วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทที่ 197 - ชั้นที่ 7



            " แท้จริง แรงดันวิญญาณที่แห่งนี้เร่งการเจริญเติบโตของผลวิญญาณ ให้สุกงอม ดูเหมือนตอนนี้เขามีหวังที่จะรักษาต้านต้านแล้ว " ชูเฟิงยังคงนั่งไขว้ขาอยู่บนชั้น 6 ขณะมองผลวิญญาณในมือของเขาที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในใจเขารู้สึกระรื่นจนผิดปกติ 



เนื่องจากตอนนี้ ผลวิญญาณมันดูแตกต่างไปจากตอนแรกเป็นอย่างมาก ชูเฟิงค่อยๆรู้สึกได้ถึงอำนาจพลังที่บรรจุอยู่ภายใน มันยังคงเพื่มขึ้น เพิ่มขึ้น 



หลังจากเห็นความหวัง ชูเฟิง ก็ตั้งเป้าหมายไว้ ตอนนี้เขาได้เตรียมผลวิญญาณสามลูกเมื่อทำให้มันเติบโต ทั้งหมด



ภายในหอคอยอสูรฟ้า ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณแรงดันวิญญาณสูงแต่มันก็ช่วยให้เพื่มอำนาจพลังวิญญาณและความสามารถด้านร่างกายเป็นอย่างดี วิธีตรวจสอบว่าใครสามารถทนอยู่ในนั้นได้นานหรือไปชั้นสูงๆมีอยู่วิธีเดียว ( ไม่ใช่วิ่งไปดูกับตานะ เพราะชั้นที่ ชูเฟิง อยู่ไม่มีใครเข้าไปได้ )



ในช่วงเย็นของการสอบ หลายคนที่ไม่สามารถทนกับแรงดันวิญญาณ ก็วิ่งออกมาจากชั้นแรกโดยที่เมล็ดวิญญาณไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ 



หลังจากวันแรก เกือบจะทุกคนที่ออกจากชั้นที่ 1 และ ชั้นที่ 2 เมล็ดวิญญาณที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดของพวกเขาก็มีแค่รากงอกออกมา บางคนก็มีกิ่ง ก้าน และ ใบ สารอาหารที่เมล็ดวิญญาณเหล่านั้นได้รับมีเพียงน้อยนิด แน่นอนว่า นั้นเป็นการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นเอง 



ในวันที่สอง ผู้คนจากชั้นที่ 3 ก็พากันถยอยลงมาเช่นกัน เมื่อผู้คนจากนิกายโลกวิญญาณลงมา พวกเขาก็รีบเรียกมาถามทันที



ไม่ว่าจะเป็น อาวุโสตระกูลเจี่ย หรือ อาวุโสนิกายโลกวิญญาณ พวกเขาอยากรู้ว่ามีใครบ้างที่ขึ้นไปยังชั้น 4


              " เจ้ากำลังจะบอกว่า มีสามคนที่ขึ้นไปยังชั้น 4  นอกจากอัจฉริยะของนิกายโลกวิญญาณ และ ตระกูลเจี่ย ยังมีคนนอกอีกคนงั้นหรอ " ผู้เฒ่าหลี่จากนิกายโลกวิญญาณตกใจอย่างมากหลังจากที่ได้รับคำตอบ



              " เจ้าทราบไม๊ว่าเด็กคนนั้นมาจากที่ไหนและเขามีนามว่าเช่นไร ? " ผู้เฒ่าหลี่ ถาม


    
              " เขามีนามว่า ชูเฟิง ข้าน้อยก็ไม่รู้เขามาจากไหน แต่เขาดูแลสาวกนิกายโลกวิญญาณของเราเป็นอย่างดี!!! "



             " ชั้นที่ 3 ตระกูลเจีย ทำการบางอย่าง ตอนนั้น พวกเขาพยายามขัดขวางและปิดเส้นทางของเราในการก้าวสู่ชั้นต่อไป หากไม่ได้ ชูเฟิง คนนั้นช่วย ข้าน้อยเกรงว่าพวกเราคงยากที่จะรอดออกมาแบบมีชีวิต " หญิงสาวตอบ พร้อมกับแสดงท่าทีโมโห นางถลึงตามองจ้องไปที่ 3 อาวุโสตระกูลเจี่ย เหมือนด่าในใจ 



             " พูดบ้าๆ!!! ตอนนี้ สมาชิกตระกูลเจี่ยของข้าก็ได้รับบาดเจ็บ เจ้ายังมีน่ามาใส่ร้ายพวกเขาอีกหรอ " ก่อนที่ผู้เฒ๋าหลี่จะได้อ้าปาก อาวุโสตระกูลเจี่ย ก็พูดดักเข้ามา



             " จริงๆแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ยังนิกายโลกวิญญาณของเราจะเป็นผู้ตรวจสอบ หลังจากที่การสอบสิ้นสุด ที่ข้าเป็นห่วงก็คือพวกเขาทั้ง 3 จะทนอยู่ในนั้นได้นานแค่ไหน และใครจะเป็นคนที่เอาผลวิญญาณที่สุกงอมออกมา " ผู้เฒ่าหลี่พูด พร้อมกับทอดสายตาไปยังหอคอยอสูรฟ้า



              " อ่า. . . . " อาวุโสเจี่ยสูดอากาศเข้า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขากังวลว่าหนึ่งใน 3 คนนั้น ใครจะอยู่ได้นานที่สุด และใครกันที่เป็นคนอยู่ชั้น 4 และชั้น 5 สุดท้ายก็ชั้นที่ 6



ในวันที่สาม แสงสีฟ้าในชั้นที่ 4 ก็เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากที่ภายในหอคอยอสูรฟ้าในชั้นนี้คงสภาพตลอดทั้งวันก็เรื่มกระเพื่อมอย่างต่อหนึ่ง



ในตอนนั้น สายตาของทุกคนรวมไปที่จุดเดียว พวกเขารู้สึกว่าคนที่อยู่ในชั้นที่ 4 เป็นเวลา 3 วันนั้นก็คือ ชูเฟิง



แม้ว่าเขาจะไม่ใข่คนของนิกายโลกวิญญาณหรือคนของตระกูลเจี่ย พวกเขาก็ยังต้องการเห็นการปรากฏตัวของชูเฟิง เนื่องจากว่า คนที่สามารถก้าวไปสู่ชั้นที่ 4 จะถูกจดจำในฐานะ บุคคลอัจฉริยะ



* อะเฮื้อ * แต่เมื่อคนๆนั้นเดินออกมาจากหอคอยก็มีคลื่นวิญญาณทะลักออกมา ทุกคนได้แต่ประหลาดใจ โดยเฉพาะ สามอาวุโสเจี่ย พวกเขาขณะนั้นกำลังตะลึงจนปากค้าง ความตกใจแบบสุดขีดปรากฏอยู่เต็มใบหน้าของพวกเขา



เพราะคนที่เดินออกมา จากหอคอยอสูรฟ้าไม่ใช่ ชูเฟิง หรือ กู๋ โบ่ แต่มันคือคนของตระกูลเจี่ย ที่พวกเขาคิดว่าอยู่ชั้นสูงสุด เจี่ย ปู๋ฟ้าน 



             " มันเป็นไป บ่ได้ มันบ่ แม่น มันบ่ ใช่ ? อะเฮื้อๆ " สมาชิกตะกูลเจี่ย



             " มันเกิดขึ้นได้ยังไง ที่จะเป็นนายน้อย เจี่ย ปู๋ฟ้าน ของตระกูลเจี่ย เขามีเกราะหนามไม่ใช่หรอทำไมถึงไปแค่ชั้น 4 ? " ใบหน้าของของทุกคนของตระกูลเจี่ย แทบไม่อยากจะยอมรับความจริง



ใบหน้าของ เจี่ย ปู่ฟ้านตอนนั้นก็เช่นกัน เขาไม่ได้พูดใดๆออกมา แต่กับรีบเดินหนีไป เพราะเขาไม่อาจบอกคนอื่นได้ว่าเขา โดนเด็กหนุ่มอย่าง ชูเฟิง ข่มขู่ ที่บอกให้เขาหยุดอยู่ชั้นที่ 4 หากมีคนรู้เข้าไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวเองเสียหน้า ทั้งตระกูลยังต้องอับอายเพราะเขาอีก



             " อาวุโสเจี่ย ดูเหมือนสมบัติที่ล้ำค่าของท่านจะไม่มีประโยชน์สินะ!!! ฮ่าฮ่าฮ่า . . . . . . . . " อาวุโสนิกายโลกวิญญาณต่างพากันหัวเราะเสียงดัง ชอบใจ



             " พวกเจ้า. . . . . . . " อาวุโสเจี่ย เลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธ จนเป็นสีแดง เดิมทีพวกเขาต้องการจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เถียงไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาพูดออกมาอย่างมั่นใจ บัดนี้คำพูดพวกนั้นกลับมาตบหน้าตัวเอง จนทำให้หน้าแหก




ในช่วงบ่ายของวันที่สาม ดวงไฟสีฟ้า ในชั้น 5 ในที่สุดก็เคลื่อนไหว หลังจากมีคนเดินออกมาจากหอคอยอสูรฟ้า เหล่านิกายโลกวิญญาณและตระกูลเจี่ยก็เต็มไปด้วยความตกใจ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด



เพราะเขาคือ กู๋ โบ่ ดังนั้นทุกคนจึงได้คำตอบ ว่าคนที่อยู่ชั้นที่สูงที่สุด ไม่ใช่คนจากนิกายโลกวิญญาณหรือคนจากตระกูลเจี่ย แต่เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่อ ชูเฟิง



               " เขาทำได้แล้ว!!! "



กู๋ โบ่ ยินอยู่หน้าหอคอยพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมอง เขาเห็นแสงไฟสีฟ้าที่ชั้น 6 หัวใจของเขาก็เหมือนกับแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทร แม้เขาจะรู้ว่า ชูเฟิง ไม่ธรรมดา ยิ่งเมื่อ ชูเฟิง ทำเป้าหมายสำเร็จ เขานั้นไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นเอาไว้ได้



              " เอ้ยยย กู๋ โบ่ " ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง และเมื่อกู่ โบ๋ หันกลับมา ก็ได้แต่ตกใจ เพราะคนๆนั้น คือ สุดยอดผู้เชี่ยวชาญของนิกายโลกวิญญาณ ผู้เฒ่าหลี่


     
              " ผู้เฒ่าหลี่ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ละ ? " กู๋ โบ่ถามด้วยความประหลาดใจ



              " อ่อ . . . . . ว่าแต่เจ้าเคยพบกับ ชูเฟิง หรือเปล่า ?" ผู้เฒ่าหลี่ยิ้มและถาม  



              " เขาเป็นคนที่โดดเด่นอย่างมาก เขาไม่ได้รับผลกระทบจากแรงดันวิญญาณที่ชั้น 5 เลยสักนิด แต่ยังไงก็ตาม ข้าไม่เคยคิดว่าเขาจะสามารถไปถึงด้านบนได้ น่าประทับใจจริงๆ!!! " กู๋ โบ่ ตอบ



              " นั้นสิ . . . . . . .เขาช่างโดดเด่นและมากความสามารถ เขาเป็นบุคคลที่สนใจทีเดียว! " ผู้เฒ่าหลี่พยักหย้า แล้วมองเป็นในๆไปที่ชั้น 6



              " ผู้เฒ่าหลี่ ชูเฟิง นั้นมีความแค้นกับตระกูลเจี่ย . . . . . . "



              " ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นิกายโลกวิญญาณจะต้องปกป้องเขา และดึงเขาให้เข้านิกายเราให้ได้ !!! " ผู้เฒ่าหลี่ โบกมือพร้อมกับเดินไปที่พระราชวัง ในตอนนั้น กู๋ โบ่ ก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ



ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิง ที่อยู่บนชั้น 6 ลุกขึ้นยืน เมื่อมองไปที่ 3 ผลวิญญาณในมือของเขา ตอนนี้ผลของมันกลายเป็นสีเขียวเข้ม ความตื่นเต้นของเขาสุดที่จะพรรณนาได้ เขารู้สึกถึงอำนาจพลังวิญญาณของผลวิญญาณทั้ง 3 ลูก หากมันได้ผลจริงๆมันก็จะสามารถช่วยให้ ต้านต้าน กลับมา



               " ความรู้สึกแบบนี้ !!! " ตอนนั้นสีหน้าของชูเฟิงเปลี่ยนไปฉับพลัน เขาพบร่องรอยบางอย่างที่ผิดปกติ



เขารีบลุกขึ้นแล้วหยิบเข็มทิศโลกวิญญาณขึ้นมา และ อัดอำนาจพลังวิญญาณเข้าไป หลังจากนั้นเข็มทิศก็เป็นลูกศรชี้ขึ้น



หลังจากที่ ชูเฟิง ใช้พลังจากเข็มทิศโลกวิญญาณตรวจสอบร่องรอยที่ผิดปกติ ภายในดวงตาของเขาก็ถึงกับเบิกกว้าง พร้อมกับกล่าวออกมา " มันยังมี ชั้นที่ 7 "




////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





เขาจะได้พบกับอะไร เราต้องมารอตัดตามกัน ^^