วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 194 - พยัคฆ์ขาวสังหาร



              “ชายคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ มีทั้งทักษะการต่อสู้และของวิเศษที่แปลกประหลาดอีก ถ้าไม่ใช่เพราะแรงกดดันบนชั้นที่ 4 นี่ คอยกดดันพลังของเขา ข้าไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้ ด้วยพลังขั้นกำเนิดวิญญาณระดับ 1 ของข้า”


  ชูเฟิงตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเจี่นปู้ฟาน ในตอนนี้เขายังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงของเขาเนื่องจากแรงกดดันวิญญาณ เขาจึงดึงพลังออกมาได้เพียงระดับ 6 ขั้นกำเนิดวิญญาณเท่านั้น แต่ในขณะที่ชูเฟิงไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันวิญญาณ เขาจึงสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่


หากว่าพวกเขาออกจากหอคอยนี่ และต่อสู้กันในพื้นที่ปกติ แม้ว่าเขาจะใช้พลังของสายฟ้าสีทอง และพลังของชูเฟิงอยู่ในระดับที่ 2 ขั้นกำเนิดวิญญาณ เขาก็ไม่สามารถเอาชนะเจี่ย ปู้ฟานได้



หลังจากที่เขาพบของวิเศษมากมายบนภูเขา แต่ในขณะที่ เจี่ย ปู้ฟานหยิบดาบเยือกเย็นออกมานั้น ชูเฟิงรู้เพียงแค่ว่ามันเป็นอาวุธที่มีพลังวิญญาณ นอกเหนือจากนี้แล้วนั้น เขาไม่รู้เลยว่าเจี่ย ปู้ฟานยังมีของวิเศษอะไรอีกบ้าง



ในขณะนั้นชูเฟิงรู้สึกชื่นชมในตัวของเจี่ยปู้ฟาน เนื่องจากเขาต่อสู้ด้วยชีวิตของเขา ถึงแม้เขาจะเหนือกว่า แต่เขาก็ใช้ทุกอย่างที่เขามี และแน่นอนว่า เขาไม่ได้มีของวิเศษเพียงชิ้นเดียว


เพราะความรู้สึกชื่นชมที่ไม่มากไม่น้อยนี้ จึงทำให้ชูเฟิงคิดได้ว่า คนที่เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย ย่อมมีความมั่งคั่งและมั่นคง เพียบพร้อมไปด้วยทุนทรัพย์ ตราบใดที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่าตนเองพิเศษต่อหน้าผู้อาวุโสของตระกูล นั่นจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะได้รับมาซึ่งของวิเศษต่างๆ


***** ฉัวะ *****


ในขณะนั้น มีประกายสายฟ้าแฉลบผ่านแขนซ้ายของชูเฟิงไป ชูเฟิงจับแขนด้วยความตกใจ


             “แม่งงง…เอ๊ย” ในวินาทีนั้น ความรู้สึกแปล๊บแล่นจากแขนซ้ายเข้าสู่สมองของเขา เขาจึงรู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ แม้บาดแผลจะไม่ได้สาหัส และเป็นเพียงบาดแผลบนผิวหนังเท่านั้น แต่เขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก



              “หึหึ…..นี่เป็นเพียงการทักทาย ในชั่วอึกใจเจ้าจะต้องตายภายใต้คมดาบของข้า” หลังจากโจมตีชูเฟิงได้สำเร็จครั้งแรก เจี่ยปู้ฟานก็เริ่มกระหน่ำการโจมตีเข้าหาชูเฟิงอย่างบ้าคลั่ง




              “เจ้าคิดจริงๆ เหรอว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้”


หลังจากชูเฟิงถูกจู่โจมด้วยดาบ มันทำให้เขารู้สึกโกรธมาก เขาเร่งพลังของเขาขึ้นพลันเกิดประกายแสงสีขาวขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขา จากนั้นเขาก็หายไป และปรากฏตัวที่ด้านหลังเจี่ยปู้ฟาน




               “เจ้านี่…รวดเร็วยิ่งนัก”



              “นี่คงเป็นทักษะลับซินะ”




ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจี่ยปู้ฟานที่กำลังสู้กับชูเฟิง หรือแม้แต่กู๋โบ่ที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ด้านหลัง พวกเขาล้วนต่างเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อชูเฟงทันที



พวกเขาสามารถบอกได้ว่า ชูเฟิงใช้ทักษะลับ มันเป็นทักษะที่สมบูรณ์แบบ และแตกต่างจากสายฟ้าใต้เท้าของเขาก่อนหน้านี้ ประแสงสีขาวนั่นทำให้เขารวดเร็วขึ้นอย่างมาก



หากบอกว่าสายฟ้าก่อนหน้านี้ เป็นทักษะลับระดับ 5 ถ้าเช่นนั้นประกายแสงสีขาวตอนนี้ ย่อมเป็นทักษะลับระดับ 6 ที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน



               “ชูเฟิงสามารถฝึกฝนทักษะระดับ 6 ได้ เขามาจากที่ใดกัน”



กู๋โบ่ตกใจอย่างมาก ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถฝึกฝนทักษะระดับ 6 ได้ ถึงแม้จะอยู่ในนิกายโลกวิญญาณก็ตาม เนื่องจากความยากในการฝึกฝนของทักษะระดับ 6 นั้นอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้นั้นชูเฟิงได้แสดงความสามารถของทักษะระดับ 6 ออกมา มีข้อพิสูจน์ได้สองประการ


ประการแรก การที่จะสามารถฝึกฝนทักษะระดับ 6 ได้นั้น แสดงว่าชูเฟิงต้องมีความสามารถที่ล้ำลึก ไม่เช่นนั้นแล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะฝึกฝนทักษะที่แข็งแกร่งนี้ได้


ประการที่สอง หากชูเฟิงมีโอกาสได้รับการฝึกฝนทักษะระดับ 6 จริง แต่การที่จะใช้ทักษะระดับ 6 ในการต่อสู้ได้นั้น ไม่เรื่องง่ายที่ใครก็สามารถทำได้ นี่แสดงว่าชูเฟิงนั้นเป็นอัจฉริยะอย่างมาก


สองประการนี้ ทำให้กู๋โบ่ และเจี่ยปู้ฟานประหลาดใจ แต่จะเห็นได้ว่า ชูเฟิงนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันวิญญาณเลยแม้แต่น้อย และเขาไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครที่มีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 7 ขั้นกำเนิดวิญญาณ โดยที่เขามีพลังแค่ระดับ 1 ขั้นกำเนิดวิญญาณเท่านั้น นั่นหมายถึงความจริงที่ว่า ชูเฟิงนั่นเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง เป็นอัจฉริยะที่อยู่เหนือกว่าพวกเขา 



ทุกอย่างที่ชูเฟิงแสดงออกมา ได้ตราตรึงอยู่ภายในหัวใจของพวกเขา หากพวกเขารู้ว่าทักษะที่ชูเฟิงใช้นั้น ไม่ได้เป็นทักษะระดับ 6 แต่มันเป็นทักษะระดับ 7 พวกเขาจะมีการตอบสนองเป็นเช่นไร



                “ข้าไม่เชื่อว่า ข้าจะไม่สามารถทำลายการป้องกันจากของวิเศษของเจ้าได้ !!” หลังจากหลบการโจมตีได้นั้น ในมือของชูเฟิงก็ปรากฏคันธนูยาวขึ้นมา นั่นหมายความว่าเขาใช้ทักษะสูงสุดของทักษะธนูร้อยแปลง




*****ฟุ่บ*****ฟุ่บ*****ฟุ่บ*****



มือขวาของชูเฟิงขยับดึงคันศรอย่างรวดเร็ว พลันปรากฏลูกศรจำนวนมาก มันราวกับพายุที่พุ่งเข้าใส่เจี่ย ปู้ฟาน


*****เคร้ง*****เคร้ง*****เคร้ง*****


เจี่ยปู้ฟานโบกสะบัดดาบเหล็กเย็นภายในมือของเขา เพื่อป้องกันลูกศรที่พุ่งมาเหมือนห่าฝน อย่างไรก็ตาม การโจมตีของชูเฟิงดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ เนื่องจากเจี่ยปู้ฟานสามารถปัดลูกศรได้ทั้งหมด แต่ว่าหากไม่มีของวิเศษช่วยป้องกัน เขาคงพรุนจนเป็นตะแกรงไปแล้ว


             “เปล่าประโยชน์ !! ของวิเศษที่ช่วยปกป้องข้านี่ มันเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลเจี่ยของข้า เป็นสุดยอดยุทธภัณฑ์ที่พี่ชายข้าให้ยืมมา” 



              “การป้องกันของข้านั้น…!! ไม่ต้องพูดถึงเจ้า แม้แต่ผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นแดนสวรรค์ ก็มิอาจที่จะแตะต้องข้าได้แม้แต่ปลายเส้นผม” เจี่ยปู้ฟานกล่าวอย่างหยิ่งผยอง


             “สมบัติของตระกูล !? ยอดยุทธภัณฑ์์เกราะหนาม !!” เมื่อได้นยินคำกล่าวของเจี่ยปู้ฟาน กู๋โบ่ตกใจอย่างมากเมื่อคิดถึงชื่อพี่ของเจี่ยปู้ฟาน 



ถ้าหากว่าพี่ชายของเจี่ยปู้ฟานอยู่ในช่วงหนุ่มสาว เขานั้นจะต้องเป็นอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน และเขายังเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลเจี่ยอีกด้วย 



เขาเข้าสู่ระดับแก่นแท้วิญญาณตอนอายุ 17 เมื่อเขาอายุ 23 เขาก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับแก่นแท้ และความสามารถของเขานั้นเทียบเท่ากับเหล่าผู้อาวุโส ในขณะนั้นนิกายโลกวิญญาณต่างเกรงกลัวพี่ชายของเจี่ยปู้ฟานอย่างถึงที่สุด 



เนื่องจากความสามารถที่โดดเด่นของเขา เขาจึงได้ถูกตั้งความหวังให้เป็นผู้นำของตระกูลเจี่ย ก่อนที่เขาจะหายไปอย่างลึกลับ เขาย่อมได้รับสมบัติต่างๆ มากมาย รวมถึงยอดอาวุธยุทธภัณฑ์เกราะหนาม 



มันเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของกู๋โบ่ ที่พี่ชายของเขาจะให้ยืมยอดยุทธภัณฑ์อย่างเกราะหนามแก่เจี่ยปู้ฟาน มันคงจะจริงที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์จะไม่สามารถแตะต้องเขาได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงชูเฟิงเลย 



              “น้องชายชูเฟิง !! อย่าไปตอแยเขาอีก ยอดยุทธภัณฑ์เกราะหนาม ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถทำลายได้” กู๋โบ่กล่าวอย่างรวดเร็วกับชูเฟิง เขาตระหนักได้ว่า นี่คือสิ่งที่ผิดพลาด



“หืม….มันไม่สามารถทำลายได้งั้นรึ ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองทำลายมันดู” 



หลังจากได้ยินคำของกู๋โบ่ ชูเฟิงไม่อาจยอมรับได้ ในขณะนั้นบรรยากาศรอบๆ ตัวของชูเฟิงพลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง



*****โฮกกกกกกกกกกก !!*****  



ทันใดนั้นเสียงคำรามของพยัคฆ์ดังออกมา แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกราวกับสวรรค์จะถล่ม แรงกดดันนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งชั้น ของชั้นที่ 4



                “อึ่ก……….แรงดัน นี่มันอะไรกัน !!” 



ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมาก ใบหน้าของกู๋โบ่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความกดดันที่แผ่ออกมากร่างกายของชูเฟิงนั้น ให้ความรู้สึกราวกับแรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์วิญญาณ แต่ชูเฟิงนั้นอยู่ในระดับที่ 1 ขั้นกำเนิดวิญญาณเท่านั้น เขาสามารถปล่อยแรงกดดันขนาดนี้ได้ยังไง




/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




แปลโดย คุณ#Abhisit