วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 189 - กดขี่อย่างเมามันส์



หลายคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะการต่อสู้แสนจะวุ่นวาย ตระกูลเจี่ย คิดว่าจะหยุดสาวกนิกายโลกวิญญาณไว้ที่ชั้นนี้ แต่ไม่ได้คิดที่จะฆ่ากันให้ตาย ถึงยังไงพวกเขาก็ทำให้สาวกนิกายโลกวิญญาณหลายคนบาดเจ็บสาหัส



แต่เมื่อพวกเขาเห็นคนที่โดนโจมตีเข้าไปอย่างจังใบหน้าของพวกเขาถึงกับถอดสี เพราะคนที่กระเด็นมากองกับพื้น ไม่ใช่สาวกนิกายโลกวิญญาณ แต่คือ คนของตระกูลเจี่ย



             “เกิดบ้าอะไรขึ้น?!”



ฉากนี้ทำให้คนจากตระกูลเจี่ย หวาดผวาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้แต่ หม่าเชียง และคนอื่นๆ จากนิกายโลกวิญญาณยังตกตะลึง พวกเขาไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดกับฉากตรงหน้าได้



           " ถูกต้องแล้ว วันนี้พวกเจ้าจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ !!! " ขณะนั้นเสียงหัวเราะอันหนาวเหน็บก็ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของพวกเขา



เมื่อพวกเขาหันหน้าไปมอง ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อชูเฟิงยืนอยู่ท่ามของวงล้อมของศัตรู แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางตื่นตระหนกใดๆ



             " น้องชาย การโจมตีเมื่อครู่เป็นฝีมือของเจ้าหรอ ? "



หม่าเชียง จ้องมอง ชูเฟิง ด้วยความประหลาดใจ เพราะสมาชิกของตระกูเจี่ย ที่ล่วงกระแทกพื้นบาดเจ็บปางตาย ในขณะที่ ชูเฟิงอยู่ในระดับ 1 กำเนิดวิญญาณ แต่คนที่ชูเฟิงพึ่งอัดไปนั้น อยู่ในระดับ 5 กำเนิดวิญญาณ!!!



             " พี่ชาย ได้โปรดให้ข้าได้ชำระหนี้แค้นกับคนตระกูลเจี่ยด้วย ขอให้ท่านคิดซะว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจแก่พวกท่าน " ชูเฟิง พูดพร้อมกับยิ้ม



             " ท่าน . . . . คิดจะจัดการพวกมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวงั้นเหรอ ? " หญิงสาว ที่อยู่นิกายโลกวิญญาณถึงกับอ้าปากพูด ด้วยความตกใจ



             " ความสามารถของพวกเขาก็งั้นๆ ข้า ชูเฟิง ก็เพียงพอที่จะดูแลพวกเขาทั้งหมดได้ พวกท่านเชิญพักผ่อนกันตามสบาย " ชูเฟิง ยิ้มและยื่นมือเชิญ หม่าเซียง



             " ปากกล้านักนะ !!! " หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชูเฟิง คนของตระกูลเจี่ยโมโหอย่างมาก หลังจากกล่าวจบเขาก็พุ่งเข้าใส่ชูเฟิงทันที



แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกตัวไป ก็มีมือขนาดใหญ่คว้าเขาเอาไว้ นั้นก็คือ เจี่ยฉวน แม้ว่าเจี่ยฉวนจะไม่ได้เกรงกลัว แต่เขาจำเป็นต้องมีคนคอยกดดัน หม่าเซียงและคนอื่นๆ แต่เมื่อมองเห็นชูเฟิงที่มีรอยยิ้มแบบสบายใจ เขาก็รู้สึกหงุดหงิด 



              " น้อง ชู นี้เป็นความแค้นระหว่าง ตะกูลเจี่ยของข้า กับ นิกายโลกวิญญาณ ดังนั้นอย่าได้ยุ่งเรื่องของพวกเรา ?” เจี่ยชวน ยิ้มและกล่าวไปยัง ชูเฟิง.



              " ดี!!! ข้าจะปล่อยเรื่องของพวกเจ้าไปก็ได้ แต่เรายังมีแค้นที่จะต้องชำระ คงได้สินะ ? "ขณะที่พูดชูเฟิง สายตาของเขายิงไปที่ เจี่ยเฮง และ ชายอีกสองคน



              " ความแค้น ความแค้นอะไร ? " เจี่ยฉวน งงเป็นอย่างมาก แต่ขณะที่ชูเฟิงส่งสายตาไปที่ เจี่ยเฮง และ สองคนนั้น เจี่ยฉวนก็พอเข้าใจได้ในทันที เขาจึงกล่าว " ไอ้เด็กบ้า ไม่ใข่ว่าเจ้าไปหาเรื่องกับ น้อง ชู หรอกนะ ? "


              
               “ขะ ข้า ข้า...” เจี่ยเฮง ก้มหน้าลงโดยพูดอะไรไม่ออก เสียงของเขาเหมือนค้างอยู่ที่ลำคอ.ทุกคนสังเกตุได้ว่าเขากลัวเจี่ยฉวนเป็นอย่างมาก และคนอื่นๆที่ได้ยินเจี่ยฉวนพูดพวกเขาก็รู้สึกกลัวเช่นเดียวกัน มันอาจเห็นได้ชัดว่า เจี่ยฉวนมีสถานะตำแหน่ง ในตระกูลเจี่ย ที่ไม่ธรรมดา



           " ยังไงก็แล้วแต่ ท่านไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องใดๆ แม้ว่าท่านจะไมได้เห็นข้าเป็นศัตรูนั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะคิดเหมือนกับท่าน ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้หมดแล้ว พวกเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ " ชูเฟิงเห็นได้ชัดว่า เจี่ยฉวนไม่อยากเป็นศัตรูกับเขา แต่ท่าทางคนอื่นๆไม่ได้เป็นเช่นนั้น
        


            " เฮ้อออ " หลังจากได้ยินคำพูดของ ชูเฟิง เจี่ยฉวนก็พูดอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอนหายใจออกมาและกล่าว " น้อง ชู ข้าเจี่ยฉวน จริงๆข้าไม่ต้องการจะทำร้ายเจ้า แต่ข้าก็มีงานที่ต้องทำ นั่นก็คือการยับยั้งคนจากนิกายโลกวิญญาณในชั้นที่ 2 ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงหลีกเลียงไปไม่ได้แล้วสินะ "



หลังจาก เจี่ยฉวน พูดจบ  ทุกคนก็เตรียมตัวที่จะโจมตี พลังวิญญาณระดับ 6 กำเนิดวิญญาณ ถูกปลดปล่อยพร้อมกัน ในที่แห่งนี้เขานั้นดูแข็งแกร่งมากที่สุดหรืออาจจะมากกว่า หม่าเซียง เลยด้วยซ้ำ



               “ จัดการ!!!” เมื่อเจี่ยฉวนโจมตี ในเวลาเดียวกันนั้น เจี่ยเฮง เจี่ยกังและคนอื่นๆของตระกูลเจี่ยก็เข้าร่วมโจมตีและปลดปล่อยพลังการต่อสู้ล้อมรอบชูเฟิง



ทักษะการต่อสู้ที่หลากหลายและแข็งแกร่ง ได้คำรามราวกับฉีกอากาศออกเป็นชิ้นๆ และพลังจากแหล่งกำเนิดเต็มไปทั่วทั้ง ห้องโถง ดูจากพลังการโจมตีของทักษะเหล่านี้หากคนธรรมดาโดนเข้าไปก็อาจจะถึงตายได้



               “ เยี่ยมมม เข้ามาเลย!!!”



ถึงกระนั้น, ชูเฟิง ไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย เมื่อเขาเผชิญหน้ากับการโจมตีของหลายคน ภายใต้แรงกดดันของพลังวิญญาณ เจี่ยฉวนและคนอื่นๆต่างได้รับผลกระทบ และทำให้พวกเขามีปัญหาในการควบคุมพลังวิญญาณของพวกเขา



สำหรับชูเฟิง เขาไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย และเขายังสามารถใช้พลังที่แท้จริงของเขาได้อย่างเต็มที่ ภายในตระกูลเจี่ย แม้จะมีถึง 5 คนที่อยู่ในระดับ 6 กำเนิดวิญญาณ อีก 20 คน ที่อยู่ในระดับ 5 กำเนิดวิญญาณ ชูเฟิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย



*เปรี้ยงงงง พรึบบบ * ชูเฟิง ใช้ เทคนิคท่องนภา หายไปเหมือนกับภูติพราย เมื่อเขาโผล่มา เขาก็เข้าไปอยู่ในกลุ่มของตระกูลเจี่ยแล้ว



ชูเฟิงเคลื่อนย้ายเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนหลายๆคนไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ไม่นานเขาก็มาอยู่ด้านหน้าของเจี่ยเฮง จากนั้นก็ยืนมือไปคว้าคอเสื้อของเขา และระดมหมัดยัดใส่หน้า เจี่ยเฮง หลายต่อหลายครั้ง



“ ปุก ปัก ปุ๊ก ปั๊กกก~~~”



หลังจากที่หมัดระดมเข้าไปที่ใบหน้าของ เจี่ยเฮง หลายต่อหลายครั้ง ใบหน้าของเจี่ยเฮงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก จมูก ฟัน ปาก เบ้าตา เละเทะจนไม่เหลือเค้าโค้งเดิม น้ำตาและเลือดต่างก็ปนกันมั่วซั่วไปหมด เขานั้นรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก  



               " เจ้า อยากตายมากสินะ!!! " เมื่อเห็นพวกเดียวกับถูกตี เยี่ยงสุนัข อย่างน่าอนาถ มันจึงทำให้พวกเขาอยากจะฆ่าชูเฟิงให้ตาย สายตาของพวกเขาเหมือนกับต้องการสับชูเฟิงเหมือนหมื่นๆชิ้น


      
              “อยากฆ่าข้างั้นเรอะ? หากพวกเจ้ามีความสามารถก็เข้ามาเลย!” ชูเฟิง ขยายมือออกแล้วก็ฟาด เจี่ยเฮงลงกับพื้น ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมาพร้อมกันกับเสียงแตกร้าว เห็นได้ชัดว่ากระดูกของเขานั้นป่นปี้ไม่มีชิ้นดี



หลังจากที่ขว้างเจี่ยเฮงออกไปเหมือนกับลูกขนุน ชูเฟิงก็ได้ใช้ทักษะ ท่องนภา อีกครั้ง ในตอนนั้นเขาสามารถหลบการโจมตีของคนตระกูลเจี่ยได้ทั้งหมด  จากนั้นเขาพุ่งเข้าไปยังผู้เชี่ยวชาญระดับ 6 กำเนิดวิญญาณ นั้นก็คือ เจี่ยกัง คนที่อยากจะสั่งสอนชูเฟิงในชั้นแรกนั่นเอง



              “ สารเลว อย่าได้ผยองนัก!” หลังจากได้เห็นทักษะของชูเฟิง เจี่ยกัง ก็สิ้นความมั่นใจแตกต่างจนตอนแรก เมื่อเขาไม่สามารถที่จะตอบสนองความเร็วได้ทัน เขาจึงรีบสร้างการป้องกันด้วยอำนาจพลังวิญญาณห่อหุ่มตัวไว้ทันที เพื่อรับการโจมตีของชูเฟิง



* บูมมมมม * มือชูเฟิงที่โจมตีนั้นเต็มไปด้วยอำนาจพลังวิญญาณ มันจึงสามารถเจาะการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ยาก เมื่อฝ่ามือของเขาปะทะกับรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ มันก็เกิดเสียงแตกร้าวกระจุยกระจายไปทั่ว



หลังจากที่ รูปแบบอำนาจฯ พังทลาย ชูเฟิง ก็คว้า เจี่ยกัง เอาไว้ แม้เจี่ยกังต้องการจะหนี แต่มันก็สายไปแล้ว เมื่อความกดดันของชูเฟิงที่ปล่อยออกมามันหยุดการเคลื่อนไหวของเขา



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็จับเขาโยนขึ้นไปอย่างไร้ความปราณี จากนั้นเขาก็ตกลงมาอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงแตกหักจากด้านหลังของเขา เสียงนั้นเป็นเสียงกระดูกที่แตกยับ กร๊อบบบบบ



* เฮื้อออออออ * หลังจากเจี่ยกัง ตกลงบนพื้นไม่ทันไร ชูเฟิงก็ได้ยกเท้าขึ้นมาแล้วกระทืบไปยังหน้าอกของเขา กระดูกซีกโครงของเขาแตกละเอียด จากนั้นชูเฟิงก็กวาดสายตาที่ดุร้าย ไปรอบๆ แล้วกล่าวว่า, “ ไอ้พวกก้อนกรวด อยากเป็นแบบนี้ก็เข้ามา ”



              " ไอ้สารเลว ข้าจะทำให้เจ้าสำนึกไปตลอดชีวิต !!! " ผู้เชี่ยวชาญระดับ 6 กำเนิดวิญญาณวิ่งออกมาพร้อมกับใช้ทักษะการต่อสู้ระดับ 5



หลังจากที่เขางัดทักษะนั้นออกมา  แหล่งกำเนิดพลังฯที่แน่นหนาเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นพายุสีขาว และก็ตามมาด้วยเสียงคมกริบจนฟังดูน่ากลัว คำรามก้องสะท้านเข้าหา ชูเฟิง



ในตอนนั้น ชูเฟิง ไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด เขายกมือขวาเขาขึ้นและปัดทักษะอันดับที่ 5 ของพวกนั้นออกไป จากนั้นก็ใช่ฝ่ามือฟาดลงบนหัวของคนพวกนั้น จนทำให้พวกเขาล้มไปดิ้นพล่าน ชูเฟิงยังคงอัดเขาขณะที่ยังกองอยู่พื้นอย่างโหดเหี้ยม หลังจากที่พอใจแล้วเขาก็ก้าวขาขึ้นไปเหยียบบนร่างกายของเจี่ยกัง ดั่งผู้มีชัย เลือดของเขาทะลักออกมาเป็น สายน้ำ กระเด็นออกไปหลายต่อหลายครั้ง เสียงร้องที่แสนจะทรมาณดังขึ้นมาโดยไม่มีท่าทางว่าจะหยุด เสียงของพวกเขา ทำให้ชูเฟิงรู้สึกเมามันส์ยิ่งกว่าตอนจัดการ กับ เจี่ยเฮง ซะอีก



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




ดีนะยังเป็นแค่พวกรุ่นเล็กของตะกูล เจี่ย หากเป็นอาวุโสคงจะยุ่งน่าดู . . . . . . .


ตอนหน้าอาจจะสนุกขึ้นกว่าเดิม ???