วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 192 - นำมันออกไป!!!



                 “เจ้าเป็นใคร?” หลังจากที่เห็น ชูเฟิง ทุกคนต่างตกใจอย่างมาก



แรงดันวิญญาณของชั้นที่สามนั้นแข็งแกร่งมาก และยังมีการเปิดใช้งานของการก่อตัวของแรงดันวิญญาณ, แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับ 5 กำเนิดวิญญาณ และระดับ 6 กำเนิดวิญญาณ ก็ยังมิอาจทนต่อแรงกดดันขนาดนี้ไหวจนต้องหมอบติดพื้น โดยไม่สามารถลุกออกไปได้



แม้แต่กู่ โบ๋และเจี่ย ปู๋ฟ้าน สองสุดยอดอัจฉริยะของแต่ละฝ่าย ยังได้รับผลกระทบ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปยังประตูของชั้น 4 ได้ ที่พวกเขาทำได้ก็แค่รออย่างเดียว เมื่อเห็น ชูเฟิง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากแรงดันวิญญาณที่มหาศาล มันทำให้ทุกคนตกใจต่อการปรากฏตัวขึ้นของเขาเป็นอย่างมาก



ขณะที่พวกเขา กำลังตกใจอยู่นั้น ทุกคนตั้งสติพร้อมกับเตรียมตัวป้องกัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้  ในขณะที่ชูเฟิงค่อยๆเดินเข้ามา  ทุกคนต่างพากันหวาดผวาด้วยความกลัว



            “ ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย!!! หม่าเชียง ขอร้องให้ข้ามาที่นี่ เพื่อช่วยพวกท่านออกไป ” ชูเฟิงมองคนที่กำลังหวาดกลัว เขาก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรไปที่กู่ โบ๋  และคนอื่นๆ พร้อมกับกล่าว



ในบรรดาผู้ที่มีอำนาจพลังวิญญาณ จะสามารถสังเกตุอ่อร่าของผู้อื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนๆนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากมาก ฟังจากน้ำเสียงของชูเฟิงที่กล่าวออกมา ทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่า ชูเฟิง พูดความจริง



สาวกนิกายโลกวิญญาณในตอนนั้น ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าชูเฟิงจะให้ความช่วยเหลือ พวกเขาต่างพากันถอนหายใจ ด้วยความโล่งอก



ชูเฟิง มองหน้าเจี่ย ปู๋ฟ้าน และคนอื่นๆในตระกูลเจี่ยและกล่าว “ ในเมื่อพรรคพวกของเจ้า ได้ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับข้า ข้าจึงเกรงว่า จะไม่สามารถช่วยให้พวกเจ้า ผ่านบททดสอบในครั้งนี้ไปได้!!!.”



              “ ไอ้คนถ่อยย!!! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร!!”



เจี่ย ปู๋ฟ้าน ที่อยู่ในระดับ 6 กำเนิดวิญญาณ พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มี เพื่อที่จะลุกขึ้นยืน



              “ เอาส้นตีนไปแดก!!! ”



เมื่อเขาลุกขึ้นมาไม่สำเร็จ จึงมิอาจป้องกันตัวเองได้ ในตอนนั้น ชูเฟิง ใช้เท้าเตะไปที่ลำตัว เจี่ย ปู๋ฟ้าน กระเด็นไปไกลหลายสิบก้าว จนชนเข้ากับกำแพงได้รับบาดเจ็บ



            “ บัดซบ!!! เจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้าลงมือกับศิษย์พี่ เจี่ย ของข้า?!”



เมื่อเห็นสภาพของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน คนๆนั้นก็โกรธอย่างมาก แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไร ชูเฟิงได้ แต่ดูจากเพลงเตะของชูเฟิง บอกได้เลยว่าแรงของเขาไม่ธรรมดา อีกทั้งพวกเขายังลุกขึ้นไม้ได้ตอนนั้นชูเฟิงจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ แม้แต่ เจี่ย ปู๋ฟ้านยังถูกเตะกระเด็นแล้วใครจะไปเอาชนะเขาได้



               “ เอาล่ะ งั้นข้าจะเป็นคนตัดสินการสอบให้พวกเจ้า!!! ” ชูเฟิง ยิ้มเบาๆแต่ไม่ได้ทำร้ายพวกเขาแต่อย่างใด เขาเพียงแค่หยิบเครื่องรางของพรรคพวกเจี่ย ปู๋ฟ้าน ขึ้นมา



ในขณะนั้น พรรคพวกของเจี่ยปู๋ฟ้าน ไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน เหมือนลูกไก่ที่อยู่ในกำมือ พวกเขาได้แค่รอ ชูเฟิง ปล้นเครื่องรางไปจากตัว ในไม่ช้า เครื่องรางทั้งหมดก็ถูกชูเฟิงนำเอาไป



               " เจ้าคิดจะทำอะไร ? " เจี่ย ปู๋ฟ้าน ตื่นตระหนก เขารู้สึกว่ามีบางอย่างท่าทางไม่ค่อยดี ขณะที่มองเครื่องรางที่อยู่ภายในมือของชูเฟิง



               " อย่าได้กังวลไม่มีไรมาก ข้าแค่จะส่งพวกท่านกลับบ้าน !!! " ชูเฟิง หัวเราะเสียงดังพร้อมกับขยี้เครื่องรางในมือของเขา เครื่องรางหลายสิบชิ้นถูกทำลาย จนขาดกระจุย



              " ไอ้ เด็กระยำ !!! " จู่ๆ เจี่ย ปู่ฟ้านก็ระเบิดความโกรธออกมา จนพลังวิญญาณของเขาก็เพื่มขึ้นเป็น ระดับ 7 กำเนิดวิญญาณ จากนั้นแรงดันวิญญาณก็ถาโถมใส่ชูเฟิง



             “ โอ้! อยู่เงียบๆไม่เป็นใช่ไม๊!!!” ชูเฟิง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ขยับมือไปคว้าคอของเจี้ย ปู๋ฟ้าน จนลอยขึ้น และคิดที่จะยื่นมือไปหยิบถุงจักรวาลที่เอวของเขา



ชูเฟิง ไม่ได้คิดที่จะปล้นเอาของมีค่าของเขา แค่เพียงต้องการหยิบเครื่องรางของเขาเท่านั้น ถ้าเครื่องรางเสียหาย นั้นก็หมายความว่าพวกเขานั้นได้ล้มเหลวในการสอบ และนั้นคือความอัปยศอย่างที่สุดสำหรับ เจี่ย ปู๋ฟ้าน



ในตอนนั้นเอง เจี่ย ปู๋ฟ้าน ก็ได้โอกาสหลุดออกมา เมื่อเห็นว่าแรงดันวิญญาณค่อยๆลดลง เขารีบกระหน่ำแรงดันวิญญาณโจมตีใส่ ชูเฟิง โดยไม่ยั้ง แรงวิญญาณนั้นนับว่าแข็งแกร่งและต่อเนื่อง เห็นได้ว่ายอดอัจฉริยะ อย่างเจี่ย ปู๋ฟ้าน ก็ยังใช้วิธีต่ำช้า



แต่ไม่ว่า เจี่ย ปู๋ฟ้าน จะโจมตีใส่เขามากแค่ไหน มันก็ไม่ทำให้ชูเฟิงรู้สึกระคายแม้แต่น้อย เขาไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการต่อสู้ใดๆ เพียงแค่ขยับมือขยับเท้านิดหน่อย ก็สามารถที่จะสลายทุกการโจมตีด้วยรูปแบบอำนาจฯได้อย่าง่ายดายราวกับว่าไม่มีอะไร



              “ คนผู้นี้ เขาไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปแม้แต่น้อยขนาดโดนแรงดันวิญญาณถาโถมเข้าใส่แบบนั่น แค่แรงดันวิญญาณของชั้นที่สามก็แย่พออยู่แล้ว นี่ ... นี่เขาเป็นมนุษย์จริงๆหรือเปล่า ?”



กู่ โบ๋ จ้องมองชูเฟิงโดยไม่ไหวติง ขณะที่เต็มไปด้วยความสับสน เขาพบว่า ระยะห่างของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน กับชูเฟิง ต่างกันมากเกินไป แรงดันวิญญาณที่เขาใช้เป็นได้เพียงฝุ่นที่เกาะบนตัวของชูเฟิงเท่านั้น ความหวังที่จะเอาชนะเขานั้นแทบจะไม่มี



นั่นจึงทำให้เขาสนใจอย่างมาก เขาอยากรู้ว่า ชูเฟิงเป็นใครมาจากไหน และมาที่นี่เพื่ออะไร และที่สำคัญเขามีพลังเท่าไหร่กันแน่



                “ หมดยัง!!! หากหมดแล้วก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนต่อข้า "



เมื่อชูเฟิง หมดความอดทนเขาจึงใช้ทักษะ ท่องนภา หายมาโผล่ด้านหลังของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน ภายในพริบตาชูเฟิงก็ยื่นมือของเขาออกไปเพื่อหยิบเอาถุงจักรวาลที่อยู่บนเอวของเจี่ย ปู๋ฟ้าน



*ฮืมมม*



แต่ก่อนที่ชูเฟิงจะสัมผัสมันได้ เจี่ย ปู๋ฟ้านก็ใช้อำนาจพลังวิญญาณหยุดมือของชูเฟิงไว้ จากนั่นรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณก็ได้ห่อหุ้มร่างกายของเจี่ย ปู๋ฟ้านเอาไว้



              “ โห น่าสนใจดีหนิ !!!”



เป็นครั้งแรก ที่ชูเฟิงได้พบกับอำนาจพลังวิญญาณที่สามารถหยุดเขาไว้ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขารวบรวมแหล่งกำเนิดวิญญาณไว้ในมือเพื่อสร้างกริซสีทองขึ้นมา จากนั่นเขาก็แทงใส่ เจี่ย ปู๋ฟ้าน



*ตู้มมมมมม* กริชและรูปแบบอำนาจพลังฯปะทะกันจนเกิดแรงสะท้อนออกมา ชูเฟิงไม่สามารถทะลวงฝ่ารูปแบบอำนาจพลังฯเข้าไปได้ เขาจึงกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร



               “ ไอ่สารเลว ถ้าเจ้าตามข้ามาอีก ข้าจะทำลายเจ้า ” เจี่ย ปู๋ฟ้าน มันรีบตั้งสติพร้อมสบถฟันด้วยความโกรธจากนั่นก็รีบวิ่งไปยังชั้นที่สี่



             “ น้องชาย อย่าได้ผลีผลาม อำนาจพลังวิญญาณของเขานั้น ถูกสร้างขึ้นมาด้วยสมบัติวิเศษ มันทรงพลังเป็นอย่างมาก.”



              “ บนชั้นสี่นั้น ไม่มีการก่อตัวของแรงดันพลังวิญญาณ สมบัติวิเศษจะทำให้อำนาจพลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้เขายังสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ ในที่แบบนั้น เจ้ายากที่จะเอาชนะได้ ” กู่ โบ๋ เมื่อเห็นเจี่ย ปู๋ฟ้านไป ก็รีบเตือนชูเฟิงพร้อมกับให้คำแนะนำ



               “ ขอบคุณท่าน สำหรับน้ำใจและความหวังดี แต่ยังไงข้าก็ต้องไปที่ชั้นสี่.” ชูเฟิง ยิ้มเบาๆ แล้ววิ่งตามหลังของ เจี่ย ปู๋ฟ้าน ไปอย่างรวดเร็ว



               “ ท่านอย่าตายก่อนล่ะ นิกายของข้าจะส่งคนขึ้นตามไปช่วย.” กู่ โบ๋ กวาดสายตาไปรอบๆมองเหล่ามิตรสหายที่นอนกองอยู่บนพื้น เขาได้แต่กัดฟันของมันและกระโจนไปข้างหน้า ทางเข้าไปยังประตูชั้นที่ สี่



ผ่านไปไม่นาน ก็มีกลุ่มคนวิ่งเข้ามาที่ชั้น 3 ในกลุ่มคนพวกนั้นมี 3 คนสวมเสื้อคลุมสีเทา คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนของนิกายโลกวิญญาณ หลังจากที่เข้ามาถึงด้านใน พวกเขาก็ขมวดคิ้วลงแน่น พวกเขาพบเจอกับปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการก่อตัวแรงดันวิญญาณ และคนที่นอนกองอยู่ที่พื้นมากมาย



                " เร็วๆเข้า รีบมุ่งหน้าไปยังชั้น 4 มี ไอ้บ้าตัวหนึ่งมันทำลายเครื่องรางของพวกเรา ไปตามจับเขาให้ได้ !!! "



                " ใช่ๆ!!! เขาแหกกฏการสอบดังนั้นพวกท่านจะต้องลงโทษเขาอย่างสาสม !!! " ทันใดนั้นคนจากตระกูล เจี่ย ก็เรื่มโวยวาย เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเอง



                “ มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่แรงดันวิญญาณขนาดนี้พวกเขาจะทนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการก่อตัวของแรงดันวิญญาณ พวกเขานั้นแหละ ที่เป็นคนทำลายเครื่องรางของตัวเองเพราะทนไม่ไหว ” เหล่าอัจฉริยะของนิกายโลกวิญญาณพูดขึ้นมาตอบโต้ พร้อมกับหาทางช่วย ชูเฟิง



                “ ไอ้พวกบ้าเอ้ย จะเอาหรอ !!! ” เมื่อคนจากตระกูลเจี่ยได้ยิน พวกเขาโกรธจนแทบกระอักเลือด 



พวกเขาเชื่อคำพูดเด็กที่มาจากนิกาย(ครอบครัว)เดียวกัน พร้อมกับจ้องไปที่ สมาชิกตระกูล เจี่ย ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดเทา ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำชี้ไปที่ตระกูล เจี่ย และกล่าว " นำคนพวกนี้ออกไป!!!" 




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




สมน้ำหน้า พวกตระกูล เจี่ย ขี้ฟ้องดีนัก !!!!

ไม่รู้ซะแล้ว พี่เฟิง พวกใคร