิง ด้วยความแข็งแกร่งของท่าน ท่านคงจะไปขั้นตอนที่สองใช่หรอเปล่า งั้น . . . . . เราไปด้วยกันดีมั๊ย "



หลังจากผ่านนั้นแรก ทั้งสามคนเดินออกพระราชวัง ในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็น ชายหนุ่ม หรือ หญิงสาว ทั้งคู่เริ่มที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับชูเฟิง เพื่อจะให้ชูเฟิงร่วมเดินทางไปด้วยกัน



หากเข้าสู่ขั้นที่สอง ภายในนั้นจะเต็มไปด้วยป่าวงกตและผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณมากมาย ดังนั่นพวกเขาจำเป็นต้องมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่เก่งกาจ สิ่งที่น่ากลัวภายในนั้นไม่ใช่กับดักหรือไกกล แต่เป็นพวกมนุษย์ใจแคบ เรื่องมันจึงง่ายกว่าหากพวกเขาร่วมเดินทางไปกับ ชูเฟิง



              " งั้นเราก็ไปด้วยกัน !!! " ชูเฟิงยิ้มเบาๆพร้อมกับพยักหน้า


  
             " ยอดเลย หากเราไปขั้นที่สองร่วมกับท่าน เราไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว " ชายหนุ่ม หัวเราะอย่างมีความสุข 



              " ใครบอกให้เจ้าตามมา ? " ในตอนนั้น หญิงสาวถลึงตาใส่ชายหนุ่ม ในการทดสอบแบบนี้ทุกคนจำเป็นต้องช่วยตัวเอง และหากไม่จำเป็นพวกเขาไม่สมควรสร้างภาระเพิ่ม ภายในสายตาของหญิงสาว สำหรับนาง ชายหนุ่มก็คือภาระ 



              " ข้า . . . . . " ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องกลืนกับไป พร้อมกับความผิดหวังที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า



              " พวกเราได้พบกันถือเป็นโชคชะตา ดังนั่นเราทั้งสามควรไปด้วยกัน " ในตอนนั่น ชูเฟิง พูดขึ้นมา



              " พี่ชูเฟิง ท่านเป็นคนดีจริงๆ ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงของพวกท่าน " หลังจากชูเฟิงพูดขึ้นมา ชายหนุ่มคนนั่นดีใจเป็นอย่างมาก ความซาบซึ้งใจเต็มอยู่ทั่วใบหน้า เขาไม่ลืมที่จะกุมมือไว้ที่หน้าอกเพื่อแสดงความขอบคุณ



หลังจากที่ ชูเฟิง พูดแบบนั้นแม้ว่าหญิงสาวคนนั่นจะไม่เต็มใจ แต่นางก็ไม่พูดอะไร เพราะนางก็คือคนหนึ่งที่อยากพึ่งพาความแข็งแกร่งของชูเฟิง ในเมื่อคนที่นางจะต้องพึ่งพูด เป็นนั้นเป็นธรรมดาที่นางไม่กล้าปฏิเสธ



เมื่อพวกเขาทั้งสามเดินออกมายังนอกพระราชวัง พวกเขานำป้ายชื่อไปแสดงว่าผ่านขั้นตอนแรกไปยังสถานที่ซื้อเสื้อคลุมสีขาว หลังจากเสร็จสิ้นพวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในป่าวงกต ( ยังไม่ได้ซื้อนะคับ แค่เอาไปแสดงเพื่อเข้าสอบขั้นที่สอง )





/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





ชูเฟิง มีสหายร่วมทางแล้ว ถึงจะพึ่งพาไม่ค่อยได้แต่ในการเดินทางอาจจะไม่ต้องเหงา ^^


จริงๆเสื้อคลุมสีขาวไม่จำเป็นสำหรับ พี่เฟิงของเรา เพราะพี่เขามีเสื้อคลุมสีเทา อยากจะเห็นตอนที่มันใส่ในตอนสอบจริงๆ คงจะ งง กันเป็นไก่ตาแตก แต่เป้าหมายของพี่เขา ก็คือ ผลวิญญาณ ประมาณที่ 198 - 199 ต้าน ต้าน ก็ฟื้นแล้ว ถ้าแปลได้วันละ 3 - 5 ตอน อีกไม่กี่วันก็คงถึง แต่ก่อนจะถึงหน้านั้น ยังมีเรื่องราวต่างๆที่ทำให้พวกเราได้ติ่นเต้นกันอีกเพียบ รอดูกันว่า ชูเฟิง จะไปถึงชั้นที่เท่าไหร่ . . . . . . . .