วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 186 - ปล่อยเสือเข้าป่า



ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ชูเฟิงใช้เท้าเหยียบไปที่สมาชิกของตระกูลเจี่ย การแสดงออกนี้เป็นการกระทำอุกอาจ


ใบหน้าของชายหนุ่มและหญิงสาวที่มาพร้อมชูเฟิง เต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่มันบ่งบอกได้ถึงความกลัวเสียมากกว่า หลังจากที่พวกเข้ามาเกี่ยวข้องกับชูเฟิง พวกเขาอาจติดร่างแหไปด้วยก็เป็นได้



              “น้องชาย !! เจ้าจะปล่อยเขาไปได้มั้ย ?” สมาชิกอีกคนของตระกูลเจี่ยไม่ได้โจมตีมาที่ชูเฟิง เขากล่าวในเชิงขอร้องไปที่ชูเฟิง



เหตุผลง่ายๆ ที่เขาไม่ได้โจมตีชูเฟิง นั่นเพราะว่าหลังจากที่เขาได้เห็นความแข็งแกร่งของชูเฟิง และวิธีการของเขาแล้วนั้น เขายังไม่อยากที่จะตายหากต้องเข้าโจมตีชูเฟิง



              “ถ้าข้าปล่อยเขาไป เขาจะไม่กลับมาสร้างปัญหาให้ข้ารึ ?” ชูเฟิงกล่าวถามขณะยิ้มอย่างเย็นชา



              “น้องชาย !! ข้าเจี่ยฉวน ขอสาบานต่อหน้าสวรรค์ว่า ข้าจะลืมเรื่องในวันนี้ให้เหมือนกับไม่เคยเกิดขึ้น หากน้องชายของข้าเจี่ยเฮง กล้าที่จะสร้างปัญหาให้เจ้า ข้าจะเป็นคนสั่งสอนเขาเอง”



ชายหนุ่นยกมือสูงขึ้นในเชิงคาระวะ พร้อมทั้งให้คำสัตย์ ขณะนั้นเขาได้แผ่ออร่าพลังของเขาออกมา เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 6 ขั้นกำเนิดวิญญาณ



ชูเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาอยู่สถานการณ์ที่ยากลำบาก ในตอนแรกนั้นเขาวางแผนที่จะฆ่าทั้ง 2 คน และชิงเอาสมบัติของพวกเขา หากพวกเขาหนีจากการตรวจจับพลังวิญญาณของชูเฟิงไปได้นั้น แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีสมบัติบางอย่างที่ใช้เพื่อการลบร่องรอยพลังวิญญาณ



ชูเฟิงเห็นถึงความจริงใจภายในแววตาของเจี่ยฉวน เหตุผลที่เขาแผ่ออร่าพลังของเขาออกมา ไม่ใช่เพื่อต้องการแสดงความแข็งแกร่งหรือต่อต้าน แต่มันเป็นการแสดงออกเพื่อให้ชูเฟิงรับรู้ถึงพื้นฐานของเขา



               “น้องชาย !! เหตุเพราะว่าน้องชายของข้าเจี่ยเฮง พูดจาหยาบคายกับเจ้าก่อน โปรดรับสิ่งนี้ไว้เพื่อเป็นการไถ่โทษ”



เจี่ยฉวนหยิบถึงจักรวาลของเขาออก และคว้าเอาถุงจักรวาลของเจี่ยเฮงที่เอาออก และเอาเข็มทิศวิญญาณออกมา จากนั้นเขาจึงส่งถุงจักรวาลให้แก่ชูเฟิง



ชูเฟิงรับถุงจักรวาลมา หลังจากตรวจสอบถายใน เขาพบว่ามันมีลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณอยู่หลายสิบลูก และมียาต่างๆ ที่ใช้ในการรักษา สิ่งเหล่านี้มีราคาแพงมาก แต่ว่ามันไม่มากเกินไปสำหรับชูเฟิง อย่างไรก็ตาม การกระทำของเจี่ยฉวนไม่ได้ทำให้ชูเฟิงกราดเกรี้ยว เพราะชูเฟิงชอบคนที่คล้อยตามเขาโดยที่ไม่ต้องบีบบังคับ



ชูเฟิงเอาของทั้งหมดจากถุงจักรวาลทั้งสอง ย้ายมาใส่ไว้ในถุงจักรวาลข้างเอวของเขา จากนั้นจึงส่งถุงจักรวาลที่ว่างเปล่าทั้งสองถุงไปให้เจี่ยฉวน และดึงเจี่ยงเฮงขึ้นมาพร้อมทั้งกล่าวว่า “เจ้ามีพี่ชายที่ดี”



               “ข้าจะฆ่าเจ้า !!” หลังจากหลุดออกมา เจี่ยเฮงพยายามโจมตีชูเฟิงด้วยความบ้าคลั่ง



***** เปรี้ยง *****



อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ชูเฟิงจะขยับ เป็นเจี่ยฉวนที่ตบเจี่ยเฮงลงไปกองกับพื้น พร้อมทั้งตำหนิด้วยความโกรธ “เจ้ายังสูญเสียไม่พออีกรึ !!”



พอเขาพูดจบ เขาเตะไปที่เจี่ยเฮงทำให้เจี่ยเฮงกระไปไกลกว่าสิบสองเมตร แม้จะโกรธแต่เจี่ยเฮงก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านเจี่ยฉวน หลังจากเขาลุกขึ้นมานั้น ไม่ได้พูดอะไรออกมาและถลึงตาใส่ชูเฟิง ก่อนจะเดินจากไป



                “น้องชายชูเฟิง ขอบคุณเจ้ามากที่ไว้หน้าข้า แม้วันนี้อาจจะกล่าวไม่ได้ว่าไม่มีความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราเป็นศัตรูกัน ในภายภาคหน้า หากเราพบกันโดยบังเอิญข้าจะเชิญเจ้าไปดื่มเบียร์ด้วยกัน” เจี่ยฉวนกล่าวขณะเขากุมมือของชูเฟิง จากนั้นจึงก้าวออกมาตามน้องชายของเขา



                 “ชูเฟิง !! ท่านมีปัญหาแน่” หลังจากที่พี่น้องสองคนลับหายไปจากสายตา ทั้งสองคนข้างๆชูเฟิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว



                “ท่านไม่ควรปล่อยพวกเขาไปเลย ราวกับการปล่อยเสือเข้าป่า” หญิงสาวกล่าวพร้อมทั้งยิ้มอย่างมีเสน่ห์มาที่ชูเฟิง



                 “ถ้าเจ้ากลัว เจ้าสามารถเลือกที่จะกลับไปได้ ข้าจะเป็นคนบอกเส้นทางกลับเอง” ชูเฟิงกล่าวพร้อมยิ้มพลาง



“เรา……….”



ทั้งสองคนจมลงไปในความเงียบ แม้ชูเฟิงจะสร้างศัตรูตัวฉกาจ และพวกเขาก็หวาดกลัวอย่างมาก แต่ผลประโยชน์ของการทดสอบขั้นที่สองก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดมากกว่า ตราบใดที่พวกเขาผ่านขั้นที่สอง พวกเขาสามารถประหยัดรายจ่ายในการซื้อชุดคลุมสีขาวได้อย่างมาก ไม่ว่าสำหรับผู้ใดที่สามารถจ่ายราคาขนาดนี้ได่ก็นับว่าไม่ธรรมดาเลย



                  “หากว่าเจ้าไม่กลัว ข้าจะเป็นคนรับรองความปลอดภัยของเจ้า ตลอดการเวลาภายในป่านี้” หลังจากกล่าวจบ ชูเฟิงก็ก้าวไปข้างหน้า โดยมีทั้งสองคนติดตามเขาไปด้านหลัง



ชูเฟิงไม่เข้าใจตรรกะของคำว่าปล่อยเสือเข้าป่า โดยเฉพาะหลังจากที่เขารู้ว่าตระกูลเจี่ย มีวิธีการบางอย่างที่ใช้ในการปกปิดร่องรอย เขาจึงเดินทางต่อด้วยความรัดกุมและรอบคอบ



หลังจากนั้น พวกเขาพบกับสมาชิกของตระกูลเจี่ยเพียงไม่กี่คน แต่ทุกคนที่พบต่างรีบหลบหนีจากกลุ่มของชูเฟิง และกลัวว่าจะถูกชูเฟิงติดตาม



จากการเดินอยู่หลายชั่วโมง พระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลงไปยังทิศตะวันตก พวกเขาก็เดินออกจากป่า และได้รับชุดคลุมสีขาวพร้อมทั้งเมล็ดของผลจิตวิญญาณ



                  “สิ่งนี้จะสามารถช่วยเจ้าได้จริงหรือ ต้าน ต้าน !?”



ชูเฟิงมองเมล็ดของผลจิตวิญญาณในมือของเขา มันเป็นเมล็ดสีเขียวขนาดเท่าเม็ดอัลมอนด์ ชูเฟิงมองด้วยความสงสัย แม้มันจะมีความผันผวนของจิตวิญญาณ แต่รู้สึกได้เลยว่าดูอ่อนแอ



อย่างไรก็ตาม เขามองออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เขามองไปยังหอคอยอสูรฟ้า และคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้เมล็ดของผลจิตวิญญาณนี้เติบโต จากนั้นเขาจึงก้าวไปยังหอคอยอสูรฟ้าด้วยความมุ่งมั่นและมั่นคง



เมื่อชูเฟิงและอีกสองคนออกมาจากป่า ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีพลังดึงดูดออกมาจากหอคอยโบราณ มันเป็นหอคอยที่ไม่สูงมากมีเพียงหกชั้นเท่านั้น แต่มันกลับมีพลังอำนาจที่น่าสนใจแผ่ออกมา



ลักษณะภายนอกของหอคอยโบราณนั้นค่อนข้างแปลก มันดูราวกับฟันของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ ที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นดิน ภายใต้เงาขอดวงอาทิตย์ตัวหอคอยเป็นสีดำทมิฬ และมีออร่าเพลิงสีแดงกระจายออกมา ดูราวกับหัวใจสีดำที่ชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงแปลกตา



มันให้ความรู้สึกไม่มากไม่น้อย ถึงความน่าเกรงขาม และสวยงามของหอคอยโบราณนี้ มันมีพลังที่น่าหลงใหลมันจึงเป็นหอคอยในตำนาน หอคอยอสูรฟ้า



อย่างไรก็ตาม พวกเขามีเวลาอีกมากก่อนที่หอคอยจะเปิด บุคคลที่ต้องการจะเข้าสู่การทดสอบขั้นที่สามนั้น พวกเขาต้องมารอที่ลานกว้างด้านหน้าของหอคอย เพื่อรอให้หอคอยเปิดเพื่อจะได้เข้าไป



                   “ข้าอยากเข้าไปภายในหอคอยอสูรฟ้าจริงๆ” ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความปิติและโหยหา




                    “เจ้าอย่าได้คิดฝันเฟื่อง !! หลังจากที่เจ้าเข้าไป แรงกดดันมหาศาลของชั้นหอคอยนั้น สามารถฆ่าเจ้าได้ภายในทันที” หญิงสาวแดกดันเขาขึ้นมา โดยไม่สนใจความรู้สึกของชายหนุ่ม




ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้หญิงสาว เพราะที่นางกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณธรรมดาๆ ไม่สามารถเข้าสู่หอคอยได้ และเขาก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะเข้าไปภายในหอยอสูรฟ้านี้




                      “พี่ชูเฟิง ข้าขอให้ท่านโชคดีไปถึงชั้นที่สาม ข้าได้ยินมาว่าที่ชั้นสามนั้น จะทำให้เมล็ดของผลจิตวิญญาณ เจริญเติบโตแตกกิ่งก้านและใบ ในเวลานั้นเมล็ดของผลจิตวิญญาณจะมีการพัฒนาอย่างเด่นชัด” หญิงสาวกล่าวขณะหยิบเมล็ดของนางให้แก่ชูเฟิง



                    “พี่ชายชูเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถทำมันได้ ข้าจะรอพบเจ้าที่ด้านนอก หากเมื่อเจ้าทำสำเร็จแล้วนั้น ข้าจะพาเจ้าไปเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่”



ชายหนุ่มกล่าวขึ้น และหยิบเมล็ดของเขาส่งให้ชูเฟิง ขณะเตรียมจะไปพักผ่อนที่ด้านนอกของนิกายโลกวิญญาณ



แม้ว่าเมล็ดของผลจิตวิญญาณนั้นมีค่ามาก แต่สำหรับชูเฟิงที่ช่วยให้พวกเขาได้รับเสื้อคลุมสีขาว ที่มีมูลค่ากว่าหนึ่งพันลูกแก้วกำเนิดวิญญาณ จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะตอบแทนชูเฟิง ด้วยเหตุที่ว่าพวกเขาไม่ได้สนใจในเมล็ดของผลจิตวิญญาณ พวกเขาจึงมอบมันให้แก่ชูเฟิง



หลังจากนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวก็เดินมาส่งชูเฟิงที่ลานกว้าง ทุกคนที่ต้องการเข้าสู่หอคอยกำลังเฝ้ารอ เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด นั่นคือเวลาที่หอคอยจะเปิด เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนก็จะเข้าสู่หอคอย



ในขณะที่ชูเฟิงกำลังก้าวไปข้างหน้า ได้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมาที่เขาด้วยเจตนาหมายที่จะสังหาร !!!



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



แปลโดย คุณ#Abhisit


ความใจดีอาจจะทำให้เกิดเรื่องเหมือนในตอนหน้านี้แหละคับ ^^